ผลของโปรแกรมการให้ทันตสุขศึกษารายบุคคลร่วมกับการรักษาโรคเหงือกอักเสบต่อปริมาณคราบจุลินทรีย์ ในผู้ป่วยคลินิกทันตกรรมนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • วรัญญู อ่อนสี วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • นิลุบล ปานะบุตร Sirindhorn College of Public Health, Ubon Ratchathani, Faculty of Public Health and Allied Health Sciences, Praboromarajchanok Institute, Thailand

คำสำคัญ:

ทันตสุขศึกษา, โรคเหงือกอักเสบ, คราบจุลินทรีย์, ทันตสุขศึกษาเฉพาะบุคคล, สุขภาพช่องปาก

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการให้ทันตสุขศึกษารายบุคคลร่วมกับการรักษาโรคเหงือกอักเสบต่อปริมาณคราบจุลินทรีย์ในผู้ป่วยที่มารับบริการที่คลินิกทันตกรรมนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research: two-group pre-post test design) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ป่วย 36 คนในกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมการให้ทันตสุขศึกษารายบุคคลร่วมกับการรักษาโรคเหงือกอักเสบ และกลุ่มควบคุมได้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จำนวน 36 คนซึ่งได้รับทันตสุขศึกษารายกลุ่มโดยไม่ได้รับการรักษาโรคเหงือกอักเสบ วัดผลก่อนและหลังการทดลองโดยใช้การวัดค่าปริมาณคราบจุลินทรีย์ในช่องปากด้วยวิธีการย้อมสีเออริโทรซีน วิเคราะห์ข้อมูลหาความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของปริมาณคราบจุลินทรีย์ระหว่างก่อนและหลังการได้รับทันตสุขศึกษาด้วยสถิติ Paired samples t-test และใช้สถิติ Independent t-test, ANCOVA เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ผลการศึกษาพบว่าการให้โปรแกรมทันตสุขศึกษาทั้ง 2 กลุ่มมีผลลดค่าปริมาณคราบจุลินทรีย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p – value < 0.001) และในกลุ่มทดลองมีการลดลงของปริมาณคราบจุลินทรีย์มากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p – value <0.001)  แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการให้ทันตสุขศึกษารายบุคคลร่วมกับการรักษาโรคเหงือกอักเสบมีประสิทธิภาพในการลดคราบจุลินทรีย์มากกว่าการให้สุขศึกษารายกลุ่มเพียงอย่างเดียว

เอกสารอ้างอิง

รายงานผลสำรวจสภาวะช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่9 ประเทศไทย พ.ศ.2566. นนทบุรี : สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ; 2567.

Frencken JE, Sharma P, Stenhouse L, Green D, Laverty D, Dietrich T. Global epidemiology of dental caries and severe periodontitis–a comprehensive review. J Periodontol. 2017 Mar;44:S94-105.

Slots J. Periodontitis: facts, fallacies and the future. Periodontol 2000. 2017;75(1):7-23.

Murakami S, Mealey BL, Mariotti A, Chapple ILC. Dental plaque-induced gingival conditions. J Periodontol. 2018 Jun;45:S17-27.

กิตติ ต.รุ่งเรือง.โรคปริทันต์อักเสบ : สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง.กรุงเทพฯ : คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2565.

Sälzer S, Graetz C, Dörfer CE, Slot DE, Van der Weijden FA. Contemporary practices for mechanical oral hygiene to prevent periodontal disease. Periodontol 2000. 2020;84(1):35-44.

Lai H, Fann JC, Yen AM, Chen LS, Chen HH, Chiu SY, et al. Long-term effectiveness of school-based children oral hygiene program on oral health after 10-year follow-up. Community Dent. Oral. Epidemiol. 2016;44(3):209-15.

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. คู่มือหลักสูตรการอบรมอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน เชี่ยวชาญด้านทันตสุขภาพ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา;2559.

กิตติโชติ วรโชติกำจร, ศิรดา ชูเดช, ศิรินทิพย์ สิงห์สามารถ. นวัตกรรมการย้อมคราบจุลินทรีย์ทางทันตกรรม [Innovations of plaque disclosing in dental care]. Hat Yai (TH): คณะเภสัชศาสตร์, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; ตุลาคม 2561.

วารุณี สุดตา.สมรรถนะของเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขที่ปฏิบัติงาน ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในมุมมองของบุคลากรสาธารณสุข.วารสารทันตาภิบาล;2562.30(1):69-80.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences,(2nd ed.). Hillsdale, NJ: Erlbaum.

O'Leary TJ, Drake RB, Naylor JE. The plaque control record. J Periodontol. 1972;43(1):38.

ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล. ทันตกรรมป้องกันในเด็กและวัยรุ่น. ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: 2553.

Brukiene V, Aleksejuniene J. Theory-based oral health education in adolescents. Stomatologija. 2010;12(1):3-9.

ธาราทิพย์ ก้อนทอง, จีระศักดิ์ เจริญพันธ์, ประวิ อ่ำพันธุ์. ผลของโปรแกรมประยุกต์การพัฒนาความสามารถในการดูแลช่องปากแบบใกล้ชิดต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพของเด็กในปกครองของผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะดอบ ตําบลตะดอบ อําเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารทันตาภิบาล 2557;25(1):57-68.

อัจฉรา จิตจง. ประสิทธิผลโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยของผู้ปกครอง ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่, วารสารสาธารณสุขไทย 2568 ;53(1):27-41.

Wei Y, Dang G-p, Ren Z-y, Wan M-c, Wang C-y, Li H-b, et al. Recent advances in the pathogenesis and prevention strategies of dental calculus.NPJ Biofilms and Microbiomes. 2024;10(1):56.

Akcalı A, Lang NP. Dental calculus: the calcified biofilm and its role in disease development. Periodontol 2000. 2018;76(1):109-15.

Hinrichs J. The Role of Dental Calculus and Other Local Predisposing Factors. Carranza's Clinical Periodontology. 2012:217-31.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-16

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย