บทบาทวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ในสภาวะภัยพิบัติ กรณีโรคโควิด-19

ผู้แต่ง

  • ปิ่นหทัย หนูนวล คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

บทบาท, วิชาชีพสังคมสงเคราะห์, สภาวะภัยพิบัติ, โรคโควิด-19

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษารูปแบบและบทบาทการทำงานของวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ในภาวะวิกฤติ กรณีการระบาดของไวรัสโควิด-19  2) เพื่อนำเสนอแนวทางการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ในภาวะวิกฤติที่มีความสอดคล้อง เหมาะสมท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง และ 3) เป็นบทเรียนและข้อเสนอแนะต่อการทำงานของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานสังคมสงเคราะห์ในบริบทประเทศไทย ใช้การวิจัยแบบผสานวิธี โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัยเชิงสำรวจสำหรับผู้ให้ข้อมูลกลุ่มแรก คือ นักสังคมสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 76 จังหวัด และใช้แนวคำถามในการสัมภาษณ์สำหรับผู้ให้ข้อมูลกลุ่มที่สอง คือ นักสังคมสงเคราะห์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการในมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้สอนคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และนักสังคมสงเคราะห์ขององค์กรพัฒนาเอกชน จำนวน 10 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา นำเสนอผลการวิจัยใช้สถิติเชิงพรรณนา

ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการปฏิบัติงานในสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ประกอบด้วย 1. การจัดการโดยการทำบุญและการกุศลตามความเชื่อทางศาสนา 2. การจัดการโดยใช้ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น 3. การจัดการตามหลักสิทธิและความเท่าเทียม 4. การจัดการภัยพิบัติตามบทบาทรัฐ เอกชน และชุมชน แนวทางการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ในภาวะวิกฤติ พบข้อเสนอมาตรการบรรเทาเฉพาะหน้าและมาตรการการป้องกันในระยะยาว ที่ระบุการปฎิบัติงานใน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะก่อนเกิดการระบาด ระยะขณะเกิดการระบาด และระยะหลังจากเกิดการระบาด บทเรียนรู้และข้อเสนอแนะในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ คือ การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารและการบูรณาการการทำงานของผู้ปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐในแต่ละพื้นที่ด้วยกลไกอาสาสมัครในชุมชน

เอกสารอ้างอิง

โกมาตร จีงเสถียรทรัพย์ และนฤพนธ์ ด้วงวิเศษ. (2564). ภัยโควิด วิกฤตโคโรนา:โรคอุบัติใหม่ในมิติสังคม.สืบค้นจาก https://shop.sac.or.th/th/product/45/.

ปฐมาภรณ์ บุษปธำรง. (2555). การจัดการภัยพิบัติ:ปรัชญาสวัสดิการและการประยุกต์. วารสารสถาบัน

ราชภัฎแห่งประเทศไทย. 37(3). สืบค้นจาก http://legacy.orst.go.th/royin2014/upload/246/FileUpload/2481_4909.pdf.

สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP), กองโรคไม่ติดต่อ, กรมควบคุมโรค. (2564).

รายงานผลการทบทวนผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในระดับโลก และในประเทศไทย. สืบค้นจาก https://search.yahoo.com/search;_ylt=AwrO_ lv_ByNnGIIA0oRXNyoA;_ylc=X1MDMjc2NjY3OQRfcgMyBGZyA21jYWZlZQRmcjIDc2ItdG9wBGdwcmlkAwRuX3.

อรทัย อาจอ่ำ, วีรญา เดชเฟื่อง, และศิริอาภา อร่ามเรือง. (2556). การศึกษาและพัฒนาระบบการช่วยเหลือทางสังคมในภาวะวิกฤต (พิมพ์ครั้งที่ 1). สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. สืบค้นจาก https://ipsr.mahidol.ac.th/post_research/โครงการ-การศึกษาและพัฒน/.

Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2018). Research design: qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (5th ed). Los Angeles: SAGE.

Gebbie, K. M., & Qureshi, K. (2002). Emergency and Disaster Preparedness: Core competencies for Nurses: What every nurse should but may not know. American Journal of Nursing. 102(1), 46-51.

Midgley, J. (1995). Social Development: The Developmental Perspective in Social Welfare. SAGE.

Stein, J. S. (1997). Empowerment and women's health : theory, methods, and practice. London: New Jersey, Zed Books.

Ubalee, C. (2008). Public Participation in Disaster Administration: A Case Study of Din Daeng Community Housing Building. Bangkok. Master’s thesis (Public Administration Branch). Faculty of Political Science: Thammasat University.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-12-27

รูปแบบการอ้างอิง

หนูนวล ป. (2024). บทบาทวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ในสภาวะภัยพิบัติ กรณีโรคโควิด-19. วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา, 6(4), 114–134. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JMARD/article/view/271989