การศึกษาเปรียบเทียบความเชื่อมั่นระหว่างผลการประเมินความเสี่ยงกลุ่มอาการดาวน์ตามอายุครรภ์ของหญิงตั้งครรภ์ ประเมินจาก LMP และข้อมูลจากการอัลตราซาวด์ด้วยวิธี Quadruple test ในโรงพยาบาลอุดรธานี

ผู้แต่ง

  • อรทัย ศรีคราม กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์และพยาธิวิทยาคลินิก โรงพยาบาลอุดรธานี

คำสำคัญ:

การประเมินอายุครรภ์, ประเมินความเสี่ยงกลุ่มอาการดาวน์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยรูปแบบเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการประเมินความเสี่ยงและค่ามัธยฐานของสารชีวเคมี 4 ชนิดในการตรวจ Quadruple test โดยใช้การกำหนดอายุครรภ์ตามวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายและจากการอัลตราซาวด์ เครื่องมือที่ใช้คือ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับประเมินความเสี่ยงและเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ Beckman Access รุ่น DXI800 สถิติที่ใช้ได้แก่ Cohen’s Kappa ระดับความสอดคล้องระดับดีมาก (0.81 – 1.00) และ Independent t-test ระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05 กลุ่มตัวอย่างหญิงไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป อายุครรภ์ 14 – 18 สัปดาห์ จำนวน 200 ราย ที่เข้ารับการตรวจคัดกรองดาวน์ ในโรงพยาบาลอุดรธานี ระหว่างเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม พ.ศ. 2568  

ผลการศึกษาพบว่า การเปรียบเทียบผลการประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลอายุครรภ์ วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายและการอัลตราซาวด์ด้วยสถิติ Cohen’s Kappa ในระดับดีมาก (Kappa = 0.921) โดยพบว่า แตกต่างกัน 2 ราย (ร้อยละ 1.0) สารชีวเคมี 4 ชนิด ได้แก่ Alpha-fetoprotein (AFP), total Beta Human Chorionic Gonadotropin (total Beta hCG), Unconjugated estriol (uE3) และ Dimeric inhibin-A (Inhibin-A) กลุ่มที่ประเมินผลเสี่ยงสูงไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในกลุ่มเสี่ยงต่ำพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่า total Beta HCG และ uE3 (p = 0.004 และ p < 0.001 ตามลำดับ) โดยไม่พบความแตกต่างของค่า AFP และ inhibin-A การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นระหว่างผลการประเมินความเสี่ยงกลุ่มอาการดาวน์จากข้อมูลวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายและการอัลตราซาวด์ มีความสอดคล้องดีมาก การเปรียบเทียบค่า Multiples of the Median (MoM)  ในกลุ่มประเมินเสี่ยงต่ำพบว่า total Beta hCG และ uE3 มีความแตกต่างกัน ห้องปฏิบัติการจึงต้องมีแนวทางการเลือกใช้อายุครรภ์ เพื่อการรายงานผลที่ถูกต้องเพื่อลดการเจาะน้ำคร่ำเพื่อการวินิจฉัยก่อนคลอด

เอกสารอ้างอิง

Allen EG, Freeman SB, Druschel C, Hobbs CA, O’Leary LA, Romitti PA, et al. Maternal age and risk for trisomy 21 assessed by the origin of chromosome nondisjunction. Hum Genet 2009;125(1): 41-52.

Sherman SL, Allen EG, Bean LH, Freeman SB. Epidemiology of Down syndrome. Ment Retard Dev Disabil Res Rev 2007;13(3) 221-227.

ธารางรัตน์ หาญประเสริฐพงษ์. หัตถการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด. สงขลานครินทร์เวชสาร 2553;28(6): 339–348.

Gil MM, Accurti V, Santacruz B, Plana MN, Nicolaides KH. Analysis of cell-free DNA in maternal blood in screening for aneuploidies. Ultrasound Obstet Gynecol 2017;50(3): 302-314.

Ashoor G, Syngelaki A, Poon LC, Rezende JC, Nicolaides KH. Fetal fraction in maternal plasma cell-free DNA at 11–13 weeks’ gestation relation to maternal and fetal characteristics. Ultrasound Obstet Gynecol 2013;41(1): 26–32.

งานตรวจวิเคราะห์กลุ่มอาการดาวน์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์และพยาธิวิทยาคลินิก โรงพยาบาลอุดรธานี. สถิติรายงานการตรวจ Quadruple test ประจำปีงบประมาณ 2567; 15 ตุลาคม 2567. ห้องประชุมกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์และพยาธิวิทยาคลินิก. อุดรธานี: 2567. หน้า 1-2.

