การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุติดบ้านหรือติดเตียง ในอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ, สุขภาพช่องปาก, ผู้สูงอายุติดบ้าน, ผู้สูงอายุติดเตียงบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุติดบ้านหรือติดเตียงในชุมชนและประเมินผลลัพธ์การใช้รูปแบบโดยบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ใช้รูปแบบการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ขั้นตอนการวิจัยประกอบด้วย การวางแผน การปฏิบัติการทดลองใช้ การสังเกต และการสะท้อนกลับ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้สูงอายุติดบ้านหรือติดเตียงและผู้ดูแลผู้สูงอายุจำนวน 33 ครอบครัว ในตำบลนครชัยศรีและตำบลบางกระเบา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก แบบตรวจสุขภาพช่องปาก แบบวัดระดับคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน และแบบวัดระดับคราบบนลิ้น การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ส่วนข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติอ้างอิง Paired t-test กำหนดระดับนัยสำคัญที่ p=0.05
ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นมี 5 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาบริบทของชุมชน ค้นหาผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง 2) วางแผนการดำเนินงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลและภาคีเครือข่ายท้องถิ่น 3) ดำเนินงานกิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากแก่อาสาสมัครและผู้ดูแลผู้สูงอายุ เยี่ยมบ้านตรวจสุขภาพช่องปาก เสริมพลังให้คำแนะนำและฝึกทักษะปฏิบัติจริงให้กับผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุ จัดช่องทางการประสานงานส่งต่อ และองค์กรท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณ 4) สังเกต ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน และ 5) สรุปผลการดำเนินงานและสะท้อนกลับ ผลการประเมินรูปแบบฯ พบว่า พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ มีค่าเฉลี่ยระดับพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสมมากขึ้นจาก 2.32±0.96 เป็น 3.57±1.02 (p<0.001) ส่วนระดับคราบจุลินทรีย์บนตัวฟันและระดับคราบบนลิ้นของผู้สูงอายุ มีค่าเฉลี่ยลดลงจาก 1.85±0.98 เป็น 0.16±0.27 (p<0.001) และ 1.80±0.39 เป็น 0.33±0.47 (p<0.001) ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานสถิติแห่งชาติ.คู่มือรายงานผลการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศ พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม; 2567.
Oliveira TFS, Embalo B, Mello ALSF. Oral health care of homebound older adults: Multidimensional theoretical model. Geriatrics, Gerontology and Aging.2023;17. doi:10.53886/ggae0230008.
Awano S, Ansai T, Takata Y, Soh I, Akifusa S, Hamasaki T, Yoshida A, Sonoki K, Fujisawa K, Takehara T. Oral health and mortality risk from pneumonia in the elderly. J Dent Res. 2008 Apr;87(4):334-9. doi: 10.1177/154405910808700418.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย.แนวทางการจัดบริการดูแลและป้องกันทันตสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุสำหรับทันตบุคลากร. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2564.
วุฒิพงศ์ ธนะกว้าง, ทัศไนย วงศ์ปินตา. ประสิทธิผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจให้ผู้ดูแลสุขภาพช่องปาก ของผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียง อาเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน.วารสารสาธารณสุขล้านนา. 2564;17(1):64-75
ชิสา ตัณฑะกูล, จันทร์พิมพ์ ทันเทาว์, วรรธนะ พิชพรชัยกุล. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงในชุมชนบ้านดอนแสลบ จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. 2565;16(3):193-206
กระทรวงสาธารณสุข. สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานคลีนิคหมอครอบครัวสำหรับหน่วยบริการ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2559.
Cohen JM, Uphoff NT. Participation Place in Rural Development: Seeking clarity through specificity, world development. New York: Cornell University; 1980.
World Health Organization. Oral Health Surveys: Basic methods. 4th ed. Geneva: World Health Organization; 1997.
พลินี เดชสมบูรณ์รัตน์, ผกาภรณ์ พันธุวดี พิศาลธุรกิจ. ระบาดวิทยาและดัชนีของโรคในช่องปาก. กรุงเทพฯ: คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2562.
Lundgren T, Mobilia A, Hallström H, Egelberg J. Evaluation of tongue coating indices. Oral Dis. 2007 Mar;13(2):177-80. doi: 10.1111/j.1601-0825.2006.01261.x.
Bloom BS. Handbook on Formative and Summative Evaluation of Student Learning. New York: McGraw-Hill Book; 1971.
Best JW. Research in Education. 3rd ed. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1977.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2543.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข .การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง: คู่มือสำหรับครอบครัวและผู้ดูแล. นนทบุรี: แก้วเจ้าจอม; 2559.
สำนักอนามัย กรมอนามัย. แนวทางการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ หลักสูตร 420 ชั่วโมง.กรุงเทพฯ: บริษัทกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2557.
Rueanphoo S, Sinavarat P, Rattanasuwan K, Muangpaisan W, Jitramontree N, Rojanavipart P, et al. Effect of using oral hygiene care pamphlets for housebound older person. Mahidol Dental Journal.2021;41(1):35-48.
นันทรัตน์ พันธุ์เดช, พัชราวรรณ ศรีศิลปนันทน์. บทบาทการปฏิบัติงานของทีมสหวิชาชีพในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง. J Gerontol Geriatr Med. 2020;19(3):99-109.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9