ประสิทธิผลของรูปแบบการส่งเสริมศักยภาพการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในชุมชน (Community-Acquired Sepsis) ของผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย : กรณีศึกษา ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองวัดป่าโนนนิเวศน์

ผู้แต่ง

  • สุภาภรณ์ บุญยานาม กลุ่มงานการพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลอุดรธานี
  • วัชรีภรณ์ เบ้าทองหล่อ ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองวัดป่าโนนนิเวศน์
  • ปาริชาต ตันสุวรรณ กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาการพยาบาล โรงพยาบาลอุดรธานี
  • ชลการ ทรงศรี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

คำสำคัญ:

การส่งเสริมศักยภาพการดูแลตนเอง, ติดเชื้อในกระแสเลือดในชุมชน, การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

บทคัดย่อ

งานวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการส่งเสริมศักยภาพการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในชุมชนของผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย มี 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ด้วยการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูล 22 คน เครื่องมือมีค่า IOC = 0.67–1.00 ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบโดยประชุมภาคีเครือข่าย 16 คน โดยประยุกต์ผลการศึกษาการมีส่วนร่วมและผลการพัฒนาโปรแกรมความรู้สำหรับ อสม. ในการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดในชุมชน ตรวจสอบข้อมูลด้วยวิธี Member checks ระยะที่ 3 ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบโดยวัดความรู้ก่อน-หลังด้วยแบบวัดความรู้ (IOC = 0.67–1.00, KR-20 = 0.78) ผู้เข้าร่วมวิจัย 42 คน  วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติพรรณนา และเปรียบเทียบความแตกต่างก่อน–หลังด้วยสถิติ McNemar’s test กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ติดตามเยี่ยมบ้านสอบถามอาการและการดูแลตนเอง ติดตามรายงานติดเชื้อในกระแสเลือดในชุมชนก่อน–หลัง 6 เดือนด้วยจำนวน  และร้อยละ

          ผลการวิจัย พบว่าระยะที่1สถานการณ์การดูแลตนเองของผู้สูงอายุในการป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการรับรู้อาการสงสัย การตัดสินใจเข้าสู่ระบบการรักษา และการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันตัวเองยังไม่เพียงพอเนื่องจาก อสม.ให้คำแนะนำได้เพียงบางกลุ่มคนและไม่ครบถ้วนทุกประเด็นการป่วยและเสียชีวิตมักพบในผู้มีโรคประจำตัวร่วมกับการผ่าตัดหรือหัตถการ ระยะที่2 รูปแบบที่พัฒนาประกอบด้วย(1)การอบรมแบบมีส่วนร่วมโดยการเล่าเรื่องจากผู้เคยป่วย เจ้าหน้าที่บรรยายด้วยสื่อความรู้ที่เข้าใจง่าย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้สูงอายุสุขภาพดี (2) เจ้าหน้าที่เยี่ยมบ้านสอบถามอาการการดูแลตนเองและการปฏิบัติตัวร่วมกับอสม. (3) การติดตามอาการโดย อสม. ทางโทรศัพท์ในเดือนที่ 2–3 ระยะที่3 ประเมินผลหลังดำเนินโครงการ ผู้สูงอายุมีความรู้เกี่ยวกับการสังเกตอาการและการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) สามารถสังเกตอาการและตัดสินใจเข้าสู่ระบบการรักษาได้ ไม่มีผู้ติดเชื้อในกระแสเลือดรายใหม่ อัตราการเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรงในชุมชนลดลงจากร้อยละ 50.00 เป็นร้อยละ 0.00 หลังดำเนินโครงการ 6 เดือน

          สรุป รูปแบบการส่งเสริมศักยภาพการดูแลตนเองโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสัมพันธ์กับความรู้ด้านการป้องกันภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Sepsis [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2020 [cited 2023 Jan 6]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sepsis

Nikolich-Žugich J. The twilight of immunity: emerging concepts in aging of the immune system. Nat Immunol 2018;19(1):10–19.

Opal SM, Girard TD. The immunopathogenesis of sepsis in elderly patients. Clin Infect Dis 2005;41(Suppl 7):S504–S512.

ดวงธิดา ช่างย้อม, มุกดา เดชประพนธ์, พรทิพย์ มาลาธรรม. พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุที่ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน. Rama Nurs J 2018;24(3):345-358.

Ferri FF. Ferri’s Clinical Advisor 2015. Philadelphia: Elsevier; 2015. p. 1065.

Reinhart K, Daniels R, Kissoon N, Machado FR, Schachter RD. Recognizing sepsis as a global health priority: a WHO resolution. N Engl J Med 2017;377(5):414-7.

กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2560.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี. แผนงานการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ปีงบประมาณ 2564 (Service Plan Sepsis). อุดรธานี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี; 2564.

งานเฝ้าระวังภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตในชุมชน กลุ่มงานการพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลอุดรธานี. สรุปรายงานข้อมูลอัตราป่วยและเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตในชุมชน ปี พ.ศ. 2564-2566. อุดรธานี: โรงพยาบาลอุดรธานี; 2567.

คณะกรรมการพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติ โรงพยาบาลอุดรธานี. แนวทางเวชปฏิบัติเครือข่ายปฐมภูมิโรงพยาบาลอุดรธานี ปี พ.ศ. 2564. อุดรธานี: โรงพยาบาลอุดรธานี; 2564.

สุภาภรณ์ บุญยานาม. การมีส่วนร่วมของเครือข่ายในการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดในชุมชน.ว.การแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี 2565;30(3):341-51.

สุภาภรณ์ บุญยานาม, ปาริชาต ตันสุวรรณ, ชุติปภา ญาณวัฒนพันธ์. ผลการพัฒนาโปรแกรม ความรู้สำหรับ อสม.เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อในกระแสโลหิตในชุมชน (Community- Acquired Sepsis). ว.การแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี 2566;31(2):262-75.

สุภาภรณ์ บุญยานาม, จรินทร เอกพล, วรัญรดา เชื้อตายา, ปาริชาต ตันสุวรรณ, ชลการ ทรงศรี. ผลการพัฒนาสื่อความรู้สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตในชุมชนโดยเครือข่ายมีส่วนร่วม. ว.แพทย์นาวี 2568;(3):620-635.

วีระยุทธ์ ชาตะกาญจน์. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ. ว.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี 2558;2(1):29–48.

นิตย์ ทัศนิยม, สมพนธ์ ทัศนิยม. การสร้างเสริมสุขภาพ: การสร้างพลังอำนาจ. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา; 2555.

Benjamin Bloom. Mastery learning [Internet]. 1971 [cited 2022 Nov 3]. Available from: http://www.ibe.unesco.org/sites/default/files/bloome.pdf

อารีย์วรรณ อ่วมตานี. การวิจัยเชิงคุณภาพทางการพยาบาล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559. หน้า 83-84.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
บุญยานาม ส, เบ้าทองหล่อ ว, ตันสุวรรณ ป, ทรงศรี ช. ประสิทธิผลของรูปแบบการส่งเสริมศักยภาพการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในชุมชน (Community-Acquired Sepsis) ของผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย : กรณีศึกษา ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองวัดป่าโนนนิเวศน์. udhhosmj [อินเทอร์เน็ต]. 30 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 20 กันยายน 2026];34(2):222-33. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/udhhosmj/article/view/284640

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย