ประสิทธิผลของกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกในการลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร
คำสำคัญ:
กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก, ความเสี่ยงโรคเบาหวาน, กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกในการลดความเสี่ยงโรคเบาหวานของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและมีระดับน้ำตาลในเลือดระหว่าง 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร อาศัยอยู่ในเขตอำเภอกุสุมาลย์ จำนวน 64 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 32 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือโปรแกรมกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก ระยะเวลา 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองจะได้รับกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกในการลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบได้รับการดูแลตามมาตรฐานปกติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Paired t-test และ Independent t-test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ประโยชน์ในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน การรับรู้ความสามารถของตนเอง และพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t=3.43, p=0.001, t=6.99, p<0.001 และ t=3.81, p<0.001 ตามลำดับ) ส่วนคะแนนเฉลี่ยการรับรู้อุปสรรคในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มทดลองต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t=-7.74, p<0.001 และ t=-3.48, p<0.001 ตามลำดับ) ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการเรียนรู้เชิงรุกสามารถส่งเสริมการรับรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม รวมทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรค รณรงค์วันเบาหวานโลก 2567 มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข แม้จะต้องอยู่ร่วมกับโรคเบาหวาน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2569 พฤษภาคม 29]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=47609&deptcode=brc&news_views=139
International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas. 10th ed. Brussels: International Diabetes Federation; 2021.
กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรค รณรงค์วันเบาหวานโลก 2566 มุ่งเน้นให้ความรู้ประชาชนถึงความเสี่ยงโรคเบาหวาน และหากตรวจพบก่อนจะลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2569 พฤษภาคม 29]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=38403&deptcode=brc
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566. กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์; 2566.
Xia M, Liu K, Feng J, Zheng Z, Xie X. Prevalence and Risk Factors of Type 2 Diabetes and Prediabetes Among 53,288 Middle-Aged and Elderly Adults in China: A Cross-Sectional Study. Diabetes Metab Syndr Obes. 2021 May 3;14:1975-1985. doi: 10.2147/DMSO.S305919.
สุภาภรณ์ เรือนมูล, สิวลี รัตนปัญญา. ปัจจัยกำหนดสุขภาพที่มีอิทธิพลต่อการเกิดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ของประชาชนในอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน. 2568;3(1):59-76.
อุมากร ใจยั่งยืน, สุภาภรณ์ วรอรุณ, สาวิตรี ศิริผลวุฒิชัย. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินในกลุ่มเสี่ยง. วารสารกองการพยาบาล. 2565;49(1):1-13.
Pender NJ, Murdaugh CL, Parsons MA. Health promotion in nursing practice. 5th ed. Upper Saddle River (NJ): Prentice Hall; 2006.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยกอก. รายงานสรุปกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโพธิไพศาล. สกลนคร: โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยกอก; 2567.
Leksuwankun S, Bunnag S, Namasondhi A, Pongpitakmetha T, Ketchart W, Wangsaturaka D, et al. Students’ attitude toward active learning in health science education: The good, the challenges, and the educational field differences. Front Educ. 2022;7:748939. doi: 10.3389/feduc.2022.748939
จินตนา ชาญสูงเนิน, ธณกร ปัญญาใสโสภณ, พัทธนันท์ พุดหล้า. ประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพโดยประยุกต์ทฤษฎีการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 2565;33(2):53-68.
โรงพยาบาลกุสุมาลย์. ทะเบียนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน อำเภอกุสุมาลย์ ปี 2568. สกลนคร: โรงพยาบาลกุสุมาลย์; 2568.
ขวัญใจ ลอยแก้ว, สุรีย์พันธุ์ วรพงศธร, ธวัชชัย วรพงศธร, เกษม ชูรัตน์. ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยประยุกต์โมเดลการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง. 2562;63(4):283-96.
นุสรา บุญทศ, วิรัติ ปานศิลา, สุระ วิเศษศักดิ์. การเสริมสร้างการรับรู้ความสามารถของตนด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2557;11(3):17-22.
เครือมาศ อนันตา, พีรวิชญ์ พาดี, อำภา คนซื่อ. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงเบาหวานรายใหม่. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2564;2(2):163-70.
Uemura K, Kamitani T, Yamada M, Okamoto H. Longitudinal Effects of Active Learning Education on Lifestyle Behavior and Physical Function in Older Adults. J Am Med Dir Assoc. 2021 Feb;22(2):459-463. doi: 10.1016/j.jamda.2020.05.014.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9