ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตที่มีต่อความรอบรู้สุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้าในนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า

Main Article Content

ศริญญา ชาญสุข
จิติมาวรรณ บำรุงรส
กชนิภา ขวาวงษ์

บทคัดย่อ

               วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตที่มีต่อระดับความรอบรู้สุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้า


               วิธีการศึกษา : รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่มวัดซ้ำ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จำนวน 38 คน คัดเลือกแบบจำเพาะเจาะจง ตามเกณฑ์คัดเข้า โดยมีคะแนนซึมเศร้าในระดับปานกลาง แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม ด้วยวิธีจับคู่เพื่อแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม คือ กลุ่มทดลอง เข้าร่วมโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพจิต  มีกิจกรรม 8 ครั้ง ครั้งละ 60 - 90 นาที กลุ่มควบคุมได้รับการอบรมโครงการวิศวกรสังคม เพื่อพัฒนาทักษะ Soft skill ประเมินระดับความรอบรู้สุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้า ก่อน - หลังทดลอง และระยะติดตามผล 1 เดือน โดยใช้แบบวัดความรอบรู้สุขภาพจิต แบบคัดกรองและแบบประเมินภาวะซึมเศร้า (2Q, 9Q) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบที


               ผลการศึกษา : ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมหลังได้รับโปรแกรม และในระยะติดตามผล 1 เดือน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ < .001  และความเสี่ยงโรคซึมเศร้า กลุ่มทดลองในระยะหลังทดลองและระยะติดตามผล 1 เดือน ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ < .001


               สรุป : โปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพจิตเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถช่วยลดภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาได้ จึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการนำมาใช้สำหรับการป้องกันภาวะซึมเศร้าในนักศึกษา

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (2554). คู่มือผู้เข้ารับการอบรมแนวทางการจัดการโรคซึมเศร้าสำหรับแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปในสถานบริการระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ. อุบลราชธานี: ศิริธรรมออฟเซ็ท.

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2566). สถิติการฆ่าตัวตาย. https://www.dmh.go.th/ report/suicide/stat_prov.as

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2566). ตรวจสุขภาพใจ. https://checkin.dmh.go.th/publichealth

ฤทัยรัตน์ ชิดมงคล, รัตติกร เหมือนนาดอน, สุมัทณา แก้วมา, และวีระพงษ์ เรียบพร. (2563). ภาวะซึมเศร้าและความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตของวัยรุ่น. วารสารการพยาบาล การสาธารณสุข และการศึกษา, 21(2), 40-51.

วรลักษณ์ อินทร์เดช. (2565). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตแบบออนไลน์ต่อภาวะซึมเศร้าในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ศรีประไพ อินทร์ชัยเทพ, สิริอร พัวศิริ, มณีรัตน์ พันธุ์สวัสดิ์, ประภาศรี ทุ่งมีผล, และ วินัย รอบคอบ. (2561). การพัฒนาตัวบ่งชี้การรู้เท่าทันสุขภาพจิต สำหรับประชาชนทั่วไป. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรดิตถ์, 10(2), 97-109.

สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2566). รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์โครงการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).

สำนักงานจังหวัดอุดรธานี. (2565). รายงานผลการดำเนินงานจังหวัดอุดรธานี ประจำปีงบประมาณ 2565. อุดรธานี: กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด.

สุวรรณา อรุณไพศาล, ธรณินทร์ กองสุข, ณรงค์ มณีทอน, เบญจลักษณ์ มณีทอน, กมลเนตร วรรณเสวก, จินตนา ลี้จงเพิ่มพูน, เกษราภรณ์ เคนบุปผา, และสิรีธร บุตรวงศ์. (2550). การพัฒนาและความเที่ยงตรงของแบบคัดกรองโรคซึมเศร้าชนิด 2 คำถาม ในชุมชนไทยอีสาน. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 52(2), 138-148.

Beck, J.S. (1995). Cognitive therapy: basics and beyond. Guilford Press.

Chrikov, I., Soria, K. M., Horgos, B., & Jones-White, D. (2020). Undergraduate and graduate students’ mental health during the COVID-19 pandemic. https://escholarship.org/ uc/item/80k5d5hw

Hubble, S., & Bolton, P. (2020). Support for students with mental health issues in higher education in England. UK Parliament Briefing paper. https://www.scirp.org/reference /referencespapers?referenceid=3874416

Hysenbegasi, A., Hass, S. L., & Rowland, C. R. (2005). The impact of depression on the academic productivity of university students. The Journal of mental health policy and economics, 8(3), 145-151.

Jorm, A. F., Barney, L. J., Christensen, H., Highet, N. J., Kelly, C. M., & Kitchener, B. A. (2006). Research on mental health literacy: what we know and what we still need to know. The Australian & New Zealand Journal of Psychiatry, 40(1), 3-5.

Jorm, A. F. (2011). Mental Health Literacy: Empowering the Community to Take Action for Better Mental Health. American Psychologist, 31, 1-13.

Kessler, R. C., Amminger, G. P., Aguilar‐Gaxiola, S., Alonso, J., Lee, S., & Ustun, T. B. (2007). Age of onset of mental disorders: a review of recent literature. Current opinion in psychiatry, 20(4), 359-364.

Langlands, R. L., Jorm, A. F., Kelly, C. M., & Kitchener, B. A. (2008). First aid for depression: a Delphi consensus study with consumers, carers and clinicians. Journal of affective disorders, 105(1-3), 157-165.

Megivern, D., Pellerito, S., & Mowbray, C. (2003). Barriers to higher education for individuals with psychiatric disabilities. Psychiatric Rehabilitation Journal, 26(3), 217-231.

Montgomery, M. J, & Côté, J. E. (2003). College as a transition to adulthood. In G. R. Adams & M. D. Berzonsky (Eds.), Blackwell handbook of adolescence (pp. 149-172). Blackwell Publishing. https://psycnet.apa.org/record/2003-00784-008

Newcomb-Anjo, S.E. (2019). Applying What is Known About Adolescent Development to Improve School-Based Mental Health Literacy of Depression Interventions: Bridging Research to Practice. Adolescent Research Review, 4(3), 235-248.

Yalom, J. D. (1995). The theory and practice of group psychotherapy. 4th ed. Basic Books.

Zare, S., Kaveh, M. H., Ghanizadeh, A., Nazari, M., Asadollahi, A., & Zare, R. (2022). Adolescent Mental Health Literacy Questionnaire: Investigating Psychometric Properties in Iranian Female Students. BioMed research international, 7210221.