ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการปฏิเสธการเสพกัญชาของนักเรียนอาชีวศึกษา

Main Article Content

ชญานิษฐ์ ทิศพรม
ดรุณี รุจกรกานต์

บทคัดย่อ

               วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความแข็งแกร่งในชีวิต ความผูกพันในครอบครัว การสนับสนุนทางสังคม และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการปฏิเสธการเสพกัญชาของนักเรียนอาชีวศึกษา


               วิธีการศึกษา : กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชายและหญิงที่กำลังศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 332 คน จากจังหวัดหนึ่งในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความแข็งแกร่งในชีวิต แบบประเมินความผูกพันในครอบครัว แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม และแบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการปฏิเสธการเสพกัญชา โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น (Cronbach's alpha) ของเครื่องมือเท่ากับ .97, .93, .95 และ .97 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน


               ผลการศึกษา : พบว่า ความแข็งแกร่งในชีวิต ความผูกพันในครอบครัว และการสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางกับการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการปฏิเสธการเสพกัญชา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .45, .47, .50, p < .01 ตามลำดับ)


               สรุป : ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าความแข็งแกร่งในชีวิต ความผูกพันในครอบครัว และการสนับสนุนทางสังคมเป็นปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับความสามารถในการรับรู้ของนักเรียนอาชีวศึกษาในการปฏิเสธการเสพกัญชา ผลลัพธ์เหล่านี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาโปรแกรมการแทรกแซงที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างสมรรถนะแห่งตนของนักเรียนในการต่อต้านการใช้กัญชา

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา ดีหมัด, และทิพย์วัลย์ สุรินยา. (2566). รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูการสนับสนุนทางสังคมและทักษะชีวิตของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนศรีพฤฒา กรุงเทพมหานคร. วารสารจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, 13(2), 23-43.

ขจิตพันธ์ ธีรวรวัชร์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคมความรู้สึกเชื่อมโยงทางสังคมและสุขภาวะของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโดยมีกลวิธีการจัดการปัญหาเชิงรุกเป็นตัวแปรส่งผ่าน [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. กรุงเทพพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จิรภัทร พุ่มฉายา. (2566). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในชีวิตต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการปฏิเสธการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัยรุ่นตอนต้น อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม, 3, 17-31.

ชัย สมรภูมิ, เชาวณี ผิวจันทร์ และอนุรัตน์ พรหมฤทธิ์. (2566). ปลดล็อคกัญชา: กฎหมายจากอดีตถึงปัจจุบัน. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 7(1), 285-302.

บัณฑิต ศรไพศาล, วศิน พิพัฒนฉัตร, วรานิษฐ์ ลำใย, ทัศนีย์ ศิลาวรรณ, นิศาชล เดชเกรียงไกรกุล, และวีณา ธิติประเสิรฐ. (2566). บทความพิเศษ ข้อเท็จจริงและบทวิเคราะห์นโยบายกัญชาของประเทศไทย: มุมมองด้านสาธารณสุข. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 32(2), 375-388.

บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. (2553). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ : คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปาลศรี จันดารี และรังสรรค์ โฉมยา. (2564). การศึกษาองค์ประกอบความผูกพันในครอบครัวของวัยรุ่น. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 9(4), 1594-1602.

พัชรินทร์ นินทจันทร์, โสภิณ แสงอ่อน, และ ทัศนา ทวีคูณ. (2555). โปรแกรมการเสริมสร้าง ความแข็งแกร่งในชีวิต. กรุงเทพฯ: จุดทอง.

พุทธิพร พงศ์นันทกุลกิจ, ภรภัทร เฮงอุดมทรัพย์, และจิณห์จุฑา ชัยเสนา ดาลลาส. (2561). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันการใช้ยาเสพติดในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารพยาบาลทหารบก, 19(พิเศษ), 224-232.

ภาคิณี เดชชัยยศ, ดวงใจ วัฒนสินธุ์, และจิณห์จุฑา ชัยเสนา ดาลลาส. (2564). ปัจจัยทำนายความตั้งใจในการเลิกใช้สารเสพติดของเยาวชนที่เข้ารับการบำบัดสารเสพติด. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี, 15(2), 37-49.

ภาสิต ศิริเทศ, และณพวิทย์ ธรรมสีหา. (2562). ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาลทหารบก, 20(2), 58-65.

ยศยง จันทรวงศา. (2558). การสนับสนุนทางสังคม ความเหมาะสมกันระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม และความผูกพันในงาน กรณีศึกษาพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บนสายการบินแห่งหนึ่ง [วิทยานิพนธมหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วัชรินทร์ กระแสสัตย์, วรรณี เดียวอิศเรศ, และจินตนา วัชรสินธุ์. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่าง ประเพณีครอบครัว ความผูกพันในครอบครัวกับความเข้มแข็งทางใจของวัยรุ่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.

รัศมน กัลยาศิริ, และสกล ศรีสุขล้อม. (2563). แคนนาบิสกับโรคจิตเวช : ปัจจัยเสี่ยงและประโยชน์ทางการแพทย์. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 28(4), 360-374.

วิชัย โชควิวัฒน. (2562). กัญชา กัญชา เป็นยาวิเศษ จริงหรือ. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 17(2), 324-340.

วิลาวัณย์ สายสุวรรณ, พัชรินทร์ นินทจันทร์, โสภิณ แสงอ่อน, และนันทิยา เอกอธิคมกิจ. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการทำหน้าที่ของครอบครัว ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหรือสังคม และการรับรู้ความเครียด กับความแข็งแกร่งในชีวิตของวัยรุ่นกลุ่มด้อยโอกาสไทยในจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 34(1), 61-85.

วิไลลักษณ์ ลังกา, และศุภวรรณ สัจจพิบูล. (2567). การสำรวจพฤติกรรมการใช้กัญชาและสารเสพติดชนิดอื่นการเข้าถึงความรู้และทัศนคติต่อกัญชาในนักเรียนระดับมัธยมศึกษา และเยาวชนนอกสถานศึกษา. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 67, 1-290.

วิไลลักษณ์ เสรีตระกูล, สุวิมล อังควานิช, บุญรอด วุฒิศาสตร์กุล และปฬาณี ฐิติวัฒนา . (2554). ปัจจัยที่มีผลต่อความเป็นปึกแผ่นของครอบครัวตามทัศนคติของวัยรุ่น. วารสารดุษฏีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 1, 41-52.

วุฒิชัย ไชยรินคำ, พิมพ์พิสาข์ จอมศรี, มัลลิกา มาตระกูล, และสุรินทร์พร ลิขิตเสถียร. (2565). ความรอบรู้เกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ของวัยผู้ใหญ่และวัยผู้สูงอายุ ในจังหวัดเชียงราย. วารสารพยาบาลทหารบก, 23(2), 58-67.

ศราวุธ โภชนสมบัติ. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการป้องกันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดพิจิตร. วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง, 7(1), 135-156.

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2567, 29 มีนาคม). แผนงานวิจัยการประเมินสถานการณ์และจัดข้อเสนอแนะเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมจากกัญชา และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง. สัมมนาสาธารณะเรื่องกัญชาไทยจะไปทางไหน. https://tdri.or.th/wp-content/uploads/ 2024/05/Presentation_Cannabis.pdf

สุรสิงห์ สมบัติ สุรนาถวัชวงศ์, นงค์นุช แน่นอุดร, ภาสิต ศิริเทศ, มนเทียร วงศ์เทียนหลาย, ชานนท์ ชูศรีวัน, Chankomadararithysak Duch, และอนันต์ จรรยาดี. (2567). กัญชากับวัยรุ่น. บูรพาเวชสาร, 11(1), 115-127.

สมถวิล วิจิตรวรรณา. (2565). สถิติความสัมพันธ์: เลือกใช้อย่างไร.วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 8(2), 1-15.

สุพัสรี คำมูล, และสมจิต แดนสีแก้ว. (2562). ผลการวิเคราะห์แนวทางการป้องกันการใช้กัญชาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 37(3), 134-143.

เสาวลักษณ์ สาบุตร. (2560). ปัจจัยจำแนกประเภทนักเรียนที่เข้าศึกษาต่อสายอาชีพและสายสามัญในจังหวัดมหาสารคาม [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัย ราชภัฏมหาสารคาม.

อรพรรณ วรยาน, นิสากร กรุงไกรเพชร, และสุวรรณา จันทร์ประเสริฐ. (2563). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถนะแห่งตนต่อผลลัพธ์ทางสุขภาพและพฤติกรรมตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนประถมศึกษา. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(1), 123-244.

Bandura A. (1977). Self-efficacy: toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84:191-215.

Fosco, G. M., & Lydon-Staley, D. M. (2020). Implications of family cohesion and conflict for adolescent mood and well-being examining within-and between-family processes on a daily timescale. Family Process, 59(4), 1672-1689.

Grotberg, E. (1997). The International Resilience Project: Findings from the Research and the Effectiveness of Interventions. In B. Bain et al. (Eds) Psychology and Education in the 2lat Century: Proceedings of the 54th Annual Convention. International Council of Psychologists. Edmonton: ICP Press 118-128.

Grotberg, E. H. (2003). Resilience for today: Gaining strength from adversities. Connecticut: Praeger Publishers.

Olson, D. H., Russell, C. S., & Sprenkle, D. H. (1983). Circumplex model of marital and family systems: VI. Theoretical update. Family process, 22(1), 69-83.

Resnick, M.D., Harris, K.M., & Blum, R.W. (1997). The impact of caring and connectedness on Review of the infant-Mother. Relationship Child Department, 40, 969-1025.

Young, R. M. et al., (2012). Development and validation of the Cannabis Refusal Self-Efficacy Questionnaire (CRSEQ) in adult cannabis users in treatment. Drug and Alcohol Dependence, 125, 244-251.

Zimet G. D., Dahlem N. W., Zimet S. G., & Farley G. K. (1988). The multidimensional scale of perceivedsocial support. Journal of Personality Assessment, 52(1), 30-41.