ผลของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองต่อความรู้ และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

ผู้แต่ง

  • ณฐา เชียงปิ๋ว พยาบาลวิชาชีพ หน่วยตรวจฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
  • วราภรณ์ บุญเชียง รองศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ศิวพร อึ้งวัฒนา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

โปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม, โรคหลอดเลือดสมอง, การรับรู้สมรรถนะแห่งตน, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

บทคัดย่อ

โรคหลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย แนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง คือการป้องกันผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำด้านสุขภาพของชุมชน การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาวิจัยแบบกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการป้องกันโรคหลอดเลือด สมองต่อความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของ อสม. ผู้เข้าร่วมการศึกษาเป็น             อสม. ที่ปฏิบัติงานในศูนย์สุขภาพชุมชน ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 40 ราย                 โดยคัดเลือกผู้เข้าร่วมการศึกษาด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย แบ่งออกเป็นกลุ่มควบคุมซึ่งได้รับความรู้ก่อนการอบรม ตามปกติของโรงพยาบาล หรือแหล่งข้อมูลต่างๆ จำนวน 20 ราย และกลุ่มทดลองที่ได้รับความรู้เรื่อง การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โดยโปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม จำนวน 20 ราย ทำการศึกษาระหว่างเดือนธันวาคม 2557 ถึงเดือนมกราคม 2558

            เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของ อสม. โปรแกรม            การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองที่ผู้ศึกษาพัฒนาขึ้น แบบทดสอบความรู้ โรคหลอดเลือดสมอง และแบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการปฏิบัติการป้องกันโรคหลอดเลือด

สมองของ อสม.ทำการเปรียบเทียบข้อมูลผลลัพธ์ก่อนและหลังการศึกษาการใช้โปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย                ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที ชนิดกลุ่มตัวอย่างเป็นที่อิสระต่อกัน

          ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ คะแนนเฉลี่ยสมรรถนะแห่งตน เรื่องการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรม และสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า โปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง มีผลทำให้ผู้เข้าร่วมการศึกษามีความรู้ เกิดการพัฒนาความรู้ และมีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง จึงควรนำโปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมมาใช้ในการสอน อสม.                 เพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (2543). คู่มือการฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วม. (ระบบออนไลน์). แหล่งที่มาhttp://mhtech.dmh.moph.go.th/techno.techno_other/index.html. (7 มีนาคม 2556)
ฐิติมา อินทร์เนตร, อาภาพร เผ่าวัฒนา และปาหนัน พิชยภิญโญ. (2554). การพัฒนาสมรรถนะแห่งตนร่วมกับการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 41(1), 5-16.
ทิศนา แขมมณี, (2553). ศาสตร์การสอน:องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธิดารัตน์ อภิญญา และ นิตยา พันธุเวทย์. (2556). ประเด็นสารรณรงค์วันอัมพาตโลก ปี 2556 (งบประมาณปี 2557). (ระบบออนไลน์). แหล่งที่มา http://dpc5.ddc.moph.go.th/SRRTcenter/56-Paralysis.pdf (7 มกราคม 2557)
ประยุทธ แสงสุรินทร์ และคณะ. (2554). คู่มือ อสม. ยุคใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.
พรรณี ลิ้มสวัสดิ์. (2544). แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลภาคประชาชน เรื่องหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้า(30 บาทรักษาทุกโรค) อาสาสมัครสาธารณสุขรวมพลังยับยั้งยาเสพติด ผลิต ภัณฑ์สุขภาพชุมชน และกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท. นนทบุรี : สำนักงานคณะกรรมการการสาธารณสุขมูลฐาน.
เพชรรัตน์ วิชา.(2556). ประสิทธิผลของการใช้โปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเรื่องการตรวจเต้านมด้วยตนเองในอาสาสมัครผู้ต้องขังในทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่. (วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน). บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
เพ็ญแข แดงสุวรรณ. (2550). Stroke:ฆาตกรเงียบ ระวังภัย ห่างไกล โรคหลอดเลือดสมอง.พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ใกล้หมอ Health & well being.
สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2553). ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์.
อรวดี บวรสิน. (2548). ความพึงพอใจในการปฏิบัตงานของอาสาสมัครสาธารณสุขเขตวังทองหลางกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต.
American Heart Association and American Stroke Association. (2012). Let’s talk about risk factor for stroke , stroke warning sign. (Online). Avilable http://www.strokeassociation.org/idc/groups/stroke-public/@wcm/@hcm/documents/downloadable/ucm_309713.pdf (2 September, 2012)
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York: W. H. Freeman .
Burn, N., & Grove, S. K. (2009). The practice of nursing research: Appraisal, synthesis, and generation of evidence(6th ed.). Missouri: Elsevier.
David A Kolb. (1984). Experiential Learning: Experience as the Source of Learning Development. New jersey: Prentice. Hall. Inc.
Polit, D. F., & Hungler, B. P. (1999). Nursing Research Principles and Methods (6thed.).Philadelphia: Lippincott.
World Stroke Organization. (2012). About World Stroke Day. (Online). Avilable http://www.worldstrokecampaign.org/media/Pages/AboutWorldStrokeDay2010.aspx ( 3 July 2012 )
Translated Thai References
Department of Mental Health. (2000). Training Manual about Participatory Learning. (Online). Avilable http://mhtech.dmh.moph.go.th/techno.techno_other/index.html. (7 March 2013)
Thitima Innets, Arpaporn Powwattana and Panan Pichayapinyo. (2011) Self-efficacy enhancement with participatory learning of health volunteer for promoting the health behavior of the elderly with hypertension. Journal of Public Health, 41(1), 5-16.
Tisana Khaemmani, (2010). Science teaching: knowledge in order to provide an effective learning process. (type 12). Bangkok, Thailand: Chulalongkorn University.
Tidarat Apinya and Nitaya Bhuntuwet. (2013). World Stroke Day 2013. (2013 year budget). (online). Avilable http://dpc5.ddc.moph.go.th/SRRTcenter/56-Paralysis.pdf (7 January 2014).
Prayut Sangsurin et al. (2011). Guide line for the new generation of Village Health Volunteers. 1st edition. Department of Health Service Support .
Pannee Limsawat. (2011). Approach to implementation the Government public sector about Universal Health Coverage (The 30 Baht Health Care Scheme), Village Health Volunteers combined drug abstinence , Community Health Products and Village fund 1 million baht. Nonthaburi: Department of Primary Health Care.
Petcharat Wicha.(2013). Effectiveness of implementing participatory learning program of breast self examination among inmate volunteers in Chiangmai woman correctional institution.
Effectiveness of participatory learning program on breast self-examination in inmate volunteers in Chiang Mai Women's Correctional Institution. (Master of Nursing Science Thesis, Community Nursing Practice. Graduate School of Chiang Mai University.
Penkha Dangsuwan. (2007). Stroke: a silent killer, a distant victim of a stroke. 2 Edition . Bangkok: The publisher Klaimor Health & well being.
Sompoch Eeamsupasit. (2010). Theory and techniques in behavior modification. (10 Edition). Bangkok: Chulalongkorn University.
Aonwadee Bawonsin. (2008). Factors Affecting Job satisfaction of Village Health Volunteers in Wangthonglang District, Bangkok. (Master of Public Administration Thesis). Graduate School of Kasem Bundit University.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

เชียงปิ๋ว ณ., บุญเชียง ว., & อึ้งวัฒนา ศ. (2018). ผลของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองต่อความรู้ และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 45(1), 87–99. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/cmunursing/article/view/136166

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย