ผลของโปรแกรมเสริมสร้างการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลต่อการปฏิบัติการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในชุมชน

ผู้แต่ง

  • จารุวรรณ แดนโพธิ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ศิวพร อึ้งวัฒนา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • วิลาวัณย์ เตือนราษฎร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

สื่อดิจิทัล, การเสริมสร้างการเรียนรู้, นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, การป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

บทคัดย่อ

นักเรียนหญิงมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เนื่องจากอยู่ในวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและอารมณ์ ทำให้อยากรู้อยากเห็นและอยากลองประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ นอกจากนี้ วัยรุ่นมักใช้โซเชียลมีเดียและเข้าถึงเนื้อหาออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น การส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความรู้และพฤติกรรมป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การวิจัยแบบกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการเสริมสร้างการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลต่อการปฏิบัติการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในชุมชน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อายุ 13-15 ปี จำนวน 34 ราย สุ่มตัวอย่างอย่างง่ายเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 17 ราย เครื่องมือในการวิจัย ประกอบด้วย โปรแกรมเสริมสร้างการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลในการปฏิบัติการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของ บลูม สื่อดิจิทัลเป็นคลิปวิดิโอ สถานการณ์จำลอง และแบบสอบถามการปฏิบัติการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา สถิติ paired sample t-test และ independent t-test

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ (M = 28.82, SD = 1.46) สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ (M = 20.11, SD = 3.75) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 9.126, p < .001) และภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯกลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ย (M = 28.82, SD = 1.46) สูงกว่ากลุ่มควบคุมซึ่งได้รับการดูแลแบบปกติ (M = 14.64, SD = 2.97) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 5.084, p < 0.001)

งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมเสริมสร้างการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลสามารถส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยเพิ่มความรู้ ความตระหนัก และการคิดวิเคราะห์ด้านเพศศึกษา รวมถึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมหรือพัฒนาหลักสูตรเพศศึกษา ในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของวัยรุ่นในปัจจุบัน

เอกสารอ้างอิง

Ard-am, O. (2000). Urban poverty related to women and children. Journal of Population and Social Studies, 9(1), 1-29. (in Thai)

Bloom, H. S. (1995). Minimum detectable effects: A simple way to report the statistical power of experimental designs. Evaluation Review, 19(5), 547-556. https://doi.org/10.1177/0193841X9501900504

Bureau of Reproductive Health, Department of Health. (2020). Statistics on childbirth among teenage mothers in Thailand, 2020. https://rh.anamai.moph.go.th/th/adolescent-mothers-birth-statistics/3674#wow-book/

Cohen, J. (1977). Statistical power analysis for the behavioral sciences (Rev. ed.). Lawrence Erlbaum Associates.

Cohen, J. (1992). Statistical power analysis. Current Directions in Psychological Science, 1(3), 98-101. https://doi.org/10.1111/1467-8721.ep10768783

Duangchan, C., Wattanakorn, K., Teanchaithut, C., Sriyasak, A., & Oumpram, K. (2019). The factors predicting intention to prevent teenage pregnancy among female junior high school students. The Southern College Network Journal of Nursing and Public Health, 6(Special Issue), 15-28. (in Thai) https://he01.tci-thaijo.org/index.php/scnet/article/view/175676/153766

Kingmala, C., Rawiworrakul, T., & Powwattana, A. (2015). Effect of a pregnancy prevention program for female adolescents. Journal of Boromarajonani College of Nursing, Bangkok, 31(3), 25-34. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnbangkok/article/view/56407/52775 (in Thai)

Mekkamon, K., & Wichianprapa, A. (2018). The roles of nurses in teenage mother’s caring. Journal of Health Science Research, 12(2), 69–77. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JHR/article/view/164241

Phinla, W. (2016). Approaches to learning management in social studies following the philosophy of sufficiency economy to promote learners’ learning skills in the 21st century. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 9(2), 1140-1157. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/67110/54757 (in Thai)

Polit, D. F., & Hungler B. P. (1995). Nursing research, principles and methods. JB Lippincott.

Punmeekij, N., Toonsiri, C., & Homsin, P. (2022). Factors affecting sexual risk behaviors among female lower secondary school students in Pattaya City. Journal of Public Health Nursing, 34(1), 13-29. (in Thai) https://he01.tci-thaijo.org/index.php/phn/article/view/244544

Sirisub, P., Sriduangchot, S., Khamhaeng, P., & Loonlawong, S. (2012). Knowledge, attitudes, and practice of contraception among junior high school students, northeast region of Thailand. Journal of Health Center 5, 6(13), 8-25. http://sutlib2.sut.ac.th/nakhonchaiburin/nm174470.pdf (in Thai)

World Health Organization [WHO]. (2024). Adolescent pregnancy. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/adolescent-pregnancy

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-09

รูปแบบการอ้างอิง

แดนโพธิ์ จ., อึ้งวัฒนา ศ. . ., & เตือนราษฎร์ ว. (2025). ผลของโปรแกรมเสริมสร้างการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลต่อการปฏิบัติการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในชุมชน. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 52(4), 125–137. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/cmunursing/article/view/272661

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย