ผลของการใช้กลยุทธ์หลากหลายวิธีต่อการปฏิบัติเพื่อป้องกันวัณโรคของพยาบาลวิชาชีพ แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศูนย์

ผู้แต่ง

  • ธัญญธร เขียนปัญญา นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อและการควบคุมการติดเชื้อ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • วันชัย เลิศวัฒนวิลาศ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • อะเคื้อ อุณหเลขกะ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การป้องกันการติดเชื้อ, วัณโรค, แผนกผู้ป่วยนอก, กลยุทธ์หลากหลายวิธี, พยาบาลวิชาชีพ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (quasi-experimental research) ชนิดหนึ่งกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง (one group pretest-posttest design) มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการปฏิบัติที่ถูกต้องในการป้องกันวัณโรคของพยาบาลวิชาชีพแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศูนย์ ก่อนและหลังการใช้กลยุทธ์หลากหลายวิธีตามแนวคิด The PRECEDE-PROCEED Model (Green & Kreuter, 1991)  กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศูนย์ในจังหวัดเชียงใหม่ ผู้วิจัยได้เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยเลือกแบบเจาะจง  (purposive sampling) จาก 2 หน่วยงาน คือ จุดคัดกรองผู้ป่วย และห้องตรวจผู้ป่วยนอกอายุรกรรม มีจำนวน 11 คน ระยะเวลาที่ศึกษา 3 เดือนตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 กลยุทธ์และวิธีการส่งเสริม ประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ 1)ปัจจัยนำ (Predisposing factors) ใช้วิธีการให้ความรู้ในการปฏิบัติการป้องกันวัณโรคประกอบด้วยการบรรยาย อภิปราย การสาธิต และการสาธิตย้อนกลับ ร่วมกับการแจกคู่มือการปฏิบัติในการป้องกันวัณโรค 2 )ปัจจัยเสริม (Reinforcing factors) ใช้วิธีการแจกและติดโปสเตอร์เตือน และการให้ข้อมูลย้อนกลับด้านการปฏิบัติการป้องกันวัณโรค 3)ปัจจัยเอื้อ (Enabling factors)  ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจสำหรับผู้ป่วยและพยาบาลวิชาชีพอย่างเพียงพอ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบบันทึกการสังเกตการปฏิบัติเพื่อป้องกันวัณโรคของพยาบาลวิชาชีพแผนกผู้ป่วยนอก โดยเครื่องมือได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องตามเนื้อหา และความเชื่อมั่น

แล้วโดยการสังเกตร่วมกับผู้ร่วมสังเกตจนได้ค่าความเชื่อมั่นของการสังเกตเท่ากับ 1  การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่หาค่าร้อยละค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้สถิติทดสอบไคว์สแควร์ (chi-square) หรือ สถิติ Fisher's Exact Test         

          การศึกษาพบว่าหลังการใช้กลยุทธ์ฯ การปฏิบัติในภาพรวมของกลุ่มตัวอย่างหลังใช้กลยุทธ์หลากหลายวิธี ร้อยละ 69.9 ซึ่งสูงกว่าก่อนการใช้กลยุทธ์ฯ ที่ร้อยละ 38.3 และ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อแยกตามกิจกรรมพบว่า กิจกรรมการแยกผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 86.2 รองลงมาหมวดการให้คำแนะนำผู้ป่วยและญาติขณะอยู่ห้องตรวจ ถูกต้องเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 78.3 หมวดคัดกรองผู้ป่วยร้อยละ 71.0 หมวดการให้คำแนะนำผู้ป่วยและญาติในการปฏิบัติตัวขณะอยู่บ้าน ถูกต้องเพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ 37.9 แตกต่างจากก่อนการใช้กลยุทธ์ฯ  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนหมวดการใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ ถูกต้องเพิ่มขึ้นร้อยละ 63.0 และหมวดการทำความสะอาดมือ ถูกต้องลดลง เป็นร้อยละ 39.3 ซึ่งไม่แตกต่างทางสถิติก่อนและหลังการส่งเสริมการปฎิบัติ

            ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวคิด PRECEDE-PROCEED Model ได้ผลในการปฏิบัติในการป้องกันการติดเชื้อวัณโรค ของพยาบาลวิชาชีพในแผนกผู้ป่วยนอก แต่ในขณะเดียวกันควรหากลยุทธ์อื่นๆ ส่งเสริมการปฏิบัติในกิจกรรมที่ยังไม่มีการเพิ่มขึ้น ได้แก่ การส่งเสริมการทำความสะอาดมือและการสวม N 95 ของพยาบาลวิชาชีพ

เอกสารอ้างอิง

American Thoracic Society. (2003). Treatment of tuberculosis. American Journal of Respiratory and Critical Care Medicine, 167, 603-662.

Chu, L-M. K., & CHU, G. S. F. (1991). Feedback and efficiency: A staff development model. Nursing Management, 22(2), 28-31.

FitzGerald, G., Moore, G., & Wilson, A. P. R. (2013). Hand hygiene after touching a patient’s surroundings: The opportunities most commonly missed. Journal of Hospital Infection, 8(1), 27-31.

Green, L. W., & Kreuter, M. W. (1991). Health promotion planning: An educational and environmental approach. Mountain Veiw: Mayfield.

Griffith, C. J., Malik, R., Cooper, R. A., Looker, N., & Michaels, R. (2003). Environmental surface cleanliness and the potential for contamination during handwashing. American Journal of Infection Control, 31(2), 93-6.

Hayden, M. K., Blom, D. W., Lyle, E. A., Moore, C. G., & Weinstein, R. A. (2008). Risk of hand or glove contamination after contract with patient colonized with Vancomycin-Resistant Enterococcus or the colonized patient’ environment. Infection Control and Hospital Epidemiology, 29(2), 149-154.

Tudor, C., Van der Walt, M., Margot, B., Dorman, S. E., Pan, W. K., Yenokyan, G., & Farley, J. E. (2014). Tuberculosis among health care workers in KwaZulu-Natal, South Africa: A retrospective cohort analysis. BMC public health, 14(1), 891. doi: 10.1186/1471-2458-14-891

Tunsuwat, S., Picheansathian, W., Klunklin, A. (2014). Development of clinical pathway for the prevention of tuberculosis on the out-patient department in a general hospital. Nursing Journal), 41(4), 1-10.(in Thai)

Watanawong, S. (2001). Adult learning psychology. Chiang Mai: Lanna printing. (in Thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-09-20

รูปแบบการอ้างอิง

เขียนปัญญา ธ., เลิศวัฒนวิลาศ ว., & อุณหเลขกะ อ. . (2021). ผลของการใช้กลยุทธ์หลากหลายวิธีต่อการปฏิบัติเพื่อป้องกันวัณโรคของพยาบาลวิชาชีพ แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศูนย์. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 48(3), 128–140. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/cmunursing/article/view/253760

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย