การพัฒนาแบบประเมินพฤติกรรมการปรับตัวสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้แต่ง

  • ปิยบุตร เกตุวิริยะกุล สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • อาดัม นีละไพจิตร สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วรางคณา รัชตะวรรณ สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

คำสำคัญ:

แบบประเมินพฤติกรรมการปรับตัว, โรคหลอดเลือดสมอง, ความสามารถในการทำกิจกรรม, การสนับสนุนทางสังคม, ภาวะซึมเศร้า

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมิน และศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการปรับตัวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 107 คน ที่เข้ารับบริการ ณ สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความสามารถในการทำกิจกรรม แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม แบบประเมินภาวะซึมเศร้า และแบบประเมินพฤติกรรมการปรับตัวที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน แบบประเมินที่พัฒนาขึ้นมีคำถาม 46 ข้อ ครอบคลุมพฤติกรรมการปรับตัว 4 ด้าน มีค่าความตรงตามเนื้อหา 0.95 ค่าความเชื่อมั่น 0.91 และค่าอำนาจจำแนกรายข้อ 0.21–0.49 ผลการศึกษา พบว่า ผู้ป่วยมีพฤติกรรมการปรับตัวในระดับดี ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการปรับตัว ได้แก่ ครั้งที่เกิดโรค ความสามารถในการทำกิจกรรม การสนับสนุนทางสังคมโดยรวม และรายด้านในด้านข้อมูลข่าวสาร การประเมิน และวัตถุสิ่งของ และภาวะซึมเศร้า ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าแบบประเมินที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพดีถึงดีมาก ข้อคำถามชัดเจน เข้าใจง่าย และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การประเมิน สามารถใช้ประเมินพฤติกรรมการปรับตัวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งผลการศึกษาจะเป็นข้อมูลให้บุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยและครอบครัว ตระหนักถึงความสำคัญของการคัดกรองภาวะซึมเศร้า การฟื้นฟูความสามารถในการทำกิจกรรม และการส่งเสริมการสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารและการประเมินค่า เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมการปรับตัวที่ดีขึ้น

เอกสารอ้างอิง

กวินทร์นาฏ บุญชู, วัลภา คุณทรงเกียรติ และสุภาภรณ์ ด้วงแพง. (2554). ประสบการณ์การเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่ระยะเฉียบพลัน. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 19(5), 62–72.

กัญจน์ณิชา เยียดไธสงค์, สุรชาติ สิทธิปกรณ์ และสุพัตรา บัวที. (2558). ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์ต่อการปรับตัวด้านร่างกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะฟื้นฟูสภาพ. ศรีนครินทร์เวชสาร, 30(5), 491–497.

กาญจนา ศิริวราศัย. (2536). ความสัมพันธ์ระหว่างสัมพันธภาพในครอบครัว ความหวังกับการปรับตัวในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหิดล.

พิมพ์ภัทร ตันติทวีวัฒน์. (2559). ปัจจัยทำนายการปรับตัวของผู้รอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ยุพาพร โอฬาริกพันธุ์. (2541). ผลของกลุ่มประคับประคองต่อการปรับตัวของผู้ป่วยสโตร็ค [ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

รจน์ เพ็งแก้ว. (2551). การปรับตัวในการฟื้นสภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยคริสเตียน.

รุ่งนภา จันทรา, เรณู แสงสุวรรณ และชุลีพร หีตอักษร. (2560). การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันด้วยทีมสหวิชาชีพ. วารสารพยาบาลทหารบก, 18(ฉบับพิเศษ), 49–55.

วราลักษณ์ ทองใบปราสาท, ชมนาด วรรณพรศิริ, จรรยา สันตยากร และทวีศักดิ์ ศิริพรไพบูลย์. (2550). ประสบการณ์การปรับตัวต่อการเจ็บป่วยของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่อาศัยในตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 1(1), 72–84.

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์. (2556). แนวทางเวชปฏิบัติโรคหลอดเลือดสมองแตก สำหรับแพทย์ (Clinical Practice Guidelines for Hemorrhagic Stroke). สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์. (2559). แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสำหรับพยาบาลทั่วไป (Clinical Nursing Practice Guildelines for Stroke). สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.

หทัยชนก บัวเจริญ, รัชนี นามจันทรา และอ้อมใจ แก้วประหลาด. (2552). การศึกษาการดูแลต่อเนื่องที่เน้นครอบครัวเป็นศูนย์กลางในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองครั้งแรก [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ.

อรรถพล ศรีชิษณุวรานนท์. (2560). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปรับตัวของคนพิการบาดเจ็บไขสันหลังในจังหวัดนครปฐม [ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหิดล.

Beck, A. T. (1967). Depression: Clinical, experimental and theoretical aspects. Harper and Row.

Chai, Q., Yuan, Z., Jin, Y., & Zhang, Q. (2016). Factors influencing acceptance of disability among stroke patients in Tianjin, China: A cross-sectional study. NeuroRehabilitation, 38(1), 37–44.

Chiu, S. Y., Livneh, H., Tsao, L. L., & Tsai, T. Y. (2013). Acceptance of disability and its predictors among stroke patients in Taiwan. BMC Neurology, 13(1), 175.

Cobb, S. (1976). Social support as a moderator of life stress. Psychosomatic Medicine, 38(5), 300–314.

Dudas, S. (1986). Nursing diagnoses and interventions for the rehabilitation of the stroke patient. Nursing Clinics of North America, 21(2), 345–357.

Ellis-Hill, C. S., & Horn, S. (2000). Change in identity and self-concept: a new theoretical approach to recovery following a stroke. Clinical Rehabilitation, 14(3), 279–287.

Groomes, D. A. G., & Linkowski, D. C. (2007). Examining the structure of the revised acceptance disability scale. Journal of Rehabilitation, 73(3), 3–9.

Gum, A., Snyder, C. R., & Duncan, P. W. (2006). Hopeful thinking, participation, and depressive symptoms three months after stroke. Psychology & Health, 21(3), 319–334.

Guzek, Z., & Kowalska, J. (2020). Analysis of the degree of acceptance of illness among patients after a stroke: An observational study. Clinical Interventions in Aging, 15, 2063–2072.

House, J. S. (Ed.). (1981). Work stress and social support. Addison-Wesley.

Liu, X., Lv, Y., Wang, B., Zhao, G., Yan, Y., & Xu, D. (2007). Prediction of functional outcome of ischemic stroke patients in northwest China. Clinical Neurology and Neurosurgery, 109(7), 571–577.

Lotrakul, M., Sumrithe, S., & Saipanish, R. (2008). Reliability and validity of the Thai version of the PHQ-9. BMC Psychiatry, 8.

Matsuzaki, S., Hashimoto, M., Yuki, S., Koyama, A., Hirata, Y., & Ikeda, M. (2015). The relationship between post-stroke depression and physical recovery. Journal of Affective Disorders, 176, 56–60.

Roy, C. (2009). The Roy Adaptation Model Third Edition. Upper Saddle River.

Singhpoo, K., Tiamkao, S., Kuchaisit, C., Ariyanuchitkul, S., Sangpongsanon, S., Kamsa-ard, S., & Chantachume, W. (2009). The quality of life of stroke outpatients at Srinagarind Hospital. Journal of the Medical Association of Thailand, 92(12), 1602–1609.

Streiner, D. L. (2003). Starting at the beginning: An introduction to coefficient alpha and internal consistency. Journal of Personality Assessment, 80(1), 99–103.

Zhang, X., Ruiling, L., Wang, J., & Chen, M. (2018). Acceptance of disability and related factors in patients with ischemic stroke. Chinese Mental Health Journal, 32(4), 314-318.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-27

รูปแบบการอ้างอิง

เกตุวิริยะกุล ป., นีละไพจิตร อ., & รัชตะวรรณ ว. (2026). การพัฒนาแบบประเมินพฤติกรรมการปรับตัวสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา, 8(1), 78–102. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JMARD/article/view/278535