ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ของสตรีตั้งครรภ์ที่มารับบริการในแผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลทั่วไปในจังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • สุปราณี โฆวัชรกุล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • สุพัตรา สินธุบัว วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • ประไพศรี กาบมาลา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • เยาวลักษณ์ มาก๋า วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข

คำสำคัญ:

สตรีตั้งครรภ์, ความเชื่อด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อ, โควิด-19, การส่งเสริมสุขภาพ

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเชื่อด้านสุขภาพในการป้องกันการติดเชื้อ โควิด-19 พฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 และความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มสตรีตั้งครรภ์ที่มารับบริการในแผนกฝากครรภ์ ณ โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ สตรีตั้งครรภ์ที่มารับบริการในแผนกฝากครรภ์ของโรงพยาบาล จำนวน 23 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ทำการคัดเลือกโดยการสุ่มอย่างง่าย จำนวน 380 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามความเชื่อด้านสุขภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 และแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ของสตรีตั้งครรภ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน

ผลการวิจัย พบว่าความเชื่อด้านสุขภาพโดยรวมในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ของสตรีตั้งครรภ์อยู่ในระดับสูง (Mean = 3.10, S.D. = 0.21) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติที่ถูกต้อง ในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การรับรู้สิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติที่ถูกต้อง และการรับรู้ถึงความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของโรคอยู่ในระดับสูง โดยมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.57 (S.D. = 0.44), 3.39 (S.D. = 0.43), 3.31 (S.D. = 0.43) และ 3.21 (S.D. = 0.52) ตามลำดับ ส่วนการรับรู้อุปสรรคต่อการปฏิบัติที่ถูกต้องอยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 2.72, S.D. = 0.56) สำหรับพฤติกรรมการป้องกัน การติดเชื้อโควิด-19 ของสตรีตั้งครรภ์พบว่าอยู่ในระดับสูง (Mean = 2.92, S.D. = 0.27) นอกจากนี้ ยังพบว่าความเชื่อด้านสุขภาพโดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำกับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (rs = 0.151, p-value < 0.01) จากผลการวิจัยดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมให้สตรีตั้งครรภ์มีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้มีพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกต้องและเหมาะสม อันจะส่งผลให้สตรีตั้งครรภ์และทารกในครรภ์มีสุขภาพที่แข็งแรง

เอกสารอ้างอิง

กมลนัทธ์ วุฒิสาร, สุพิศ สิริอรุณรัตน์ และตติรัตน์ เตชะศักดิ์. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของหญิงตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเกินก่อนการตั้งครรภ์. วารสารโรงพยาบาลชลบุรี, 42(1), 19-26.

กรมควบคุมโรค. (2563). โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). สืบค้นเมื่อ 14 เมษายน 2566 จาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index.php.

กรมอนามัย. (2564). การดูแลหญิงตั้งครรภ์ หลังคลอดและทารกแรกเกิดภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19. สืบค้น 25 เมษายน 2564 จาก https://covid19.anamai.moph.go.th.

ธานี กล่อมใจ, จรรยา แก้วใจบุญ และทักษิกา ชัชวรัตน์. (2563). ความรู้และพฤติกรรมของประชาชนเรื่องการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 29 สายพันธุ์ใหม่ 2019. วารสารการพยาบาลการสาธารณสุข และการศึกษา, 21(2), 29-39.

พงศ์พัชรา พรหมเผ่า, พินทอง ปินใจ และสุรางคนา ไชยรินคำ. (2563). ความเชื่อด้านสุขภาพของผู้ดูแลเด็กต่อพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อในศูนย์เด็กเล็ก:กรณีศึกษาศูนย์เด็กเล็กจังหวัดพะเยา. วารสารการพยาบาลการสาธารณสุขและการศึกษา, 21(1), 68-78.

ศูนย์ข้อมูลโควิด-19. (2564). สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2564 จาก https://www.facebook.com/informationcovid19locale=th_TH.

