ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการควบคุมโรคต่อพฤติกรรมการควบคุมโรคและการควบคุมโรคในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้

ผู้แต่ง

  • ศิริวรรณ ตุรงค์เรือง พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลพิจิตร จังหวังพิจิตร
  • ชดช้อย วัฒนะ อาจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ธีรนุช ห้านิรัตศัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • สุนทรา เลี้ยงเชวงวงศ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

การส่งเสริมสมรรถนะแห่งตน, การควบคุมโรค, พฤติกรรม, ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้

บทคัดย่อ

ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ มักเกิดภาวะแทรกซ้อนหลายประการ การส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมการควบคุมโรค  การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการควบคุมโรคต่อพฤติกรรมการควบคุมโรคและการควบคุมโรคในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้ โรงพยาบาลพิจิตร จังหวัดพิจิตร จำนวน 76 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 38 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการควบคุมโรคที่พัฒนามาจากทฤษฎีสมรรถนะแห่งตนของแบนดูรา (1997) ประกอบด้วยการให้ความรู้โดยการอภิปรายกลุ่มย่อย การส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการปฏิบัติพฤติกรรมการควบคุมอาหาร การออกกำลังกายโดยการเต้นรำเต้าเต๋อซิ่นซีและการใช้ยา ให้คู่มือและกระตุ้นติดตามทางโทรศัพท์ กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2556 ถึงเดือนเมษายน 2557  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการควบคุมโรค  คู่มือการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการควบคุมโรค แบบวัดพฤติกรรมการควบคุมโรคความดันโลหิตสูง และเครื่องวัดความดันโลหิตที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติทีคู่ สถิติทดสอบที แมกนีมาร์ ไคสแควร์ และฟิชเชอร์เอ็กแซกท์     

                   ผลการวิจัยพบว่าภายหลังเข้าร่วมโครงการ 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการควบคุมโรคสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) มีการควบคุมโรคได้ตามเกณฑ์มากกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการและมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001)  และมีค่าเฉลี่ยความดันโลหิตซีสโตลิคและไดแอสโตลิคต่ำกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการและต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< .001) แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการควบคุมโรคมีประสิทธิผลในการส่งเสริมการควบคุมโรคความดันโลหิตสูง สามารถลดค่าเฉลี่ยความดันโลหิตอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิกและสามารถนำไปใช้ในการส่งเสริมการควบคุมโรคในผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้  การศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าควรมีการศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมโดยติดตามผลการควบคุมโรคและอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข, สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2555). จำนวนและอัตราผู้ป่วยในด้วยโรค ความดันโลหิตสูง ปี พ.ศ 2544-2553 สืบค้นเมื่อ 12 ตุลาคม 2556, จาก http://thaincd.com/information-statistic/non-communicable-disease-data.php
จอมพล พรมชาติ. (2552). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะของตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เขตรับผิดชอบสถานีอนามัยบ้านวังตาบัว ตำบลโคกสลุด อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก. วิทยานิพนธ์ สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุข
ศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก.
จ้าวเมี่ยวกว่อ. (2551). คัมภีร์เต้าเต๋อจิง ฉบับประยุกต์ใช้. แปลเป็นภาษาไทยโดย กลิ่นสุคนธ์ อริยฉัตรกุล. กรุงเทพฯ: บริษัท ไทยเต้าซิ่น จำกัด.
ทรัพย์ทรวง จอมพงษ์. (2546). ผลการส่งเสริมสมรรถนะในตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
ธิรานี โหมขุนทด. (2551). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตร มหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,กรุงเทพมหานคร.
วิชัย เอกพลากร. (2553). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2. นนทบุรี: บริษัทเดอะกราฟิโก ซิสเต็มส์ จำกัด.
ศรินภัสร์ เนตรณรงค์พร. (2551). การสำรวจงานวิจัยทางการพยาบาลแบบทดสอบและแบบกึ่งทดลองที่ศึกษาเกี่ยวกับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลอนามัยชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, กรุงเทพมหานคร.
สมพร พานสุวรรณ. (2554). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ. วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏนครราชสีมา, นครราชสีมา.
สมาคมโรคความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2555). คู่มือแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ.2555. Retrieved สืบค้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2555 http://www.thaihypertension.org/guideline.html
สายฝน กันธมาลี, ศิริรัตน์ ปานอุทัย, และสมบัติ ไชยวัณณ์. (2550). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนและการสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายและความดันโลหิตในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลสาร, 34(4), 93-103.
สุนันทา ศรีศิริ. (2556). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง ศูนย์บริการสาธารณสุข 19 วงศ์สว่าง กรุงเทพมหานคร. วารสารคณะพลศึกษา, 15(ฉบับพิเศษ), หน้า 308-315.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2552).จำนวนผู้ป่วยใน จำแนกตามกลุ่มสาเหตุป่วย 75 โรค จากสถานบริการสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2546 - 2555. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2553 จากhttp://service.nso.go.th/nso/web/statseries/statseries09.html.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร. (2554). งานข้อมูลข่าวสาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร.สืบค้นเมื่อ 2 เมษายน 2553 จาก http://www.ppho.go.th/mis-new/mis_epid_situation_disease.php?icd101=I10
Aronow, W. S., Fleg, J. L., Pepine, C. J., Ferdinand, K. C., Forciea, M. A., Frishman, W. H., et al. (2011). ACCF/AHA 2011 Expert Consensus Document on Hypertension in the Elderly. Journal of the American College of Cardiology, 57(20), 36-55.
Bandura, A. (1997). Self Efficacy. The exercise of Control. New York: Freeman.
Cheung, B. M., Au, T., Chan, S., Lam, C., Lau, S., Lee, R.Tang, M. (2005). The relationship between hypertension and anxiety or depression in Hong Kong Chinese. Experimental & Clinical Cardiology, 10(1), 21-24.
Chobanian, A. V., Jones, D. W., & Roccella, E. J. (2003). Seventh report of the joint national committee on the prevention, detection, evaluation, and treatment of high blood pressure (JNC 7). hypertension, 41(6), 1178-1179.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G. & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39, 175-191.
Hickey, M. L., Owen, S. V., & Froman, R. D. (1992). Instrument development: cardiac diet and exercise self-efficacy. Nurs Res, 41(6), 347-351.
Nordmann, A. J., Suter-Zimmermann, K., Bucher, H. C., Shai, I., Tuttle, K. R., Estruch, R., & Briel, M. (2011). Meta-analysis comparing Mediterranean to low-fat diets for modification of cardiovascular risk factors. The American journal of medicine, 124(9), 841-851. e842.
Polit, D. F., & Hungler, B. (1999). Nursing Research: Principles and Methods (6th Ed.). Philadelphi: Lippincott.
Wattana, C., Suprakitcharoen, C., Rukwongprayoon, N., & Raethong, P. (2011). Long Term Study of a Self-Management Program: 2-Year Disease Control and Quality of Life Outcome Among Chronic Illness Patients at Kukot Community Medical Center, Thailand. The 9th International Nursing Conference & the 3rd World Academy of Nursing Science. 16-18 October 2013, Korea.




Translated Thai Referance

Bureau of Non Communicable Diseases Department of Disease Control Ministry of Pubic Health. (2012). Number and rate of patients with hypertension. Classified by service area. Retrieved from: URL: http://thaincd.com/information-statistic/non-communicable-disease-data.php
Hypertension Association of Thailand (2012). Ensure that way. Treatment of hypertension in general practice. 2555 Guidelines on the treatment of hypertension update 2012. Retrieved 27 October 2012 http://www.thaihypertension.org/guideline.html
Jompong S. (2003). Effect of self-efficacy enhancerment on health behaviors among hypertensive patients. (Research report). Chiang Mai: Chiang Mai University.
Journal of Thai Health survey,4th edition,2008-2009.Nonthabori: The Grafico Systems Co., Ltd.
Kantamalee S., Chaiwat S., & Panuthai S, (2007). Effects of self-efficacy and social support programs on exercise behavior and blood pressure in hypertensive elderly. Journal of Nursing Science, 25(4), 93-103.
Modkontod T. (2008). Effects of perceived self-efficacy on diet and exercise behaviors among hypertensive patients. Journal of nursing science and health;1,19-28. (in Thai).
Mui Mueang (2008). Taoism Applied Edition. Translated by Khun Sukorn Ariyachatkul
Bangkok: New Crete Press and Service.
National Statistical Office. (2009), Number of patients by group of 75 causes of illness from public health facilities. Ministry of Public Health, 2003 - 2012. Retrieved from: URL: http://service.nso.go.th/nso/web/statseries/statseries09.html.
Netnarongporn S. (2008). A survey of experimental and quasiexperimental nursing research among hypertensive patients in Thailand (Research report). Bangkok: Mahidol University.
Pansuwan S. (2008). The effect of health promotion program to self care behavior in primary hypertension patients (Research report). Nakhon Ratchasima: Nakhon Ratchasima Rajabhat University.
Phichit Provincial Public Health Office. (2011). Public Health Strategy Development Group Information Work Phichit Provincial Public Health. Retrieved from: http://www.ppho.go.th/mis-new/mis_epid_situation_disease.php?icd101=I10.
Promchat J. (2009). Effects of self efficacy promoting on health behaviours of the patients with hypertension of wungtabua health care unit koksalud subdistrict bangkratum district phitsanulok province. Independent study MPH. In Public Health, Naresuan University.
Srisiri S. (2013). Effects of self-efficacy promotion programs on behavior modification. Health of the elderly hypertension Health Center 19 Wongsawang Bangkok. Journal of Physical Education Year 15 (Special Issue) December 2012,308-315.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-12-02

รูปแบบการอ้างอิง

ตุรงค์เรือง ศ., วัฒนะ ช., ห้านิรัตศัย ธ., & เลี้ยงเชวงวงศ์ ส. (2017). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการควบคุมโรคต่อพฤติกรรมการควบคุมโรคและการควบคุมโรคในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 44(พิเศษ(1), 69–82. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/cmunursing/article/view/148037

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย