การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงวัยเจริญพันธุ์เพื่อป้องกันและลดภาวะโลหิตจางแบบบูรณาการ โครงการสาวไทยแก้มแดง โรงพยาบาลหนองกี่
คำสำคัญ:
ภาวะโลหิตจาง, สตรีวัยเจริญพันธุ์, การพัฒนารูปแบบการป้องกันและลดภาวะโลหิตจางแบบบูรณาการบทคัดย่อ
ภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์และหญิงตั้งครรภ์เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ ส่งผลต่อสุขภาพ แม่และเด็ก การเข้าถึงบริการสุขภาพด้านการส่งเสริมป้องกันไม่ทั่วถึงในชุมชน โรงพยาบาลหนองกี่จึงได้ริเริ่มโครงการ “สาวไทยแก้มแดง” เพื่อสร้างระบบเฝ้าระวังและป้องกันโลหิตจางในกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการ
บูรณาการ ทีมสหวิชาชีพในโรงพยาบาล ห้องบัตร กลุ่มงานประกันสุขภาพและยุทธศาสตร์ทางการแพทย์ กลุ่มงานผู้ป่วยนอก กลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค งานโภชนากร และกลุ่มงานทันตกรรม
การตรวจสุขภาพประจำปีเจ้าหน้าที่ เมื่อทราบผลการตรวจสุขภาพ กลุ่มผลเลือดปกติจะมารับการตรวจซ้ำ 1 ปีถัดไป ขาดระบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางส่งผลให้กลุ่มปกติบางรายกลับมีภาวะโลหิตจางในปีถัดไป บางรายเป็นวัยเจริญพันธุ์ทำให้มีผลกระทบด้านลบต่อการตั้งครรภ์และการมีบุตร กลุ่มที่มีภาวะโลหิตจางได้รับการรักษาที่ OPD และติตตามทุก 3 เดือน ผิดนัด ขาดนัด ขาดระบบการติดตาม ส่งผลให้ยังมีภาวะโลหิตจางจากการตรวจสุขภาพในปีถัดไป
การเบิกยาเสริมธาตุเหล็กจากชุดสิทธิประโยชน์ PPFS 2568 ของ สปสช.นั้นต้องเบิกจ่าย 1 ปี/1 ครั้ง โดยจ่ายยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก จำนวน 52 เม็ดต่อเป้าหมาย 1 ราย สตรีวัยเจริญพันธุ์ต้องรับประทานยาสัปดาห์ละ 1 เม็ด จนครบปี พบปัญหายาสูญหายก่อนครบปี เก็บไม่ถูกต้องยามีประสิทธิภาพลดลงได้ ลืมรับประทานยา เป็นต้น จึงได้พัฒนารูปแบบการดูแลหญิงวัยเจริญพันธุ์วัยทำงานในโรงพยาบาลหนองกี่แบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจาง โดยเน้นการคัดกรอง ให้ยาเสริมธาตุเหล็กแบบบูรณาการในสถานพยาบาล และติดตามต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย. การป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์ [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2567 ตุลาคม 12]. เข้าถึงได้จาก: https://www.rtcog.or.th/files/1754468534_a1313bf4e47ba4bf4499.pdf
ปภาวี ไชยรักษ์. ปัจจัยคาดทำนายการรับประทานวิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟลิกก่อนตั้งครรภ์ ในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ไทย. วารสารสหศาสตร์: วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. 2564; 21(1):136-51.
กิตติ ต่อจรัส, พิมพ์ลักษณ์ เจริญขวัญ. บรรณาธิการ. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาภาวะโลหิตจางและธาลัสซีเมีย [อินเตอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 2567 ตุลาคม 12]. เข้าถึงได้จาก: https://www.tsh.or.th/file_upload/files/Anemia.pdf
Pita-Rodríguez GM, Basabe-Tuero B, Díaz-Sánchez ME, Alfonso-Sagué K, Gómez Álvarez AM, Montero-Díaz M, et al. Prevalence of Anemia and Iron Deficiency in Women of Reproductive Age in Cuba and Associated Factors. Int J Environ Res Public Health. 2023 Mar 14;20(6):5110. doi: 10.3390/ijerph20065110.
Sturov VG, Melchenko NI, Balysheva AS. Anemia in women of reproductive age in current clinical practice and effectiveness of iron fumarate combined with folate. Gynecology. 2023;25(1):72-76. doi: 10.26442/20795696.2023.1.202119
Sadeqi L, Salarzai FR, Mehrpoor AJ, Haidary M. The Prevalence of anemia in adolescents and non-pregnant women of reproductive age, referring to City Medical Complex in 2022. Afghan J Basic Med Sci. 2024;1(1):19-24. doi: 10.62134/ajbms/v1.i1.khatamuni.3
กรมอนามัย. รายงานสถานการณ์ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์และหญิงวัยเจริญพันธุ์ (ข้อมูล Health Data Center ปี 2566). กรุงเทพฯ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
DeLoughery EP. Global prevalence of anemia among women of reproductive age, 2000-2019. Eur J Haematol. 2024 Aug;113(2):253-256. doi: 10.1111/ejh.14227.
Chen HH, Hsieh PL. Applying the Pender's Health Promotion Model to Identify the Factors Related to Older Adults' Participation in Community-Based Health Promotion Activities. Int J Environ Res Public Health. 2021 Sep 23;18(19):9985. doi: 10.3390/ijerph18199985.
Chaurasiya PS, Gurung S, Karki S, Mandal KC, Mehta B, Rohita DK, et al. Prevalence of anemia and its associated factors among women of reproductive age group attending Gaur Provincial Hospital: A cross-sectional study. F1000Research. 2022;11:1367. doi: 10.12688/f1000research.125103.1
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9