การศึกษาเปรียบเทียบความพึงพอใจรวมของผู้เยี่ยมเยือน ณ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะเกร็ด นนทบุรี

ผู้แต่ง

  • รัมภาภัค ฤกษ์วีระวัฒนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

คำสำคัญ:

ความพึงพอใจ, ผู้เยี่ยมเยือน, การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

บทคัดย่อ

        งานวิจัยการศึกษาเปรียบเทียบความพึงพอใจรวมของผู้เยี่ยมเยือน ณ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะเกร็ด นนทบุรี  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านประชากรและสังคมของผู้เยี่ยมเยือนและเปรียบเทียบความพึงพอใจรวมของผู้มาเยี่ยมเยือนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เยี่ยมเยือน 400 คน โดยสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติ t-test และ F-test เพื่อเปรียบเทียบตัวแปรอิสระกับตัวแปรตาม

         ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเพศชายมีจำนวน 213 คน คิดเป็นร้อยละ 53.3 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อายุระหว่าง 18-30 ปี จำนวน 277 คน คิดเป็นร้อยละ 69.3 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระดับการศึกษาปริญญาตรี จำนวน 218 คน คิดเป็นร้อยละ 54.5 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อาชีพอื่น ๆ เช่น ค้าขาย อาชีพอิสระ แม่บ้าน จำนวน 203 คิดเป็นร้อยละ 50.7 รายได้ต่อเดือนประมาณ 15,001-30,000 บาท จำนวน 184 คน คิดเป็นร้อยละ 46 และ สถานภาพ สมรส  จำนวน 206 คิดเป็นร้อยละ 51 พักบ้านของตนเองจำนวน 341 คิดเป็นร้อยละ 85 ส่วนใหญ่กลับมาซ้ำ จำนวน 318 คิดเป็นร้อยละ 79.5  ระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีความพึงพอใจรวมแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .008 รายได้ที่แตกต่างกันมีความพึงพอใจรวมแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .027         

          เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิผลของการจัดการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สามารถส่งเสริมและจัดการ หรือสื่อความหมาย ให้ผู้มาเยี่ยมเยือนรับรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวคำนึงถึงและตระหนักต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมการวิจัยสถาบัน มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช. (2554). ความพึงพอใจในการใช้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช. จังหวัดนครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ.

ชรินทร์พรรณ อะสีติรัตน์. (2553). การจัดการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับวิถีชีวิตชุมชน กรณีศึกษา ตลาดน้ำอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาชนบทศึกษาและการพัฒนา. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วรรษมน จันทดิษฐ์. (2552). พฤติกรรมและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยศึกษากรณีตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

วันทิกา หิรัญเทศ. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวเชิงนิเวศของนักท่องเที่ยวชาวไทยในแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี. มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ แพรดาว ฟูพาณิชย์พฤกษ์. (2560). กรอบนโยบายและมาตรการเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง. วารสารวิชาการการท่องเที่ยวไทยนานาชาติ. 13(1): 133-158

สมชัย เบญจชย. (2549). การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ. ในเอกสารประกอบการบรรยาย หลักสูตร “การบริหารจัดการป่าชุมชนและการพัฒนาอาชีพด้านป่าไม้” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2549

อรุณพร อธิมาตรไมตรีและคณะ. (2556). เปรียบเทียบความพึงพอใจการบริการด้านการท่องเที่ยวของตลาดน้ำคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. การประชุมหาดใหญ่วิชาการ ครั้งที่ 4 , - (10 พ.ค.2556), 185-195.

Robert V. Krejcie & Daryle W. Morgan. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610

Western, D. (1993). Defining ecotourism in Ecotourism: a guide for planners and managers ed. by K. Lindberg and D. E. Hawkins. The Ecotourism Society: North Bennington, Vermont. 7–11

Wight, P. (1993). Ecotourism: ethics or eco-sell? Journal of Travel Research 31(3): 3–9.

Young, M. (1992). Ecotourism: Profitable Conservation? Proceedings of the conference on Ecotourism Business in the Pacific. Auckland: University of Auckland.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-04-04

รูปแบบการอ้างอิง

ฤกษ์วีระวัฒนา ร. (2019). การศึกษาเปรียบเทียบความพึงพอใจรวมของผู้เยี่ยมเยือน ณ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะเกร็ด นนทบุรี. วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา, 1(2), 42–52. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JMARD/article/view/173798