ผลของโปรแกรมการจัดการอาการโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่ออาการทางบวกของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน

ผู้แต่ง

  • ฐิตินันท์ อ้วนล่ำ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  • สุนิดา ปรีชาวงษ์ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • รัชนีกร อุปเสน คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

โปรแกรมการจัดการอาการ, การมีส่วนร่วมของครอบครัว, อาการทางบวก, ผู้ป่วยจิตเภทชุมชน

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: การวิจัยกึ่งทดลองแบบ สองกลุ่มวัดสองครั้งก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบอาการทางบวก ของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนก่อนและหลังการ เข้าร่วมโปรแกรมการจัดการอาการโดยการมีส่วนร่วม ของครอบครัว และเพื่อเปรียบเทียบอาการทางบวก ของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนระหว่างกลุ่มที่เข้าร่วม โปรแกรมการจัดการอาการโดยการมีส่วนร่วมของ ครอบครัวกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ

วิธีการศึกษา: ผู้ป่วยจิตเภทและผู้ดูแลผู้ป่วย จิตเภท จำนวน 40 ครอบครัวที่มารับการรักษา ที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสามชุก จังหวัด สุพรรณบุรีและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดเข้า ได้รับ การจับคู่ (matched pair) ด้วยระดับคะแนนอาการ ทางบวกและเพศ และสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่ม ควบคุม กลุ่มละ 20 ครอบครัว กลุ่มทดลองได้รับ โปรแกรมการจัดการอาการโดยการมีส่วนร่วมของ ครอบครัวเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้ รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) โปรแกรมการจัดการอาการโดยการมีส่วนร่วม ของครอบครัว 2) แบบประเมินอาการทางบวก และ 3) แบบประเมินความสามารถในจัดการอาการ ทางบวก เครื่องมือทั้งหมดได้รับการตรวจสอบ ความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน และ เครื่องมือชุดที่ 3 มีค่าความเที่ยงโดยสัมประสิทธิ์ อัลฟ่าของครอนบาคของเท่ากับ .81 วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย และสถิติทดสอบที

ผลการวิจัย: 1) คะแนนเฉลี่ยอาการทางบวก ของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนหลังเข้าร่วมโปรแกรม การจัดการอาการโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว น้อยกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) หลังการทดลอง ผู้ป่วย จิตเภทในชุมชนที่เข้าร่วมโปรแกรมการจัดการ อาการโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวมีคะแนน เฉลี่ยอาการทางบวกน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการ พยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05

Downloads

Download data is not yet available.

References

กรมสุขภาพจิต. (2556). รายงานประจำปี. กรม สุขภาพจิตปีงบประมาณ 2556. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.

กัญญาวรรณ ระเบียบ. (2555). ผลของโปรแกรมการการผ่อนคลายกล้ามเนื้อร่วมกับการควบคุมโกรธต่อพฤติกรรมก้าวร้าวในผู้ป่วยจิตเภท. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

กาญจนา นันทไพบูลย์. (2553). การศึกษาการใช้โปรแกรมการให้คำปรึกษาครอบครัวต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 24(2), 26-38.

จิราพร รักการ. (2549). ผลของโปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาต่อภาระในการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหา บัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธนา นิลชัยโกวิทย์, นิพัทธิ์ กาญจนธนาเลิศ, มานิตย์ ศรีสุรภานนท์, สเปญ อุ่นอนงค์, และพิเชฐ อุดมรัตน์. (2550). Positive and Negative Syndrome Scale ฉบับภาษาไทย (PANSS-T). กรุงเทพฯ: แจนเซ่น-ซีแลก.

ธิดารัตน์ คณึงเพียร. (2548). โปรแกรมการจัดการอาการต่อลักษณะและความรุนแรงของ อาการหูแว่วในผู้ป่วยจิตเภท. วิทยานิพนธ์ ปริญญาพยาบาลศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล.

นภาภรณ์ พึ่งเกศสุนทร. (2553). ผลของโปรแกรมการบำบัดครอบครัวต่อภาระการดูแลของผู้ดูแลในครอบครัวผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พิเชษฐ์ อุดมรัตน์ และสรยุทธ วาสิกนานนท์. (2552). ตำราโรคจิตเภท. กรุงเทพมหานคร: สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย.

มาโนช หล่อตระกูล และปราโมทย์ สุคนิชย์. (2555). จิตเวชศาสตร์รามาธิบดี (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์.

วัชราภรณ์ ลือไธสงค์. (2541). ลักษณะความสัมพันธ์ในครอบครัวที่มีผลต่อการกลับมารักษาซ้ำของผู้ป่วยจิตเภท: กรณีศึกษา. กลุ่มงานสังคมศาสตร์ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ กรมสุขภาพจิต.

