ความตระหนักต่ออันตรายของการสูบบุหรี่ไฟฟ้าและบทบาทในการป้องกัน การสูบบุหรี่ไฟฟ้า ของผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
ความตระหนักต่ออันตราย, บทบาทของผู้ปกครอง, การป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้า, นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความตระหนักต่ออันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ระดับบทบาทของผู้ปกครองในการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และความสัมพันธ์ระหว่างความตระหนักต่ออันตรายและปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ปกครองกับบทบาทในการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดนครพนม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 322 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไคสแควร์ และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ปกครองมีความตระหนักต่ออันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าโดยรวมอยู่ในระดับสูงมาก (=4.57, SD=0.14) โดยด้านการตระหนักถึงความรุนแรงมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (
=4.63, SD=0.29) ส่วนบทบาทของผู้ปกครองในการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้าโดยรวมอยู่ในระดับสูง (
=4.09, SD=0.17) โดยด้านการสนับสนุนกิจกรรมเชิงบวกมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (
=4.36, SD=0.23) ขณะที่การเป็นแบบอย่างที่ดีมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด (
=3.65, SD=0.25) ความตระหนักต่ออันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าโดยรวมมีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับต่ำกับบทบาทในการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.120, p=0.035) โดยการรับรู้ความเสี่ยง (r=0.130, p=0.020) และการตระหนักถึงผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (r=0.185, p=0.001) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับบทบาทในการป้องกัน นอกจากนี้ระดับการศึกษา อาชีพ สถานภาพสมรส ประวัติการสูบบุหรี่ของบุคคลในครอบครัว และการมีบุคคลในครอบครัวที่ยังสูบบุหรี่ในปัจจุบัน มีความสัมพันธ์กับบทบาทในการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Tobacco: e-cigarettes [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2024 [cited 2026 Aug 18]. Available from: https://www.who.int/news-room/questions-and-answers/item/tobacco-e-cigarettes
World Health Organization. Thailand-Global Youth Tobacco Survey 2022 [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2025 [cited 2026 Jul 28]. Available from: https://extranet.who.int/ncdsmicrodata/index.php/catalog/973
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. รายงานสถานการณ์การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนไทย [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 28 ก.ค. 2569].เข้าถึงได้จาก: https://prgroup.hss.moph.go.th
Sittibusaya C, Benjakul S, Noonak O, Tontiram R, Nalaem C, Sakulsawat T, et al. Global youth tobacco survey 2022 for developing tobacco control policies in Thailand. Dis Control J. 2025;51(2):339-53. doi:10.14456/dcj.2025.28.
Rosenstock IM. Historical origins of the Health Belief Model. Health Educ Monogr. 1974;2(4):328-35. doi:10.1177/109019817400200403.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. บุหรี่ไฟฟ้า ภัยคุกคามเยาวชน ทำลายสุขภาพ ทำร้ายคนรอบข้าง [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 28 ก.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม. รายงานสถานการณ์การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในจังหวัดนครพนม. นครพนม: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม; 2566.
Simons-Morton BG, Farhat T. Recent findings on peer group influences on adolescent smoking. J Prim Prev. 2010;31(4):191-208. doi:10.1007/s10935-010-0220-x.
ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา. รายงานสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทย. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา; 2565.
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่. ความเข้าใจผิดของผู้ปกครองเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลกระทบต่อเยาวชน. กรุงเทพฯ: มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่; 2565.
Thongsutt T, Yusote C, Jubprang S, Sasisuwan A, Poonchuay N, Chanawong A, et al. Factors associated with knowledge and attitude towards e-cigarettes among undergraduate students in Thailand: a cross-sectional study. Asian Pac J Cancer Prev. 2023;24(2):559-67. doi:10.31557/APJCP.2023.24.2.559.
Hair JF Jr, Page M, Brunsveld N. Essentials of business research methods. 4th ed. New York: Routledge; 2021.
Smith L, Brar K, Srinivasan K, Enja M, Lippmann S. E-cigarettes: how "safe" are they? J Fam Pract. 2016;65(6):380-5.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม. ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ปีการศึกษา 2568 [อินเทอร์เน็ต]. นครพนม: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม; 2568 [สืบค้นเมื่อ 18 ส.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.sesaonkp.go.th/
Cochran WG. Sampling techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.
บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น; 2560.
Doherty J, Davison J, McLaughlin M, Giles M, Dunwoody L, McDowell C, et al. Prevalence, knowledge and factors associated with e-cigarette use among parents of secondary school children. Public Health Pract (Oxf). 2022;4:100334. doi:10.1016/j.puhip.2022.100334.
Egger S, Watts C, Dessaix A, Brooks A, Jenkinson E, Grogan P, et al. Parent's awareness of, and influence on, their 14-17-year-old child's vaping and smoking behaviours: an analysis of 3242 parent-child pairs in Australia. Addict Behav. 2024;150:107931. doi:10.1016/j.addbeh.2023.107931.
Wang Y, Duan Z, Weaver SR, Self-Brown SR, Ashley DL, Emery SL, et al. Association of e-cigarette advertising, parental influence, and peer influence with US adolescent e-cigarette use. JAMA Netw Open. 2022;5(9). doi:10.1001/jamanetworkopen.2022.33938.
Kodl MM, Mermelstein R. Beyond modeling: parenting practices, parental smoking history, and adolescent cigarette smoking. Addict Behav. 2004;29(1):17-32. doi:10.1016/S0306-4603(03)00087-X.
Assari S, Mistry R, Caldwell CH, Bazargan M. Protective effects of parental education against youth cigarette smoking: diminished returns of Blacks and Hispanics. Adolesc Health Med Ther. 2020;11:63-71. doi:10.2147/AHMT.S238441.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9