อุบัติการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อภาวะปัสสาวะคั่งในผู้ป่วยหลังเข้ารับ การผ่าตัดศัลยกรรมทั่วไป

Main Article Content

จันทิรา ประยูรชาญ
สุภาวิณี พิมพา
ชวิกา พิสิฏฐศักดิ์

บทคัดย่อ

ที่มา: หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทางศัลยกรรมทั่วไปภายใต้การระงับความรู้สึกแบบทั่วร่างกายหรือระงับความรู้สึกแบบเฉพาะส่วนคือ ภาวะปัสสาวะคั่งหลังผ่าตัด เป็นภาวะที่ผู้ป่วยไม่สามารถขับปัสสาวะได้ตามปกติแม้ว่ารู้สึกปวดปัสสาวะมากหรืออาจต้องใช้เวลาเบ่งปัสสาวะนาน ซึ่งอาจสร้างความเจ็บปวดและความวิตกกังวลแก่ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก พบอุบัติการณ์ของการเกิดภาวะปัสสาวะคั่งหลังผ่าตัดอยู่ระหว่างร้อยละ 5-70 เนื่องจากความแตกต่างของกลุ่มผู้ป่วยและชนิดของการผ่าตัด วิธีการศึกษา: การศึกษาวิจัยแบบย้อนหลังนี้ได้ รวบรวมข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมทั่วไปใน โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 โดยการสุ่มอย่างมีระบบ (systematic random sampling) เป็นการสุ่มตัวอย่างเมื่อประชากรมีลักษณะใกล้เคียงกัน มีการจัดเรียงตามลําดับหมายเลขไว้แล้ว การสุ่มจึงสามารถทําอย่างเป็นระบบโดยการนําจํานวนประชากรหารด้วยจํานวนตัวอย่างที่ต้องการสุ่มคนไข้เป็นลำดับทุกๆ 50 คน จนครบจำนวน 430 คน การวินิจฉัยภาวะปัสสาวะคั่ง หลังผ่าตัดทำโดยค้นหาประวัติการสวนปัสสาวะหลังผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมงร่วมกับมีบันทึกอาการกระเพาะปัสสาวะโป่งตึง ผลการศึกษา: ผู้ป่วยในการศึกษานี้มีจำนวน 430 ราย พบอุบัติการณ์การเกิดภาวะปัสสาวะคั่งหลังผ่าตัดจำนวน 125 ราย (ร้อยละ 29.1) ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะปัสสาวะคั่งหลังผ่าตัดได้แก่ การบริหารยาชาทางไขสันหลังเมื่อเทียบกับการระงับความรู้สึกแบบทั่วร่างกาย (adjusted odds ratio (AOR) 2.942 (1.667-5.190); P<0.001) การได้รับยาอีเฟดรีนทางหลอดเลือดดำระหว่างผ่าตัด (AOR 2.598 (1.563-4.318); P<0.001) การได้รับยามอร์ฟีนทางหลอดเลือดดำหลังผ่าตัด (AOR 2.457 (1.079-5.592); P=0.032) เพศชาย (AOR 2.233 (1.296-3.848); P=0.004) และผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูง (AOR 2.123 (1.108-4.067); P=0.023) สรุป: อุบัติการณ์การเกิดภาวะปัสสาวะคั่งหลังผ่าตัดสูง ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะปัสสาวะคั่งหลังผ่าตัดได้แก่ การบริหารยาชาทางช่องไขสันหลัง การได้รับยาอีเฟดรีนระหว่างผ่าตัด การได้รับยามอร์ฟีนทางหลอดเลือดดำ ผู้ป่วยเพศชาย และผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูง

Article Details

ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

Billet M, Windsor TA. Urinary retention. Emerg Med Clin North Am. 2019;37:649-60.

ดุษฎี อรรจน์อังกูร, พัชรี โพธิ์สนธ์, พรหมประทาน พงศ์อธิโมกข์, พิสิฏฐ์ เลิศวานิช, บุศรา ศิริวันสาณฑ์. ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะปัสสาวะคั่งในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า. วิสัญญีสาร. 2564;47:310-5.

ธนพร นันต์ธนพานิช. อุบัติการณ์การเกิดภาวะปัสสาวะคั่งหลังผ่าตัดและระยะเวลาที่ผู้ป่วยสามารถปัสสาวะได้เองภายหลังการฉีดยาชาเข้าช่องน้ำไขสันหลังในการผ่าตัดไส้เลื่อนและริดสีดวงทวารในโรงพยาบาลยโสธร. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2563;17:94-103.

Zaheer S, Reilly WT, Pemberton JH, Ilstrup D. Urinary retention after operations for benign anorectal diseases. Dis Colon Rectum. 1998;41:696-704.

Agrawal K, Majhi S, Garg R. Post-operative urinary retention: review of literature. World J Anesthesiol. 2019;8:1-12.

Baldini G, Bagry H, Aprikian A, Carli F. Postoperative urinary retention: anesthetic and perioperative considerations. Anesthesiology. 2009;110:1139-57.

Hollman F, Wolterbeek N, Veen R. Risk factors for postoperative urinary retention in men undergoing total hip arthroplasty. Orthopedics. 2015;38:e507-11.

Cha YH, Lee YK, Won SH, Park JW, Ha YC, Koo KH. Urinary retention after total joint arthroplasty of hip and knee: systematic review. J Orthop Surg (Hong Kong). 2020;28:2309499020905134.

นิภาพันธ์ สาสิงห์, วราภรณ์ เชื้ออินทร์, ทิพยวรรณ มุกนำพร, กาญจนา อุปปัญ, สมยงค์ ศรีชัยปัญหา. สำรวจภาวะปัสสาวะคั่งหลังผ่าตัดในผู้ป่วยที่ได้รับการระงับความรู้สึกด้วยเทคนิค spinal หรือ epidural block ชนิดฉีดครั้งเดียวในโรงพยาบาลศรีนครินทร์. in Srinagarind Hospital. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2551;23:311-6.

นิพพาภัทร์ สินทรัพย์, จิณวัตร จันครา, บุปผา ใจมั่น. โรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ: เพชฌฆาตเงียบที่ควรตระหนัก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 2560;28:100-11.

Scholten R, Kremers K, van de Groes SAW, Somford DM, Koëter S. Incidence and risk factors of postoperative urinary retention and bladder catheterization in patients undergoing fast-track total joint arthroplasty: a prospective observational study on 371 patients. J Arthroplasty. 2018;33:1546-51.

กิตติยา วิจิตรมาลา, สุชาดา ป้องขวาเลา, กฤษณา พิมพลีชัย. การเปรียบเทียบประสิทธิผลการให้ยาอีเฟดรีนรูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำร่วมกับการให้สารน้ำกับการให้สารน้ำอย่างเดียวในการป้องกันการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำจากการให้ยาชาทางช่องน้ำไขสันหลังในหญิงตั้งครรภ์ที่เข้ารับการผ่าตัดคลอดแบบนัดหมาย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2563;17:33-44.

Ringdal M, Borg B, Hellström AL. A survey on incidence and factors that may influence first post-operative urination. Urol Nurs. 2003;23:341-6, 354.

Bjerregaard LS, Bogø S, Raaschou S, et al. Incidence of and risk factors for postoperative urinary retention in fast-track hip and knee arthroplasty. Acta Orthop. 2015;86:183-8.

Luger TJ, Garoscio I, Rehder P, Oberladstätter J, Voelckel W. Management of temporary urinary retention after arthroscopic knee surgery in low-dose spinal anesthesia: development of a simple algorithm. Arch Orthop Trauma Surg. 2008;128:607-12.