บทบาทพยาบาลผดุงครรภ์ในการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในระยะคลอด แนวคิดทฤษฎีทางการผดุงครรภ์

Main Article Content

กมลรัตน์ สงนอก
มานิตรา เม่นสิน

บทคัดย่อ

ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ในระยะคลอดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มีความเสี่ยงสูง ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ พยาบาลผดุงครรภ์เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสตรีตั้งครรภ์ให้ได้รับความปลอดภัย จากแนวคิดทฤษฎีทางการผดุงครรภ์ (Model of midwifery care) มุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวม โดยยึดสตรีเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีตั้งครรภ์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง และสามารถวางแผนการดูแลสตรีตั้งครรภ์ให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยมีปรัชญาการปฏิบัติการผดุงครรภ์พื้นฐาน 5 หลัก ได้แก่ (1) การผดุงครรภ์มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ (2) การตั้งครรภ์และการคลอดเป็นเรื่องธรรมชาติ
(3) สตรีเป็นศูนย์กลาง (4) พยาบาลผดุงครรภ์เป็นผู้ดูแลหลัก และ (5) การดูแลต่อเนื่องทั้งในด้านข้อมูล การบริหารจัดการ และสัมพันธภาพ เพื่อวางแผนการดูแลสตรีตั้งครรภ์ในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เพิ่มความปลอดภัยตลอดกระบวนการคลอด อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพการดูแล ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ ทั้งนี้การดูแลต้องอาศัยทักษะทั้งในด้านองค์ความรู้ทางการแพทย์ การประสานงานกับทีมสหวิชาชีพ และการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการผดุงครรภ์ที่เน้นการดูแลอย่างเป็นองค์รวม ดังนั้น บทความนี้จึงนำเสนอการประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎีทางการผดุงครรภ์ในการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในระยะคลอด เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการพยาบาลสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงสูงให้ดียิ่งขึ้นและเสริมสร้างคุณค่าทางวิชาชีพของพยาบาลผดุงครรภ์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
สงนอก ก, เม่นสิน ม. บทบาทพยาบาลผดุงครรภ์ในการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในระยะคลอด: แนวคิดทฤษฎีทางการผดุงครรภ์. วารสารเวชบันทึกศิริราช [อินเทอร์เน็ต]. 1 กันยายน 2026 [อ้างถึง 6 กันยายน 2026];19(3):263-9. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/simedbull/article/view/276289
ประเภทบทความ
บทความทั่วไป

เอกสารอ้างอิง

Gestational hypertension and preeclampsia: ACOG practice bulletin, Number 222. Obstet Gynecol 2020;135(6):e237-e60. doi: 10.1097/AOG.0000000000003891.

Chuchotirot M, Sarnsuwan S, Wonglamai P, Khajonjit P, Watsing A, Wuttiviboonchok W, et al. Obstetrics and gynecologic registry annual statistical report 2024. Bangkok: Department of Obstetrics and Gynecology, Faculty of Medicine Siriraj Hospital; 2024.

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การดูแลความดันโลหิตสูงในสตรีตั้งครรภ์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: พี.เอ.ลิฟวิ่ง; 2563:37-62.

จิตณัฏฐา สุทธิจำานงค์, ศศิกานต์ กาละ, สุรีย์พร กฤษเจริญ. ความต้องการการพยาบาลของหญิงตั้งครรภ์ภาวะความดันโลหิตสูงขณะรับการรักษาในโรงพยาบาล เพื่อก้าวข้ามภาวะวิกฤต. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ 2559;36(ฉบับพิเศษ):132-45.

เอมพร รตินธร. การดูแลต่อเนื่องหัวใจในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติการผดุงครรภ์. กรุงเทพฯ: วัฒนาการพิมพ์; 2559.

Rooks JP. The midwifery model of care. J Nurse Midwifery 1999;44(4):370-4.

Fox D, Scarf V, Turkmani S, Rossiter C, Coddington R, Sheehy A, et al. Midwifery continuity of care for women with complex pregnancies in Australia: an integrative review. Women Birth 2023;36(2):e187-e94.

