ผลของโปรแกรมเสริมพลังผู้สูงอายุในการดูแลเด็กปฐมวัยต่อการรับรู้ศักยภาพ การดูแล และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กปฐมวัยในครอบครัวข้ามรุ่น

ผู้แต่ง

  • สุมาลา สว่างจิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
  • ณรงค์กร ชัยวงศ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
  • ณิชาภัทร มณีพันธ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
  • เวียงพิงค์ ทวีพูน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
  • จักรกริช สนิทพจน์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, ครอบครัวข้ามรุ่น, โปรแกรมเสริมพลัง, ศักยภาพการดูแล, เด็กปฐมวัย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองโดยใช้แบบแผนการวิจัยสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมเสริมพลังผู้สูงอายุในการดูแลเด็กปฐมวัยต่อการรับรู้ศักยภาพการดูแลของผู้ดูแลและพฤติกรรมสุขภาพของเด็กปฐมวัยในครอบครัวข้ามรุ่น กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่เป็นผู้ดูแลเด็กปฐมวัยในครอบครัว จำนวน 72 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 36 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรม 8 สัปดาห์ ประกอบด้วย 4 โมดูล ได้แก่ 1) การเรียนรู้พัฒนาการเด็กผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 2) การสาธิตและฝึกปฏิบัติทักษะการส่งเสริมพัฒนาการ 3) การสวมบทบาทสถานการณ์ และ 4) การวางแผนการดูแลหลานประจำวัน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบประเมินการรับรู้ศักยภาพการดูแลเด็กปฐมวัย และแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพของเด็กปฐมวัย ได้ค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือตามสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค เท่ากับ 0.93 และ 0.96 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติทีเพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลอง และระหว่างกลุ่ม

ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ศักยภาพการดูแลเด็กปฐมวัยสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) และเด็กปฐมวัยที่ได้รับการดูแลจากผู้สูงอายุในกลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001)

ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่าโปรแกรมเสริมพลังผู้สูงอายุเป็นแนวทางที่มีประสิทธิผลในการพัฒนาสมรรถนะการดูแลเด็กปฐมวัยและส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของเด็กในครอบครัวข้ามรุ่น ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพยาบาลชุมชนและการดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัยในบริบทสังคมสูงวัยได้อย่างเหมาะสม

ประวัติผู้แต่ง

สุมาลา สว่างจิต, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

อาจารย์พยาบาล

ณรงค์กร ชัยวงศ์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์

ณิชาภัทร มณีพันธ์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์

เวียงพิงค์ ทวีพูน, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

อาจารย์พยาบาล

จักรกริช สนิทพจน์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

นักวิชาการห้องปฏิบัติการ

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม; 2567.

World Health Organization. Decade of Healthy Ageing 2021-2030. Geneva: World Health Organization; 2021.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. สถานการณ์ครอบครัวข้ามรุ่นในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ; 2563.

สุธรรม นันทมงคลชัย. ผู้สูงอายุและครอบครัวข้ามรุ่นในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล; 2559.

สรัญรัชญ์ ศรีคำ, ศิวิไลซ์ วนรัตน์วิจิตร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่เลี้ยงดูหลาน จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิจัยสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2567;6(3):63-77.

เกิดสิริ หงส์ไทย, ดารุณี จงอุดมการณ์. ภาระการเลี้ยงหลานของผู้สูงอายุในครอบครัวข้ามรุ่น. วารสารสภาการพยาบาล. 2564;36(1):71-88.

เกิดสิริ หงส์ไทย, ดารุณี จงอุดมการณ์. ผู้สูงอายุที่เลี้ยงหลานวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2563;43(4):97-109.

กรมอนามัย. แนวทางการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสำหรับครอบครัว. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2563.

กรมสุขภาพจิต. แนวทางการดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุในชุมชน. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2563.

Gibson CH. A concept analysis of empowerment. J Adv Nurs. 1991 Mar;16(3):354-61. doi: 10.1111/j.1365-2648.1991.tb01660.x.

Zimmerman MA. Empowerment Theory: Psychological, organizational and community levels of analysis. In: Rappaport J, Seidman E, editors. Handbook of community psychology. Boston (MA): Springer; 2000. p. 43-63.

Bandura A. Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman; 1997.

Nadler L, Wiggs GD. Managing human resource development. San Francisco, CA: Jossey-Bass; 1986.

Jeong J, Franchett EE, Ramos de Oliveira CV, Rehmani K, Yousafzai AK. Parenting interventions to promote early child development in the first three years of life: A global systematic review and meta-analysis. PLoS Med. 2021 May 10;18(5):e1003602. doi: 10.1371/journal.pmed.1003602.

World Health Organization. WHO guideline on improving early childhood development: Recommendations on interventions supporting responsive caregiving and early learning. Geneva: World Health Organization; 2020.

Britto PR, Lye SJ, Proulx K, Yousafzai AK, Matthews SG, Vaivada T, et al. Nurturing care: promoting early childhood development. Lancet. 2017 Jan 7;389(10064):91-102. doi: 10.1016/S0140-6736(16)31390-3.

สุพัตรา บุญเจียม, นิตยา พรรณาภพ. พฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยของผู้เลี้ยงดู เขตสุขภาพที่ 10. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2568;18(1):81-94.

จักรพันธุ์ ศิริบริรักษ์, ปราการ ทัตติยกุล. ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย. วารสารกุมารเวชศาสตร์. 2567;63(3):81-92.

World Health Organization. Nurturing Care for Early Childhood Development: A framework for helping children survive and thrive to transform health and human potential. Geneva: World Health Organization; 2018.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

19-05-2026

รูปแบบการอ้างอิง

สว่างจิต ส. ., ชัยวงศ์ ณ., มณีพันธ์ ณ. . ., ทวีพูน เ., & สนิทพจน์ จ. . (2026). ผลของโปรแกรมเสริมพลังผู้สูงอายุในการดูแลเด็กปฐมวัยต่อการรับรู้ศักยภาพ การดูแล และพฤติกรรมสุขภาพของเด็กปฐมวัยในครอบครัวข้ามรุ่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 20(3), 981–996. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/280312

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย