ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วม การเสริมสร้างพลังอำนาจในงาน และประสิทธิผลของหอผู้ป่วย ตามการรับรู้ของผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น โรงพยาบาลเอกชน
คำสำคัญ:
การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม, การเสริมสร้างพลังอำนาจในงาน, ประสิทธิผลของหอผู้ป่วยบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปริมาณหาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วม การเสริมสร้างพลังอำนาจในงาน กับประสิทธิผลของหอผู้ป่วยตามการรับรู้ของผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น โรงพยาบาลเอกชน ระดับทุติยภูมิ ประชากรกลุ่มเป้าหมายคือผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น จำนวน 100 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ ข้อมูลทั่วไป การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม การเสริมสร้างพลังอำนาจในคน และประสิทธิผลของหอผู้ป่วย วิเคราะห์ค่าคุณภาพเครื่องมือด้วยสัมประสิทธ์ความตรงเชิงเนื้อหาของเครื่องมือการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม การเสริมสร้างพลังอำนาจในงาน ประสิทธิผลของหอผู้ป่วย ทั้ง 3 ฉบับเท่ากับ 1 และค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.97, 0.95 และ 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา จำนวน ร้อยละ ค่าฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้สถิติเชิงสหสัมพันธ์ แบบเพียร์สัน (Pearson’s product moment correlation)
ผลการวิจัยพบว่า การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้นโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.97, SD = .51 ) การเสริมสร้างพลังอำนาจในงาน โดยรวม อยู่ในระดับมาก ( = 3.80, SD = 0.50) และประสิทธิผลของหอผู้ป่วยโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.70, SD = 0.50) เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ตัวแปรทั้งสามตัวแปรพบว่า การบริหารงาน แบบมีส่วนร่วมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิผลของหอผู้ป่วยตามการรับรู้ของผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .710, p < .05) และการเสริมสร้าง พลังอำนาจในงานกับประสิทธิผลของหอผู้ป่วยตามการรับรู้ของผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น มีความสัมพันธ์กันเชิงบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .732, p < .05)
ดังนั้น ควรสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้นนำการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมบริหารงานในหอผู้ป่วย และนำการเสริมพลังอำนาจในงานด้วยการส่งอบรมภายนอกองค์กร ให้มีความรู้กลับมาพัฒนาหน่วยงาน ส่งเสริมการคงอยู่ของพนักงาน จัดอัตรากำลังให้สอดคล้องกับภาระงาน และผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อให้บุคลากรมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน
เอกสารอ้างอิง
New York : South – Western College.
Chansong, N. and Intararak, S. (2561). “Participatory Management of School Clusters for
Efficiency Promotion of Provincial Secondary Education Managemen”. Suan dusit
Graduate Scholl Acandemic journal, 14(1), 115-13.(In Thai)
Finkelman, C.E. (2001). Hospital RNs’ job satisfactions and dissatisfactions. Journal of
Nursing Administration, 31(11), 324-31.
Kinicki A., Kreitner R. (2008). Organizational behavior key concept, skill and best practice.
3rd ed. New York : McGraw – Hill,
Laschinger HKS, Wong C. Leader. (1999). “behaviorimpact on staff nurse empowerment,job
tension, and work effectiveness”. Journal of Nursing Administration1999, 29(5),
28-39.
Promsaart, U. (2012). "An Empowerment Of work Influencing The Job Competency Of
Registered Nurse Private Hospital, Bangkok Metropolis. Jurnal of Public Health,
42(2), 92-105. (In Thai)
National Statistical Office. (2011). Survey of Hospitals and Services 2012. 1st ed.
Bangkok: Bureau of Statistics. (In Thai)
Sashkin, M. (1982). A manager’s guide to participative management. New York: AMA
Membership Publication Division.
Swansburg, R. C. (1996). Management and Leadership for Nurse Management. Boston ;
Jones and Barrett.
Sensod, C. (2011). Relationships between Participatory Management of head nurse,
Organizational support, and nurse team effectiveness as perceived by staff nurse,
private hospitals, Bangkok metropolis. the Degree of Master of Nursing Science
Program in Nursing Administration Faculty of Nursing Chulalongkorn University. (In
Thai)
Wannaklueng, B. (2012). The Relationships between Duration of Work, Training Experience,
Organizational Climate, and the Participation in Hospital Quality Improvement and
Accreditation of Staff Nurses at Community Hospitals in Chainat Province. the Degree of
Master of Nursing Science in Nursing Administration School of Nursing Sukhothai
Thammathirat Open University. (In Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลสาร
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว