ผลของโปรแกรมการพยาบาลแบบระบบสนับสนุนและให้ความรู้ด้วยกิจกรรมการเล่นต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของเด็กวัยเรียนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
คำสำคัญ:
โปรแกรมการพยาบาลแบบระบบสนับสนุนและให้ความรู้, กิจกรรมการเล่นต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของเด็กวัยเรียน, โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการดูแลตนเองของเด็กวัยเรียนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รูปแบบหนึ่งกลุ่ม กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กวัยเรียนที่กำลังศึกษาประถมศึกษาปีที่ 4-6 ทั้งหมด โรงเรียนค่ายลูกเสือดงยาง ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จำนวน 48 ราย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ได้รับโปรแกรมตามคู่มือการให้การพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้แก่เด็กวัยเรียนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ใช้เวลา 150 นาที ขั้นตอนการพยาบาล ดังนี้ ระยะที่ 1 การสร้างสัมพันธภาพ ระยะที่ 2 การดำเนินการพยาบาล มีกิจกรรมให้ความรู้และให้การช่วยเหลือ ด้วยการเล่น 2 กิจกรรม และสมุดภาพการ์ตูนในเด็กวัยเรียน ระยะที่ 3 ระยะสิ้นสุดการพยาบาล เป็นระยะที่ผู้วิจัยทบทวนข้อควรปฏิบัติบางประการ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเองของเด็กวัยเรียนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 หลังให้การพยาบาลเสร็จสิ้น ครั้งที่ 2 หลังให้การพยาบาลแล้ว 1 เดือน ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค 0.88 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และการทดสอบที
ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการทดลองพฤติกรรมการดูแลตนเองของเด็กวัยเรียนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ได้รับโปรแกรมการพยาบาลแบบระบบสนับสนุนและให้ความรู้ด้วยกิจกรรมการเล่นสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ผลการวิจัยนี้ แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมที่นำมาใช้กับเด็กวัยเรียนจะช่วยส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนป้องกันโรคติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนาได้อย่างถูกต้อง
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Statement on the fifteenth meeting of the IHR (2005) Emergency Committee on the COVID-19 pandemic [online serial]. 2023 [cited 2025 Dec 1]. Available from: https://extranet.who.int/sph/statement-fifteenth-meeting-ihr-2005-emergency-committee-covid-19-pandemic?utm_source=chatgpt.com
กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพสำหรับครูผู้ดูแลเด็ก [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ธันวาคม 1]. เข้าถึงได้จาก: http://klb.ddc.moph.go.th/dataentry/handbook/form/188
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนะผู้ปกครองเตรียมความพร้อมส่งลูกไปโรงเรียนปลอดภัยจากโควิด 19 ช่วงเปิดเทอม [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ธันวาคม 1]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?deptcode=brc&news=42986&news_views=595&utm_source=chatgpt.com
World Health Organization. Update on COVID-19 in Thailand [online serial]. 2024 [cited 2025 Dec 1]. Available from: https://www.who.int/thailand/news/detail/06-02-2024-update-on-covid-19-in-thailand--7-february-2024
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ธันวาคม 1]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/ viralpneumonia/index.php
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวนกล้วย. รายงานข้อมูลการเป็นโรคโควิด-19 ในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ของตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวนกล้วย; 2566.
นัยนา ณีศะนันท์, สุธาทิพย์ เอมเปรมศิลป์, บุญยิ่ง มานะบริบูรณ์, วินัดดา ปิยะศิลป์. แนวทางการดูแลสุขภาพเด็ก Guideline in Child Health Supervision. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย; 2564.
บุษกร พันธ์เมธาฤทธิ์, อรอนงค์ มาลา, ปราณี คำจันทร์, จุฑารัตน์ คงเพ็ชร. ผลของการจัดกิจกรรมการเล่นของนักศึกษาพยาบาลต่อความสุขของผู้ป่วยเด็กและความพึงพอใจของผู้ดูแลเด็ก. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2564;41(1):1-13.
ณัฐนิชา ศรีละมัย, ณัฏฐา วรรธนะวิโรจน์ม, วัชรินทร์ ช่างประดับ, สมปรารถนา สุดใจนาค, บุญเตือน วัฒนกุล. ผลของโปรแกรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคมผ่านการละเล่นพื้นบ้านเพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2564;15(2):25-36.
Orem DE, Taylor SG, Renpenning KM. Nursing: Concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2001.
Cohen J. Things I have learned (so far). Am Psychol 1990;45:1304-12. doi: 10.1037/0003-066X.45.12.1304
Faul F, Erdfelder E, Buchner A, Lang AG. Statistical power analyses using G*Power 3.1: tests for correlation and regression analyses. Behav Res Methods. 2009 Nov;41(4):1149-60. doi: 10.3758/BRM.41.4.1149.
จารุวรรณ สนองญาติ, ลักขณา ศิรถรกุล, เนติยา แจ่มทิม, ยุคนธ์ เมืองช้าง, ภาวดี เหมทานนท์. ผลของโปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกคลอดก่อนกำหนดต่อพฤติกรรมของมารดาในการดูแลบุตร. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี. 2566;6(1):42-57.
Bloom B. S. Handbook on Formative and Summative Evaluation of Student Learning. New York: McGraw-Hill; 1971.
เพ็ญแข ดิษฐบรรจง, นงณภัทร รุ่งเนย, อัจฉรา สุขสำราญ, ฉัตรทอง จารุพิสิฐไพบูลย์. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด 19 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายเด็ก. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล. 2565;28(2):1-17.
ณัฐทิชา หงษ์สามสิบหก, สมนึก เลิศสุโภชวณิชย์, กรรณิการ์ เจริญไทย, จริยา ดาหนองเป็ด, ดุสิต สุจิรารัตน์. ผลลัพธ์ของมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลต่อการป้องกันควบคุมโรคติดต่อในสถานศึกษา. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2567;33(2):254-64.
จินทภา เบญจมาศ, นาฏนภา หีบแก้ว ปัดชาสุวรรณ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. 2564;7(2):98-115.
วรวุฒิ แสงทอง, จุฬารัตน์ ห้าวหาญ, วิจิตร แผ่นทอง. ผลของระบบสนับสนุนและให้ความรู้อย่างมีแบบแผนต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2563;7(2):39-50.
Piaget J. The Construction of Reality in the Child. London: London Routledge & Kegan Paul; 1951.
Qi X, Lei Y, He S, Cheng S. Awayvirus: A playful and tangible approach to improve children's hygiene habits in family education. In: INTERACT 2023: Proceedings of the 19th IFIP TC 13 International Conference on Human-Computer Interaction [online serial]. 2023 [cited 2025 Dec 1]. Available from: https://arxiv.org/abs/2306.09076
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9