ณัฏฐพัชร์ การัณยศิลป์, กิตติพร ประชาศรัย, สรเดช เพ็ญพรรณ,

พิทักษ์ สงคราม. การตั้งครรภ์เสี่ยงสูง: บทบาทพยาบาลในการส่งเสริม การรับรู้ภาวะเสี่ยงของการตั้งครรภ์. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2563;31(2):1-9.

ตวงสิทธิ์ วัฒกนารา. ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์. ใน: ประภัทร

วานิชพงษ์พันธุ์, กุศล รัศมีเจริญ และตรีภพ เลิศบรรณพงษ์, บรรณาธิการ. ตำราสูติศาสตร์. กรุงเทพฯ: ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2560:166-74.

Padda J, Khalid K, Colaco LB, Padda S, Boddeti NL, Khan AS, et al. Efficacy of magnesium sulfate on maternal mortality in eclampsia. Cureus 2021;13(8):e17322.

Siriwan T, Pansri S, Srichum D. Conceptual Framework Quality Maternal and Newborn Care. Journal of The Royal Thai Army Nurses. 2023;24(3):84-93.

ทัศณีย์ หนูนารถ , มลิวัลย์ รัตยา, เบญจวรรณ ละหุการ,

มลิวัลย์ บุตรดำ, วลัยลักษณ์ สุวรรณภักดี. ความต้องการในการดูแลและความพร้อมของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรงที่ต้องยุติการ

ตั้งครรภ์. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ 2567;16(2):66-83.

นิสาชล สุขแก้ว, วรางคณา ชัชเวช, สุรีย์พร กฤษเจริญ. ประสบการณ์การดูแลตนเองของสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง.

วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 2564;8(3):32-48.

Hansson T, Andersson ME, Ahlström G, Hansson SR. Women´s experiences of preeclampsia as a condition of uncertainty: a qualitative study. BMC Pregnancy Childbirth 2022;22(1):e521.

ปาริชาติ วันชูเสริม, สิวาพร พานเมือง. ความเครียดและการจัดการความเครียดในสตรีที่เป็นความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ชนิดรุนแรงที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล: บทบาทพยาบาลผดุงครรภ์. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา 2566;9(2):5-18.

Caplan M, Keenan-Devlin LS, Freedman A, Grobman W, Wadhwa PD, Buss C, et al. Lifetime psychosocial stress exposure associated with hypertensive disorders of pregnancy. Am J Perinatol 2021;38(13):1412-9.

สภาการพยาบาล. ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง มาตรฐานการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2562 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สภาการพยาบาล; 2562. เข้าถึงได้จาก: https://oer.learn.in.th/search_detail/result/130760.

สภาการพยาบาล. ข้อบังคับสภาการพยาบาล ว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2564 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สภาการพยาบาล; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 1 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.tnmc.or.th/images/userfiles/files/NP.PDF

พูลเพชร ภูต้องใจ. กรณีศึกษา: การพยาบาลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงและชักในระยะคลอด. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา 2565;7(1):72-83.

ณิรชา ชินรัตน์. การพยาบาลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ชนิดรุนแรงร่วมกับมีภาวะแทรกซ้อน: กรณีศึกษา 2 ราย. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2566;3(3):129-43.

พรศิริ เสนธิริ, สุดใจ ศรีสงค์, รัศมีแข พรหมประกาย, เพียงเพ็ญ

สร้อยสุวรรณ, ขวัญฤดี โกพลรัตน์. การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ 2560;32(2):117-29.

เบญจา บุญละคร. การพยาบาลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษในระยะคลอด:กรณีศึกษา 2 ราย. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2566;3(3), 416-30.

Lippke S, Derksen C, Keller FM, Kötting L, Schmiedhofer M, Welp A. Effectiveness of communication interventions in obstetrics-A systematic review. Int J Environ Res Public Health. 2021;18(5):e2616.

Dawood SB. Effectiveness of the educational program concerning nurse- midwives SBAR tool communication on maternal health documentation at maternal wards in Baghdad Maternity Hospitals. Sch J App Med Sci, 2021;9(6):851-903.

Toumi D, Dhouib W, Zouari I, Ghadhab I, Gara M, Zoukar O. The SBAR tool for communication and patient safety in gynaecology and obstetrics: a Tunisian pilot study. BMC Med Educ. 2024;24(1):e239.