ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ
คำสำคัญ:
พัฒนาศักยภาพ, ผู้ดูแลผู้สูงอายุ, ภาวะพึ่งพิงบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบระดับความรู้การดูแลผู้สูงอายุ ระดับสมรรถภาพการปฏิบัติงาน และระดับความมั่นใจในการดูแลผู้สูงอายุของผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ กลุ่มตัวอย่างเป็น Caregiver ที่ผ่านการอบรมเกิน 3 ปี ปฏิบัติงานในเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ คำนวณขนาดตัวอย่างด้วย Power analysis ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 235 คน
เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการพัฒนาศักยภาพฯ 5 มิติ (การกายภาพบำบัด การจัดการภาวะวิกฤต การจัดสิ่งแวดล้อม การดูแลภาวะสมองเสื่อม และการแพทย์แผนไทย) แบบประเมินความรู้ 20 ข้อ แบบประเมินสมรรถนะการปฏิบัติงานจริง และแบบประเมินความมั่นใจตนเอง เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง รายฉบับอยู่ระหว่าง 0.92-0.96 และค่าความเชื่อมั่น KR-20 เท่ากับ 0.84 Cronbach's alpha เท่ากับ 0.88-0.91 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติ Paired t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่าง Caregiver จำนวน 309 คน หลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ มีคะแนนเฉลี่ยความรู้การดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจากก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (±SD=12.45±2.18 เป็น 17.82±1.64, t=-32.64, p<0.001) คะแนนเฉลี่ยสมรรถภาพการปฏิบัติงานจริงเพิ่มขึ้นจากระดับปานกลางเป็นระดับดีเยี่ยม (
±SD=2.85±0.54 เป็น 4.45±0.38, t=-42.15, p<0.001) และคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในการปฏิบัติงาน เพิ่มขึ้นจากระดับปานกลางเป็นระดับมากที่สุด (
±SD=2.92±0.58 เป็น 4.52±0.41, t=-38.74, p<0.001) จากผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพฯ 5 มิติ สามารถยกระดับสมรรถนะและความมั่นใจของ Caregiver ได้อย่างมีประสิทธิผล สามารถใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาเครือข่ายระบบดูแลระยะยาว ในระดับปฐมภูมิได้อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
1. World Health Organization. Ageing and health [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2022 [cited 2026 Aug 10]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/ageing-and-health
2. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2565. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2566.
3. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
4. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. คู่มือการดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. นนทบุรี: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ; 2564.
5. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือแนวทางการใช้หลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568). นนทบุรี: NC Concept; 2568.
6. Bandura A. Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman and Company; 1997.
7. Polit DF, Beck CT. Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice. 11th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer; 2021.
8. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวทางการจัดการเรียนรู้และการประเมินผลตามเกณฑ์รูบริก (Rubric Assessment Guidelines). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2562.
9. สิริวรรณ ขาวแม้น, พรนภา หอมสินธุ์, โชติรส พละศักดิ์. ประสิทธิผลของโปรแกรมการเรียนรู้เชิงรุกต่อความรู้และสมรรถนะของตัวแทนผู้ดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในชุมชน. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 2565;36(2):45-58.
10. กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค. แนวทางการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. นนทบุรี: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2564.
11. Miller GE. The assessment of clinical skills/competence/performance. Academic Medicine. 1990;65(9):S63-7.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9