รูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ตำบลสูงเนิน อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง, ผู้ดูแลหลัก, การส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง และศึกษาผลการใช้รูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ตำบลสูงเนิน อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงและผู้ดูแล จำนวน 64 คน ดำเนินการวิจัยโดยใช้กระบวนการวางแผน ปฏิบัติการ สังเกตผลและสะท้อนผล เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก แบบตรวจสุขภาพช่องปาก ตรวจฟันผุ ตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลก (WHO) วัดคราบจุลินทรีย์โดยประยุกต์ใช้ดัชนี Simplified Oral Hygiene Index (OHI-S) แบบวัดระดับคราบที่ลิ้น จากดัชนีคราบที่ลิ้น (Winkle tongue coating index) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ร้อยละ และ Paired t-test และกำหนดค่านัยสำคัญที่ p=0.05
ผลการศึกษา เกิดการพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากประกอบด้วย 1) พัฒนาความรู้ทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ 2) วางแผนการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพช่องปาก 3) ตรวจสุขภาพช่องปาก 4) การเยี่ยมบ้าน 5) จัดระบบนัดหมายการเข้ารับบริการทันตกรรม 6) สนับสนุนงบประมาณจาก อปท. 7) คืนข้อมูลวางแผนพัฒนากับภาคีเครือข่าย และ 8) ใช้เทคโนโลยีติดตามและให้คำปรึกษา ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากดีขึ้น และมีความสะอาดในช่องปากดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยระดับคราบจุลินทรีย์ ลดลงจาก 2.34±0.58 เป็น 1.58±0.78 ดัชนีอนามัยช่องปาก ลดลงจาก 4.19±0.98 เป็น 2.93±1.29 ระดับคราบที่ลิ้นลดลงจาก 1.83±0.42 เป็น 1.31±0.61 (p<0.001)
สรุปข้อเสนอแนะ รูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากที่พัฒนาขึ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ควรบูรณาการกับการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง พัฒนาศักยภาพผู้ดูแลและอาสาสมัครอย่างต่อเนื่อง รวมถึงติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย.รายงานการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพเขตสุขภาพที่ 9 พ.ศ.2566. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2567
Adachi M, Ishihara K, Abe S, Okuda K. Professional oral health care by dental hygienists reduced respiratory infections in elderly persons requiring nursing care. Int J Dent Hyg. 2007 May;5(2):69-74. doi: 10.1111/j.1601-5037.2007.00233.x.
Adachi M, Ishihara K, Abe S, Okuda K, Ishikawa T. Effect of professional oral health care on the elderly living in nursing homes. Oral Surg Oral Med Oral Pathol Oral Radiol Endod. 2002 Aug;94(2):191-5. doi: 10.1067/moe.2002.123493.
Nicol R, Petrina Sweeney M, McHugh S, Bagg J. Effectiveness of health care worker training on the oral health of elderly residents of nursing homes. Community Dent Oral Epidemiol. 2005 Apr;33(2):115-24. doi: 10.1111/j.1600-0528.2004.00212.x.
Frenkel H, Harvey I, Newcombe RG. Improving oral health in institutionalised elderly people by educating caregivers: a randomised controlled trial. Community Dent Oral Epidemiol. 2001 Aug;29(4):289-97. doi: 10.1034/j.1600-0528.2001.290408.x.
Petersen PE, Yamamoto T. Improving the oral health of older people: the approach of the WHO Global Oral Health Programme. Community Dent Oral Epidemiol. 2005 Apr;33(2):81-92. doi: 10.1111/j.1600-0528.2004.00219.x.
มัทนา เกษตระฑัต. การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุติดเตียง. โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การพัฒนารูปแบบการดูแลระยะยาวด้านทันตสุขภาพในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ในตำบล Long Term Care ; 9-10 มีนาคม 2559; โรงแรม เอบีน่า เฮ้าส์ กรุงเทพมหานคร.
วรางคณา เวชวิธี, สุปราณี ดาโลดม, นนทลี วีรชัย. ผลการใช้ฟลูออไรด์วาร์นิชในการป้องกันรากฟันผุในกลุ่มผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. วิทยสารทันตสาธารณสุข. 2560;22(1):48-57.
รุ่งทิวา ชื่นชอบ, โฉมพิไล นนทรักษา. Oral Health Care: Prevention Better than Cure การดูแลความสะอาดช่องปาก (Mouth care). ศรีนครินทรเวชสาร. 2558;30(Suppl): 2-4.
อาณัติ มาตระกูล, จรัญญา หุ่นศรีสกุล, อัจฉรา วัฒนาภา. ปัจจัยที่มีผลต่อการทำความสะอาดช่องปากผู้สูงอายุติดเตียง โดยผู้ดูแลในจังหวัดกระบี่. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษา ระดับชาติและนานาชาติ 2560; 10 มีนาคม 2560; อาคารพจน์ สารสิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น: 813-25.
Maeda K, Akagi J. Oral care may reduce pneumonia in the tube-fed elderly: a preliminary study. Dysphagia. 2014 Oct;29(5):616-21. doi: 10.1007/s00455-014-9553-6.
World Health Organization. Oral Health Surveys: Basic methods. 4th ed. Geneva: World Health Organization; 1997.
Greene JC, Vermillion JR. The Simplified Oral Hygiene Index. J Am Dent Assoc. 1964 Jan;68:7-13. doi: 10.14219/jada.archive.1964.0034.
Lundgren T, Mobilia A, Hallström H, Egelberg J. Evaluation of tongue coating indices. Oral Dis. 2007 Mar;13(2):177-80. doi: 10.1111/j.1601-0825.2006.01261.x.
ชิสา ตัณฑะกูล, จันทร์พิมพ์ หินเทาว์, วรรธนะ พิธพรชัยกุล. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุติดบ้านหรือติดเตียงในชุมชนบ้านดอนแสลบ จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. 2565;16(3):193-206.
ขวัญเรือน ชัยนันท์, สุรีย์ จันทรโมลี, ประภาเพ็ญ สุวรรณ, มยุนา ศรีสุภนันต์. การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2561;5(1):91-107.
มิ่งสมร กิตติธีรนันท์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุติดเตียงโดยผู้ดูแลในอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2564;2(2):69-79.
ฉวีวรรณ ภักดีธนากุล, อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ, อัญชลี เนาวรัตน์โสภณ, ประพนธ์ พิพัทธสัจก์, แพรวไพลิน สมพีร์วงศ์, วีรนันท์ วิชาไทย. การพัฒนารูปแบบการบริการทันตกรรมผู้สูงอายุที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย: ตัวอย่างเครือข่ายโรงพยาบาลโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารกรมการแพทย์. 2562;44(5):139-44.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9