การพัฒนาการเรียนรู้ของผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงต่อพฤติกรรมการลดระดับไขมันในเลือด
คำสำคัญ:
การเรียนรู้, ระดับไขมันในเลือดสูง, พฤติกรรมการลดระดับไขมันในเลือดบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนามีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อสร้างแผนพัฒนาการเรียนรู้ 2.เพื่อเปรียบเทียบระดับไขมันในเลือดก่อนและหลังได้รับแผนพัฒนาการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง จำนวน 60 ราย ดำเนินการวิจัยโดยใช้แผนพัฒนาการเรียนรู้ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนพัฒนาการเรียนรู้ วิเคราะห์ค่า IOC มีค่า = 1.00 2) แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการลดระดับไขมันในเลือด หาค่าความเชื่อมั่น โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบัค พบว่า มีค่า = .930 3) แบบบันทึกระดับไขมันในเลือด วิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมก่อนและหลังได้รับแผนพัฒนาการเรียนรู้และแบบบันทึกระดับไขมันในเลือด โดยใช้สถิติการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า1.การสร้างแผนพัฒนาการเรียนรู้ โดยใช้ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้ใหญ่ ดังนี้ 1) การวิเคราะห์ความต้องการของผู้เรียน 2) กำหนดจุดมุ่งหมายในการเรียน 3) วางแผนการเรียน 4) การแสวงหาแหล่งวิทยาการ 5) การประเมินผล ผนวกกับความต้องการจำเป็น พบว่าแผนพัฒนาการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ 88.65/91.58
2.เปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมการลดระดับไขมันในเลือด หลังได้รับแผนพัฒนาการเรียนรู้ พบว่า ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงมีคะแนนพฤติกรรมการลดระดับไขมันในเลือดสูงกว่ากลุ่มหลังได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) 3.เปรียบเทียบระดับไขมันโคเลสเตอรอล แอลดีแอล และ ไตรกลีเซอไรด์ หลังได้รับแผนพัฒนาการเรียนรู้ พบว่า ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงหลังได้รับแผนพัฒนาการเรียนรู้ของกลุ่มทดลอง มีระดับไขมันในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05)
เอกสารอ้างอิง
Linton MRF, Y. P., Davies SS, .The Role of Lipids and Lipoproteins in Atherosclerosis. In A. B. Feingold KR, Boyce A, et al., editors (Ed.), Endotext. MDText.com, Inc. [cited 2022 July 8]; Available from: URL:https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK343489. 2000.
Rader DJ, Hobbs HH. Chapter 356. Disorders of Lipoprotein Metabolism. In Longo DL, Fauci AS, Kasper DL, Hauser SL, Jameson JL, Loscalzo J, editors. Harrison's. Principles of Internal Medicine. 18e. New York. NY: The McGraw-Hill Companies. 2012. 355-457.
National Cholesterol Education Program. (NCEP). Third Report of the National Cholesterol Education Program (NCEP) Expert Panel on Detection, Evaluation, and Treatment of High Blood Cholesterol in Adults (Adult Treatment Panel III) final report. Circulation. 2002. 106(25): 3143-421.
Knowles, M. S. Self - directed learning: A neglected species. (3rd. ed). Houston: Gulf Publishing Co. 1984.
ทิศนา แขมมณี. รูปแบบการเรียนการสอน: ทางเลือกที่หลากหลาย. พิมพ์ครั้งที่๔. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2550.
Nunan,D & Lamb,C,. The self-directed teacher: managing the learning process. Cambridge: Cambridge University Press. 1996. pp. 296.
Rader DJ, Hobbs HH. Chapter 356. Disorders of Lipoprotein Metabolism. In Longo DL, Fauci AS, Kasper DL, Hauser SL, Jameson JL, Loscalzo J, editors. Harrison's. Principles of Internal Medicine. 18e. New York. NY: The McGraw-Hill Companies. 2012.
Roussell, & Kris-Etherton. Effects of lifestyle interventions on high-density lipoprotein cholesterol levels. Journal Clinical Lipidology. 2007. 1(1), 65-73.
World Health Organization. Global action plan for the prevention and control of noncommunicable diseases 2013−2020. Geneva; 2013. (Online). Retrieved from http://apps.who.int/iris/bitstream/. 2014.
Krejcie R.V. & Morgan, D.W. Determining Sample Size for Research Activity. Educational and Psychological Measurement. 1970. 30(3), pp. 607-610.
วริษา กันบัวลา, ณชนก เอียดสุย และ อาภรณ์ ดีนาน. ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและระดับไขมันในเลือดของผู้ที่มีไขมันในเลือดผิดปกติ. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. (2564, กรกฏาคม-กันยายน). 29(3), 1-14.
นุสกร เนืองษา, วนิดา วงษ์ตา, ชวนพิศ เสิกนาค และ ประภัสสร เกตุศร. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมสุุขภาพและระดับไขมันในเลือดของผู้ที่่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ.วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. (2567, มกราคม - เมษายน). 5(1), 173-184.