สมถวิล บงกชมาส. (2555). ประสิทธิผลของแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับกระบวนการกลุ่มและตัวแบบที่มีชีวิต ในการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุจิตรา ชัยวุฒิ, พิมพาภรณ์ กลั่นกลิ่น และอะเคื้อ อุณหเลขกะ. (2566). การประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพในการส่งเสริมการป้องกันโรคโควิค-19 ในหญิงตั้งครรภ์. พยาบาลสาร, 50(3), 269-285.

Bayrami, R., Didarioo, A., Masudi, S., & Noumezhad, H. (2021). Predictors of COVID-19 preventive behaviors based on the health belief model among pregnant women. Retrieved November 21, 2022 from www.researchsquare.com/article/rs-1021064/v1.

Becker, M. H. (1974). The health belief model and sick role behavior. Health Education Monographs, 2(4), 324-508.

Maiman, L. A. & Becker, M. H. (1974). The health belief model: Origins and correlates in psychological theory. Health Education Monographs, 2, 336-353. https://doi.org/10.1177/109019817400200404

EL Sayed H., & Sarhan, A. El. (2022). Effect of health belief model based educational intervention on COVID-19 preventive behaviors among pregnant women. Tanta Scientific Nursing Journal, 24(1), 305-335. https://doi.org/10.21608/tsnj.2022.221607

Grove, S. K., & Gray, J. R. (2019). Understanding nursing research: Building an evidence-based practice. 7th ed. St. Louis, MO: Elsevier Saunders.

Hu, W. S., Lu, S., Xu, M. Y., Zhou, M. C., Yuan, Z. M., & Deng, Y. Y. (2021). Behavioral responses of pregnant women to the early stage of covid-19 pandemic in the network era in China: Online questionnaire study. Asian Nursing Research, 15(3), 215-221.

Kunno, J., Yubonpunt, P., Supawattanabodee, B., Wiriyasirivaj, B., & Sumanasrethakul, C. (2022). Knowledge ,attitudes,and practices related to the COVID-19 pandemic among pregnant women in Bangkok,Thailand. BMC Pregnancy and Childbirth, 22, 357-367.

Mahmoud Mahmoud Saadoon, O. H., & El-Ansary, E.S. (2022). Pregnant women’s awareness, beliefs and self-protective behaviors regarding COVID-19 pandemic: Nursing intervention based on health belief model. Egyptian Journal of Health Care, 13(3), 349-364. https://doi.org/10.21608/ejhc.2022.252326

Mo, P. K. H., Fong, V. W. I., Song, B., Di, J., Wang, Q., & Wang, L. (2021). Association of perceived threat, negative emotions, and self-efficacy with mental health and personal protective behavior among chinese pregnant women during the COVID-19 Pandemic: Cross- sectional survey study. Journal of Medical Internet Research, 23(4), e24053. https://doi.org/10.2196/24053

Phitsanulok Provincial Public Health Office. (2021). The survey of COVID-19 prevention behaviors of populations in Phitsanulok Province. Retrieved January 14, 2021 from https://www.Plkhealth.go.th.

World Health Organization. (2020). Coronavirus disease (COVI-19) questions and answer. Retrieved June 18, 2020 from www.who.int/thailand/emergencies/.

Yu, H., He, J., Wang, X., Yang, W., Sun, B., & Szumilewicz, A. (2022). Pregnancy activity levels and impediments in the era of COVID-19 based on the health belief model: A cross-sectional study. Frontiers in Public Health, 19, 3823. https://doi.org/10.3390/ijerph19063283

Zaigham, M. & Andersson, O. (2020). Maternal and perinatal outcomes with COVID-19: A systematic review of 108 pregnancies. Acta Obstetricia et Gynecologica Scandinavica, 99(7), 823-829. https://doi.org/10.1111/aogs.13867

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-07-16

รูปแบบการอ้างอิง

โฆวัชรกุล ส. . ., สินธุบัว ส., กาบมาลา ป. ., & มาก๋า เ. (2025). ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ของสตรีตั้งครรภ์ที่มารับบริการในแผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลทั่วไปในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 5(2), e273340. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jnphr/article/view/273340