ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมตามทัศนะของครูในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้แต่ง

  • ยะห์มีน ดาฮารี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  • ชวลิต เกิดทิพย์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำการปรับตัว, การทำงานเป็นทีม, ทัศนะ, โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์วิจัย 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษาตามทัศนะของครูในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2) เพื่อศึกษาระดับการทำงานเป็นทีมตามทัศนะของครูในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ
3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมตามทัศนะของครูโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูผู้สอนในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีการศึกษา 2565 รวมทั้งสิ้น 144 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 3 เครื่องมือ ได้แก่ 1) แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ 2) แบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษา และ 3) แบบสอบถามเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัย 1) ภาวะผู้นำการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษา ตามทัศนะของครูในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) การทำงานเป็นทีมในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตามทัศนะของครูในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีม ตามทัศนะของครูในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์ทางบวก ในระดับสูง (rx,Y = .814) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

เอกสารอ้างอิง

กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส. (2564). แนวปฏิบัติการรับนักเรียนสำหรับโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ ปีการศึกษา 2564 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. เอกสารประกอบการรับนักเรียนสำหรับโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ปีการศึกษา 2564.

ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์, พงษ์ศักดิ์ ผกามาศ, สุริยะ วชิรวงศ์ไพศาล, และจิรนันท์ ใหญ่ลำยอง. (2565). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําแบบปรับตัวของผู้บริหารสถาบันการอาชีวศึกษามืออาชีพภายใต้สถานการณ์วิถีปกติใหม่และวิถีถัดไปในภาคตะวันออกของประเทศไทย. วารสารพุทธมัคค์ ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา สํานักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม. 7(1), 204-217.

ณพัฐอร เฮงสมบูรณ์. (2564). การทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์).

ณัฐพร สายศร, วรรณวิศา สืบนุสรณ์ คล้ายจำแลง, และสุดารัตน์ สารสว่าง. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษากับการเป็นโรงเรียนแห่ง การเรียนรู้ของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์. 7(2), 147-160.

ทิศนา แขมมณี. (2553). กลุ่มสัมพันธ์เพื่อการทำงานและการจัดการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: นิซิน แอดเวอร์ไทซิ่ง กรุ๊ป.

ธิดาพร แก้วสว่าง, และสมถวิล วิจิตรวรรณา. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารกับการบริหารงานด้านบุคคลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย

ราชพฤกษ์. 7(3), 343-356.

ธีรศักดิ์ อุปรมัย อุปไมยอธิชัย และสุชาติ บางวิเศษ. (2563). การบริหารและการจัดการศึกษาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: บริษัท กู๊ดเฮด พริ้นท์ติ้ง แอนด์ แพคเกจจิ้ง กรุ๊ป จำกัด.

ปัญญา เลิศไกร, ศิริพร หมื่นหัสถ์, และลัญจกร นิลกาญจน์. (2560). การพัฒนาองค์การการเรียนรู้เชิงทฤษฎี. Development of theoretical learning organization. 9(1), 172-180.

ปิยรัตน์ ณ นคร และสุดาพร ทองสวัสดิ์. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสตูล. วารสารการประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติครั้งที่ 13. 1(1), 1676-1690.

พิมลพรรณ เพชรสมบัติ. (2564). ผู้บริหารกับการทำงานเป็นทีม. EDUCATION JOURNAL, Faculty of Education, Nakhon Sawan Rajabhat University. 4(1), 1-7.

ภัทราภรณ์ หลอดเหลา, วาโร เพ็งสวัสดิ์, และวันเพ็ญ นันทะศร. (2565). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำทีมของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ. Journal of Modern Learning Development. 7(11), 422-434.

รัชนี พจนา. (2561). ตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำปรับเปลี่ยนสำหรับอาจารย์ในวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก: การพัฒนาและทดสอบโมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง. (ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย).

วราพร องคะลอย. (2564). การสร้างและการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรรัฐสมัยใหม่. วารสารหริภุญชัยปริทรรศน์. 5(1), 77-87.

วาสนา จักร์แก้ว เกศสุดา สิทธิสนั ติกุล และนิโรจน์ สินณรงค์. (2561). การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเด็กด้อยโอกาส ภาคเหนือตอนบน. Veridian E-Journal, Silpakorn University. 11(3), 1767–1785.

สุวัฒน์ จุลสุวรรณ์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นําการปรับเปลี่ยนกับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น. 17(2), 28-38.

อุทุมพร จันทร์สิงห์. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี).

Blake, R., & Mouton, J. (1964). The Managerial Grid: The Key to Leadership Excellence. Houston, TX: Gulf Publishing Company.

Fullan, M. (2002). The change leader. Educational Leadership. 59(8), 16-21.

Goleman, D. (1998). Working with Emotional Intelligence. Bloomsbury Publishing, London.

Hallinger, P., & Heck, R. H. (1998). Exploring the principal's contribution to school effectiveness: 1980–1995. School Effectiveness and School Improvement. 9(2), 157-191.

Heifetz, R. A., & Laurie, D. L. (1997). The work of leadership. Harvard Business Review. 75(1), 124-134.

Heifetz, R. A., Grashow, A., Linsky, M. (2009). The practice of adaptive leadership: Tools and tactics for changing your organization and the world. Harvard Business School.

Heifetz, R., A. (2020). Adaptive Leadership Strategies: Leadership without easy answers. Cambridge: Belknap Press.

Hogan, T. J. (2008). The adaptive leadership maturity model. Organization Development Journal. 26(1), 55–61.

Jones, K. M. (2019). Learning analytics and higher education: a proposed model for establishing informed consent mechanisms to promote student privacy and autonomy. International Journal of Educational Technology in Higher Education. 16(1), 1-22.

Krejcie, R.V., & D.W., Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities, Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607–610.

Oplatka, I. (2012). The 2011 BELMAS Conference: new topics, diverse ideas, much more international than before. Management in Education. 26(1), 21-27.

Robbins, S. (2001). Organization Behavior (9th ed). New Jersey: Prentice-Hall.

Romig, D. (1996). Breakthrough Teamwork: Out Standing Result Using Stractrued Teamwork. Chicago: Irwin.

Woodcock, M. (1989). Team development manual (2nd ed.). Worcester, Great Britain: Billing & Son.

Yukl, G., & Mahsud, R. (2010). Why flexible and adaptive leadership is essential. Consulting Psychology Journal : Practice and Research. 62(2), 81–93.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-12-27

รูปแบบการอ้างอิง

ดาฮารี ย., & เกิดทิพย์ ช. (2023). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมตามทัศนะของครูในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา, 5(4), 44–61. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JMARD/article/view/262307