วิมลพร เกียรติวุฒินนท์, รื่นฤดี ลิ้มฉาย, ชูศรี เกิดพงษ์บุญโชติ, และวัลลภา กิตติมาสกุล. (2551). ประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการกับอาการหูแว่วต่อลักษณะและความรุนแรงของอาการทางจิตในผู้ป่วยจิตเภท. สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา.

สมพร รุ่งเรืองกลกิจ. (2546). พยาบาลกับการดูแลบุคคลที่เป็นโรคจิตเภท (พิมพ์ครั้งที่ 2). ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานา.

สมภพ เรืองตระกูล. (2542). ตำราจิตเวชศาสตร์พื้นฐานและโรคทางจิตเวช (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: เรือนแก้วการพิมพ์.

อรรณพ ทองคำ. (2546). การทำหน้าที่ของครอบครัวตามการรับรู้ของผู้ที่เป็นโรคจิตเภทที่กลับเป็นซ้ำ. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Addington, J., McCleery, & Addington, D. (2005). Three-year outcome of family work in early psychosis program. Schizophrenia Research, 79(1), 107-116.

Bae, S. M., Lee, S. H., Park, Y. M., Hyun, M. H., & Yoon, H. (2010). Predictive factors of social functioning in patients with schizophrenia: Exploration for the best combination of variables using data mining. Psychiatry Investigation, 7(2), 93-101.

Barkhof, C. J., Meijer, L. M. J., de Sonneville, D. H., Linszen, L., & de Haan., L. (2012). Intervention to improve adherence to antipsychotic medication in patient with schizophrenia-review of the past decade. European Psychiatry, 27, 9-18.

Dodd, M., Janson, S., Facione, N., Faucett, J., Froelicher, E. S., Humphreys, J., et al. (2001). Advancing the science of symptom management. Journal of Advanced Nursing, 33(5), 668-676.

Falloon, I. R. H. (1985). Family management of schizophrenia: A study of clinical, social, family and economic benefits. Baltimore: John Hopkins University Press.

Friedman, M. M., Bowden, V. R., & Jones, E. G. (2003). Family Nursing Research, Theory & Practice (5th ed.). United Stated of American: Pearson Education, Inc.

Gray, R., Wykes, T., & Gournay, K. (2002). From compliance to concordance: A review of the literature on interventions to enhance compliance with antipsychotic medication. Journal of Psychiatric and Mental Health Nursing, 9(3), 277-284.

Hooley, J. M. (2007). Expressed emotion and relapse of psychopathology. Annual Review of Clinical Psychology, 3, 329-352.

Kaplan, H. I., & Sadock, B. J. (2000). Kaplan & Sadock’ s synopsis of psychiatry (9th ed.). Baltimore: Williams & Wilkins.

Kay, S. R., Fiszbein, A & Opler, L. A. (1987). The Positive and Negative Syndrome Scale (PANSS) For Schizophrenia. Schizophrenia Bulletin, 13, 261-276.

Leelahanaj T. (2009). Text book schizophrenia Songkhla. Songkhla: Chanmuang printing.
Lim, Y. M. & Ahn, Y. H. (2003). Burden of family caregivers with schizophrenic patients in Korea. Applied Nursing Research, 16(2), 110-117.

Lindenmayer, J. P., & Khan A. (2006). Psycho¬pathology. In Lieberrman, J. A. Stroup, T. S. Perkin, D.O. (Eds). Textbook of Schizo¬phrenia (pp. 187–221), Washington DC: American Psychiatric Publishing.

McDonagh, L. A. (2005). Express emotion as a precipitate of relapse in psychological disorders. Retrieved March 12, 2015, from https://www.personalityresearch.org/papers/ mcdonagh.html

Millier, A., Sarlon, E., Azorin, J.-M., Boyer, l., Aballea, S., Auquier, P., et al. (2011). Relapse according to antipsychotic treatment in schizophrenic patients: A propensity-adjusted analysis. BMC Psychiatry, 11, 1-9.

Trygstad, L., Buccheri, R., Dowling, G., Zind, R., White, K., Griffin, J. J., et al. (2002). Behavioral management of persistent auditory hallucinations in schizophrenia: Outcomes from a 10-week course. Journal of the American Psychiatric Nurses Association, 8(3), 84-91.

Vadebeck, L. S. (2001). Psychiatric mental health nursing. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins.
World Health Organization. (2014). The ICD- 10 Classification of mental and behavior disorders. Geneva: World Health Organization.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2019-12-27