จริยธรรมการตีพิมพ์
ปรับปรุงล่าสุด: 15 มิถุนายน 2569
วารสารเวชบันทึกศิริราชได้กำหนดแนวทางวิธีปฏิบัติ และจริยธรรมการตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัย และบทความวิชาการ ดังนี้
การแก้ไขและการถอดถอนบทความ
ในการเผยแพร่งานวิจัยและงานวิชาการนั้น บางครั้งผู้นิพนธ์อาจพบว่าข้อมูลที่จะเผยแพร่ หรือข้อมูลที่เผยแพร่ไปแล้วนั้นไม่ควรได้เผยแพร่ต่อไป เช่น เกิดความผิดพลาด มีข้อมูลหรือเนื้อหาบกพร่อง มีข้อมูลที่ไม่เป็นจริง บิดเบือน การวิเคราะห์ทางสถิติที่มีความลำเอียง เป็นต้น นอกจากนั้นอาจเป็นบทความที่มีการทำผิดจริยธรรมการทำวิจัย ในกรณีต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อหาในบางส่วนหรือทั้งบทความ ผู้นิพนธ์ควรยื่นคำร้องเพื่อแจ้งความประสงค์พร้อมทั้งเหตุผลมาที่วารสาร ฯ โดยเร็วที่สุด
I. หลักการสำคัญ
❖ บทความดังกล่าวจะไม่ถูกทำลายหรือลบทิ้ง (Removal) หรือถูกแทนที่ (Replacement) จากฐานข้อมูลของวารสาร ฯ โดยจะมีการอ้างอิงถึงบทความเดิมด้วยทั้งนี้ เพื่อให้ผู้สืบค้นข้อมูลได้มีโอกาสค้นพบและทราบว่าบทความนั้น ๆ ได้มีการแก้ไข หรือถูกถอนออกไปแล้ว
❖ เมื่อกองบรรณาธิการตัดสินใจแก้ไขหรือถอดถอนบทความตามความประสงค์ของผู้วิจัยแล้ว กองบรรณาธิการมีสิทธิ์พิจารณาว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง หรือถอนบทความ โดยจะพิจารณาตามลักษณะของข้อผิดพลาด และประเด็นทางจริยธรรม
❖ วารสารไม่อนุญาตให้ยื่นคำร้องเพื่อเพิ่ม ลบ หรือเปลี่ยนลำดับชื่อผู้นิพนธ์ หลังจากบทความได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการแล้ว (Acceptance)
II. เงื่อนไข กรอบเวลา และความรับผิดชอบในการยื่นคำร้อง
❖ ก่อนและระหว่างการประเมิน ผู้นิพนธ์มีสิทธิ์ในแก้ไข หรือถอดถอนบทความโดยสมัครใจได้ โดยต้องยื่นคำร้องต่อบรรณาธิการก่อนที่จะมีการตอบรับตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ (Acceptance) วารสาร ฯ จะดำเนินการประทับลายน้ำในทุก ๆ หน้า และระบุหน้าชื่อเรื่องของบทความนั้นว่า “Withdrawn”
❖ หลังจากบทความได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขออนุมัติจากกองบรรณาธิการ ข้อสรุป/ดุลยพินิจของบรรณาธิการขึ้นอยู่กับลักษณะของความผิดพลาด และประเด็นทางจริยธรรมที่พบ
III. ประเภทของข้อสรุปจากกองบรรณาธิการต่อบทความที่ได้รับการตอบรับแล้ว
❖ Erratum คือ การแก้ไขข้อผิดพลาดของบทความที่เกิดจากกระบวนการบริหารจัดการ/จัดพิมพ์บทความของวารสาร หรือ ในกรณีที่การแก้ไขทำให้เนื้อหาหลักเปลี่ยนไป มีผลต่อการตีความ หรือข้อสรุปของงานวิจัย บทความดังกล่าวอาจถูกนำกลับเข้ากระบวนการประเมินคุณภาพ (Review) อีกครั้ง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกองบรรณาธิการ
❖ Corrigendum คือ การแก้ไขข้อผิดพลาดของบทความ ที่เกิดจากผู้นิพนธ์ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้นิพนธ์เห็นว่าข้อมูลที่ได้เคยเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้มีความผิดพลาด ไม่ครบถ้วน ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่มิได้ทำให้เนื้อหาหลักเปลี่ยนไป เช่น การสะกดคำ ภาพประกอบไม่ชัด เป็นต้น
สำหรับกรณีขอแก้ไขเลขที่ วันที่ที่ได้รับการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB) หรือระยะเวลาที่เก็บข้อมูล ผู้นิพนธ์ต้องแนบเอกสารการรับรองฉบับจริงจากสำนักงานคณะกรรมการจริยธรรมฯ ของหน่วยงานในสังกัด ต่อบรรณาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา
IV. การละเมิดจริยธรรมและการถอดถอนบทความ (Retraction)
หากข้อผิดพลาดเกิดจากการละเมิดจริยธรรมการวิจัย หรือจริยธรรมการตีพิมพ์ กองบรรณาธิการจะไม่อนุมัติการออก Erratum หรือ Corrigendum แต่จะดำเนินการถอดถอนบทความ (Retraction) ทันที นอกจากนี้ กองบรรณาธิการสามารถจะดำเนินการถอดถอนบทความดังกล่าว โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากผู้นิพนธ์ หากเป็นบทความที่มีการทำผิดจริยธรรมการวิจัย หรือจริยธรรมการตีพิมพ์ โดยครอบคลุมกรณีดังต่อไปนี้
❖ การประพฤติมิชอบทางการวิจัย เช่น การสร้างข้อมูลเท็จ (Fabrication) การดัดแปลงข้อมูล (Falsification)
❖ การคัดลอกผลงาน (Plagiarism)
❖ ข้อมูลไม่สามารถทำซ้ำได้ (Reproducibility)
❖ การแบ่งข้อมูลผลงานเพื่อเพิ่มจำนวนการตีพิมพ์เกินความจำเป็น (Salami publication)
❖ การนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่โดยไม่ได้รับการอนุญาต (Authorization)
❖ การละเมิดลิขสิทธิ์ (Copyright infringement)
❖ การละเมิดสัญญาทุนวิจัย
❖ การอ้างอิงเอกสารเท็จหรือไม่เกิดขึ้นจริง (Hallucinative references)
❖ ประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านกฎหมาย (เช่น การหมิ่นประมาท, การละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล, การทำผิดทางกฎหมาย)
❖ ประเด็นอื่น ๆ ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการจริยธรรมการตีพิมพ์ (Committee on Publication Ethics; COPE)
ไม่ว่าบทความเดิมจะถูกถอนด้วยสาเหตุใดก็ตาม บทความเดิมที่ถูกถอนออกไปจะต้องไม่ถูกลบทิ้ง หรือแทนที่บนฐานข้อมูลของวารสาร บทความจะถูกประทับตราลายน้ำว่า "Retracted" ในทุก ๆ หน้าและระบุหน้าชื่อเรื่องว่า "[Retracted Article]"
V. ขั้นตอน และแนวทางการยื่นคำร้อง
ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะขอแก้ไขบทความต้องส่งคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมระบุเหตุผลและจัดส่งหลักฐานประกอบ (หากมี) ไปยังสำนักงานของวารสารฯ ทางไปรษณีย์หรืออีเมล ผ่านทางอีเมลหรือไปรษณีย์ โดยการยื่นคำร้องจะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. ผู้นิพนธ์จะต้องระบุเหตุผลอย่างละเอียดและชัดเจนในหนังสือคำร้อง โดยอธิบายถึงที่มาของข้อผิดพลาด และสาเหตุที่จำเป็นต้องแก้ไข พร้อมระบุตำแหน่งภายในเนื้อหาให้ชัดเจน ระบุว่าการแก้ไขดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการตีความ ผลการศึกษา หรือข้อสรุปของงานวิจัยหรือไม่
2. ผู้นิพนธ์จะต้องให้ผู้นิพนธ์ร่วมทุกคนที่มีรายชื่ออยู่ในบทความดังกล่าวลงลายมือชื่อ (ทั้งในรูปแบบลายเซ็นจริง หรือลายเซ็นดิจิทัล)ในส่วนท้ายของหนังสือชี้แจง โดยส่วนนี้จะใช้เป็นหลักฐานว่าคณะผู้นิพนธ์ทั้งหมดเป็นผู้รับผิดชอบและยินยอมให้มีการแก้ไขดังกล่าว
มติของกองบรรณาธิการถือเป็นที่สิ้นสุด
จริยธรรมของบรรณาธิการ
❖ บรรณาธิการมีการพิจารณาบทความด้วยดุลยพินิจ โดยไม่มีการดูถูกหรือละเมิดสิทธิของผู้เขียนตามเงื่อนไขทางเชื้อชาติ เพศ เพศสัมพันธ์ ศาสนา กลุ่มชาติพันธุ์ สัญชาติ หรือแนวคิดการเมือง
❖ บรรณาธิการมีการพิจารณาด้วยความโปร่งใสและซื่อสัตย์
❖ บรรณาธิการมีการควบคุม ดูแลกระบวนการประเมินคุณภาพบทความด้วยความโปร่งใส ไม่มีอคติ และดำเนินการพิจารณาในเวลาที่เหมาะสม บทความทั้งหมดที่วารสารเวชบันทึกศิริราชได้รับจะต้องมีการประเมินคุณภาพจากผู้ประเมินบทความจากหน่วยงานหรือสถาบันที่ไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับผู้นิพนธ์ของบทความนั้น ๆ อย่างน้อยสองท่าน โดยมีการคัดเลือกผู้ประเมินบทความที่มีคุณวุฒิที่เหมาะสม และมีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง
จริยธรรมของผู้นิพนธ์
❖ ผู้นิพนธ์จะต้องรับรองว่า เป็นผู้เขียนบทความนี้ขึ้นมาใหม่ กรณีที่ในบทความมีข้อความหรือเนื้อหาที่ได้เคยมีผู้รายงานมาก่อน ผู้นิพนธ์ควรแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนโดยการอ้างอิงหรือใส่เครื่องหมายคำพูด (“…”) และแสดงเอกสารอ้างอิงอย่างชัดเจน
❖ ผู้นิพนธ์จะต้องรับรองว่า บทความไม่ใช่บทความที่เคยตีพิมพ์มาก่อน (ยกเว้น บทคัดย่อประกอบงานประชุมวิชาการ) หรือ เป็นบทความที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวารสารอื่น
❖ ผู้นิพนธ์ของบทความต้นฉบับจะต้องนำเสนอผลการศึกษาที่แม่นยำตั้งแต่วิธีการศึกษา ผลการศึกษา และการวิจารณ์ ผลการศึกษาที่เป็นระบบและถูกต้อง ชัดเจน ปราศจากการปรับแต่งผลการศึกษาหรือใส่ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อให้ผลการศึกษามีความน่าสนใจ บทสรุปของการศึกษาควรมีพื้นฐานมาจากข้อมูลของการศึกษาไม่ใช่จากความคิดของผู้นิพนธ์เอง
❖ การแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการสนับสนุนทุนวิจัย (financial support) และผลประโยชน์ (conflict of interest) จะต้องถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในบทความ โดยครอบคลุมถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย ได้แก่ การจ้างงาน การให้คำปรึกษา หุ้นส่วนบริษัท การรับเงินสนับสนุนอย่างใดอย่างหนึ่ง 2552 เป็นต้นไป จะต้องมีการลงทะเบียนใน Public Clinical Trial Registry ก่อนเริ่มดำเนินการวิจัยเสมอ
จริยธรรมของผู้ประเมินบทความ
❖ บทความที่ได้รับมอบหมายให้พิจารณาต้องถือเอาเป็นความลับ ผู้ประเมินบทความต้องไม่เผยแพร่บทความหรือข้อมูลเกี่ยวกับบทความกับผู้ใดหรือติดต่อกับผู้เขียนโดยตรงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการ
❖ บรรณาธิการอาจส่งเสริมให้มีการปรึกษาเพื่อนร่วมวิชาชีพหรือทำการประเมินบทความร่วมกัน แต่ผู้ประเมินบทความควรหารือกับบรรณาธิการก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับและผู้ร่วมประเมินบทความได้รับเครดิตที่เหมาะสม
❖ ข้อมูลในบทความหรือบทความที่ยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ที่ท่านได้รับต้องไม่ถูกใช้ในงานวิจัยของผู้ประเมินบทความโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้นิพนธ์โดยตรง ต้องถูกเก็บเป็นความลับ และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล
❖ ผู้ประเมินบทความควรติดต่อบรรณาธิการในกรณีที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์จากความสัมพันธ์หรือการเชื่อมโยงต่างๆ กับผู้นิพนธ์ บริษัท หรือสถาบันกับผู้ประเมินบทความ
❖ การประเมินบทความควรแสดงความคิดเห็นของตนโดยเป็นธรรม มีเหตุผลชัดเจนและข้อมูลสนับสนุน
❖ หากผู้ประเมินบทความพบปัญหาทางจริยธรรมในบทความ ควรแจ้งปัญหาเหล่านี้ให้กับบรรณาธิการ เช่น ความคล้ายคลึงหรือการซ้ำซ้อนระหว่างบทความที่พิจารณากับบทความที่ได้เผยแพร่ไว้ในที่อื่น ผู้ประเมินบทความควรชี้แจงและแนบหลักฐานสนับสนุนคำร้องด้วย