ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อการปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษา ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
โปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพ, โรคไตเรื้อรัง, การปฏิบัติตามคำแนะนำการรักษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อการปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษาของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 จำนวน 50 ราย คัดเลือกตามคุณสมบัติที่กำหนด และจับคู่ให้มีความคล้ายคลึงกันแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 25 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพตามแนวคิดของเพนเดอร์ จำนวน 8 สัปดาห์ กิจกรรมประกอบด้วยการให้ความรู้เรื่องโรคไตเรื้อรัง การช่วยลดปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษา การพัฒนาทักษะในการเลือกและปรุงอาหาร การจำกัดน้ำดื่ม การรับประทานยาและการติดตามเยี่ยมบ้าน กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแบบประเมินการปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ Independent t-test และ Paired-t test โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังได้รับโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มทดลอง (Mean=78.28, SD=1.45) มีค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษาสูงกว่ากลุ่มควบคุม (Mean=47.52, SD=2.95) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ <0.001 ผลการศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 มีการปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษา ซึ่งจะช่วยชะลอการเสื่อมของไตและชะลอเวลาในการบำบัดทดแทนไตได้
เอกสารอ้างอิง
Kovesdy CP. Epidemiology of chronic kidney disease: an update 2022. Kidney Int Suppl (2011). 2022 Apr;12(1):7-11. doi: 10.1016/j.kisu.2021.11.003.
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. ข้อแนะนำเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565 (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์; 2565.
กมลทิพย์ วิจิตรสุนทรกุล. ระบาดวิทยาและการทบทวนมาตรการป้องกันโรคไตเรื้อรัง. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
วัชราพร สนิทผล, นันธิดา จาระธรรม, จันทร์เพ็ญ ประโยงค์. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการควบคุมโรคในผู้ป่วยไตเรื้อรัง ระยะที่ 3 และ 4 ที่แผนกไตเทียม โรงพยาบาลลำพูน. วารสารสาธารณสุขล้านนา. 2560; 13(2):48-63.
สิริชยา อังกูรขจร, สุนิดา ปรีชาวงษ์. ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพตามแนวคิดของเพนเดอร์ ต่อความร่วมมือในการรับประทานอาหารและยาของผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 2557;25(2):77-89.
Pender NJ, Murdaugh CL, Parsons MA. Health promotion in nursing practice, 5th edition, Prentice Hall; 2006.
วราลี วงศ์ศรีชา. การพัฒนากระบวนการให้ความรู้ผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะที่ 1-3 และผู้ดูแลในการป้องกันการเกิดโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โรงพยาบาลนาแก จังหวัดนครพนม. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2562;4(3):95-106.
ระบบคลังข้อมูลทางด้านสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข. โรคไตเรื้อรัง [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2567 มีนาคม 10]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source
รัตน์ศิริ ทาโต. การวิจัยทางพยาบาลศาสตร์: แนวคิดสู่การประยุกต์ใช้ (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2561
นุชพร ดุมใหม่, ปณิชา พลพินิจ, สายฝน ม่วงคุ้ม, เขมารดี มาสิงบุญ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมชะลอความเสื่อมของไตในผู้ที่มีภาวะไตเรื้อรังระยะที่ 1-3. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ. 2565;17(4):378-86.
Chen YC, Chang LC, Liu CY, Ho YF, Weng SC, Tsai TI. The Roles of Social Support and Health Literacy in Self-Management Among Patients with Chronic Kidney Disease. J Nurs Scholarsh. 2018 May;50(3):265-275. doi: 10.1111/jnu.12377.
Okoyo Opiyo R, Nyawade SA, McCaul M, Nyasulu PS, Lango DB, Were AJO, Nabakwe EC, Bukania ZN, Olenja JM. Perceptions on Adherence to Dietary Prescriptions for Adults with Chronic Kidney Disease on Hemodialysis: A Qualitative Study. Diseases. 2020 Aug 6;8(3):29. doi: 10.3390/diseases8030029.
โรจกร ลือมงคล. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในโรงพยาบาลคอนสวรรค์. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี.2563;18(1): 16-26.
Peikani FA, Shahgholian N, Kazemi A. The Effect of Health-belief-model-Based Training on Behaviors Preventing Peritonitis in Patients on Peritoneal Dialysis. Int J Prev Med. 2018 Aug 14;9:72. doi: 10.4103/ijpvm.IJPVM_566_17.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9