สนทอง ไชยบุญเรือง, มัทนี ชีวเสถียรชัย, พัชราภรณ์ ผานิช, สุธาสิน พลยิ่ง, ธิปก กงวงษ์. ประสิทธิภาพของวิธี Quadruple test ในการตรวจคัดกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2567;16(3): 221–235.

เฟื่องลดา ทองประเสริฐ. การตรวจคัดกรองการตั้งครรภ์ทารกกลุ่มอาการดาวน์ [อินเทอร์เน็ต]. เชียงใหม่: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2553 [สืบค้นเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569]. แหล่งข้อมูลhttps://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics/residents-fellows/1612/

Russameecharoen K, Nawapun K, Phattanachindakun B, Titapant V, Wataganara T, Phithakwatchara N. Normative values of second-trimester maternal serum markers using an automated assay platform for Down syndrome screening. Siriraj Med J. 2019;71(1): 21-24.

สายพิณ กาญจนพิมาย, สุมาลี แสงกิจพร, รุ่งนภา ถวัลย์วงค์, ฐิติมา สุนทรสัจ, พิชญา พันธ์บูรณะ, สุภาวดี ศรีทิพยวรรณ, และคณะ. คู่มือปฏิบัติงานการตรวจวินิจฉัยกลุ่มอาการดาวน์ในหญิงตั้งครรภ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี. พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นจำกัด; 2562. หน้า 1-16.

American College of Obstetricians and Gynecologists. Methods for estimating the due date. Obstet Gynecol 2017;129(5): e150-154.

กลุ่มงานสูติกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี. สรุปแนวทางการเลือกใช้การกำหนดอายุครรภ์สำหรับการรายงานผล Quadruple test ของโรงพยาบาลอุดรธานี; 18 ตุลาคม 2566. ห้องประชุมกลุ่มงานสูติกรรม. อุดรธานี: 2566. หน้า 1-2.

ถวัลย์วงค์ วนาภิรักษ์, ชเนนทร์ วนาภิรักษ์, ฐิติมา สุนทรสัจ, พิมลพรรณ ต่างวิวัฒน์, ณัฐฐิณี ศรีสันติโรจน์, จุฬาลักษณ์ คุปตานนท์, และคณะ. แนวปฏิบัติการให้บริการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ในหญิงตั้งครรภ์ด้วยวิธี Quadruple test สำหรับผู้ปฏิบัติงาน. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี. สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร. โฮลิสติก พับลิชชิ่ง; 2562. หน้า 174-185.

สานุกูล พีระยุทธ. การตรวจคัดกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์โดยวิธี Quadruple Marker Test. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2560;10(1): 1–11.

AlphaTM Antenatal screening software [computer software]. Version 8. Manual issue 27. London: Logical Medical Systems Ltd; 2020.

Hwangsuphakitkoson J, Pasunon P. Correspondence analysis of generational differences and employee motivation of personnel at Civil Aviation Training Center. University of the Thai Chamber of Commerce Journal Humanities and Social Sciences 2023;43(2): 20-38.

Wald NJ, Kennard A, Hackshaw A, McGuire A. Antenatal screening for Down’s syndrome. J Med Screen 1997;4(4): 181-246.

Kaewsuksai P, Jitsurong S. Prospective study of the feasibility and effectiveness of a second-trimester quadruple test for Down syndrome in Thailand. Int J Gynaecol Obstet 2017;139(2): 217-221.

ศิวณัฐ นาคะกุล. ปัจจัยการตั้งครรภ์ของมารดาที่มีความเกี่ยวข้องกับความแม่นยำในการวินิจฉัยดาวน์ซินโดรมก่อนคลอดด้วยวิธีการตรวจวัดระดับสารชีวเคมีในเลือด (quadruple marker test). เพชรบูรณ์เวชสาร 2566;3(3): 312-323.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ศรีคราม อ. การศึกษาเปรียบเทียบความเชื่อมั่นระหว่างผลการประเมินความเสี่ยงกลุ่มอาการดาวน์ตามอายุครรภ์ของหญิงตั้งครรภ์ ประเมินจาก LMP และข้อมูลจากการอัลตราซาวด์ด้วยวิธี Quadruple test ในโรงพยาบาลอุดรธานี. udhhosmj [อินเทอร์เน็ต]. 30 เมษายน 2026 [อ้างถึง 3 พฤษภาคม 2026];34(1):70-9. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/udhhosmj/article/view/281947

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย