ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจต่อความเข้มแข็งทางจิตใจในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
วิธีการศึกษา : การวิจัยกึ่งทดลองชนิดสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 30 คน คัดเลือกจากผู้ที่มีคะแนนประเมินความเข้มแข็งทางจิตใจต่ำสุด 10 ลำดับแรกในแต่ละชั้นเรียน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง (n = 15) และกลุ่มควบคุม (n = 15) กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจสัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวม 8 สัปดาห์ (8 ครั้ง) ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับกิจกรรมแนะแนวตามปกติของโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ และแบบประเมินความเข้มแข็งทางจิตใจซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ paired t-test และ independent t-test
ผลการศึกษา : หลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มทดลองมีคะแนนความเข้มแข็งทางจิตใจสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 6.12, p < .001, Cohen's d = 1.58, 95% CI [0.82, 2.34]) และมีคะแนนความเข้มแข็งทางจิตใจสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 6.08, p < .001, Cohen's d = 2.22, 95% CI [1.30, 3.14]) สะท้อนขนาดอิทธิพลระดับสูงมากทั้งสองการเปรียบเทียบ
สรุป : โปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจสามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นได้อย่างมีประสิทธิผล สถานศึกษาและหน่วยงานด้านสุขภาพจิตสามารถนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของวัยรุ่นได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์แล้ว เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมพยาบาลจิตเวชแห่งประเทศไทย
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (8 ตุลาคม 2564). กรมสุขภาพจิต เผยเด็กไทยหลังโควิดระบาด ทำเครียดสูง เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย. https://www.dailynews.co.th/news/354763/
เกณิกา จิรัชยาพร, และทิพย์ภา เชษฐ์เชาวลิต. (2558). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจของวัยรุ่นตอนต้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลา. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 29(3), 113-125.
ชุติมา จิรัฐิเกรียงไกร, นพพร ว่องสิริมาศ, วารีรัตน์ ถาน้อย, และสุภาภัค เภตราสุวรรณ. (2564). ปัจจัยทำนายสุขภาวะทางจิตใจในวัยรุ่นตอนปลาย. วารสารพยาบาลศาสตร์, 39(2), 77-89.
พรทิพย์ ช่วยเพล, และอภิษฎาข์ ศรีเครือดง. (2562). ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวกับสุขภาพจิตของวัยรุ่นไทย. วารสารศิลปะศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ, 1(3), 207-220.
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. (31 ตุลาคม 2518). พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต. https://www.pptvhd36.com/news/ไลฟ์สไตล์/36850
พัชรินทร์ นินทจันทร์. (2558). ความแข็งแกร่งในชีวิต: แนวคิด การประเมิน และการประยุกต์ใช้. จุดทอง.
วิลาวัณย์ สายสุวรรณ, พัชรินทร์ นินทจันทร์, โสภิณ แสงอ่อน, และ นันทิยา เอกอธิคมกิจ. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการทำหน้าที่ของครอบครัว ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหรือสังคม และการรับรู้ความเครียดกับความแข็งแกร่งในชีวิตของวัยรุ่นกลุ่มด้อยโอกาสไทยในจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 34(1), 61-85.
วิลาสินี สุราวรรณ์. (2564). ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 66(4), 403-416.
สายสมร เฉลยกิตติ, ศิริพร พูลรักษ์, ชฎาภา ประเสริฐทรง, ฤดี ปุงบางกะดี่, พัชราภัณฑ์ ไชยสังข์, เสาวนีย์ ทวีวานิชย์, และธีระชล สาตสิน. (2564). ผลของโปรแกรมทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกต่อการเลิกบุหรี่ของทหารกองประจำการ. วารสารพยาบาลตำรวจ, 13(1), 190-198.
สุกัญญา สุรังษี, ลัดดา เหลืองรัตนมาศ, และ สรวงทิพย์ ภู่กฤษณา. (2562). การพัฒนาโปรแกรมการฝึกทักษะชีวิตเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในชีวิตสำหรับนักศึกษาพยาบาล. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 29(3), 194-204.
สุธา โพธิ์ทอง, ภรภัทร เฮงอุดมทรัพย์, วรรณี เดียวอิศเรศ, และ เวทิส ประทุมศรี. (2562). ผลของโปรแกรมเสริมสร้างปัจจัยปกป้องด้านบุคคลต่อความเข้มแข็งทางใจของผู้ต้องขังหญิงเรือนจำพิเศษพัทยา. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 33(3), 14-29.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2561). การสำรวจสภาวะทางสังคม วัฒนธรรมและสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย พ.ศ. 2561. สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
อรัญญา อินสอน, พัชรินทร์ นินทจันทร์, โสภิณ แสงอ่อน, และ นันทิยา เอกอธิคมกิจ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างความแข็งแกร่งในชีวิตและความผูกพันใกล้ชิดกับเพื่อนกับพฤติกรรมการรังแกกันในวัยรุ่นด้อยโอกาส. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 35(2), 49-72.
Davidson, R. J., & McEwen, B. S. (2012). Social influences on neuroplasticity: Stress and interventions to promote well-being. Nature Neuroscience, 15(5), 689-695.
Dyer, J. G., & McGuinness, T. M. (1996). Resilience: Analysis of the concept. Archives of Psychiatric Nursing, 10(5), 276-282.
Erikson, E. H. (1968). Identity: Youth and crisis. W. W. Norton & Company.
Grotberg, E. H. (1995). A guide to promoting resilience in children: Strengthening the human spirit. Bernard van Leer Foundation.
Heinrichs, M., von Dawans, B., & Domes, G. (2009). Oxytocin, vasopressin, and human social behaviour. Frontiers in Neuroendocrinology, 30(4), 548-557.
Julious, S. A. (2005). Sample size of 12 per group rule of thumb for a pilot study. Pharmaceutical Statistics, 4(4), 287-291.
Masten, A. S. (2001). Ordinary magic. Resilience processes in development. The American psychologist, 56(3), 227-238.
McEwen, B. S. (2017). Neurobiological and systemic effects of chronic stress. Chronic Stress, 1, 1–11.
Mezirow, J. (1997). Transformative learning: Theory to practice. New Directions for Adult and Continuing Education, 74, 5-12.
Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. Free Press.
UNICEF. (October 2021). The state of the world's children 2021. On my mind: Promoting, protecting and caring for children's mental health. https://www.unicef.org/reports/ state-worlds-children-2021
Wagnild, G. M., & Young, H. M. (1993). Development and psychometric evaluation of the Resilience Scale. Journal of Nursing Measurement, 1(2), 165-178.