ผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ต่อพฤติกรรมการป้องกันตนเอง จากฝุ่น PM2.5 ในผู้สูงอายุตอนต้น ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ
คำสำคัญ:
โปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม, ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม, พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5, ฝุ่น PM2.5, ผู้สูงอายุตอนต้นบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมต่อพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 ในผู้สูงอายุตอนต้น ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ คำนวณขนาดตัวอย่างด้วยสูตรเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยประชากร 2 กลุ่มที่ไม่อิสระต่อกัน ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 22 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 ได้ค่า IOC เท่ากับ 0.76 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมานด้วย Paired sample t-test กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05
ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุตอนต้น ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 86.36 มีอายุระหว่าง 60-69 ปี จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ร้อยละ 50 ภายหลังได้รับโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ผู้สูงอายุตอนต้นมีความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.001) ดังนั้น โปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิผลในการส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 ในผู้สูงอายุตอนต้น จึงควรดำเนินการเสริมสร้างความรอบรู้นี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพและลดความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5 ในกลุ่มผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; 2567.
กรมควบคุมมลพิษ. รายงานสรุปข้อมูลคุณภาพอากาศ [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2568 มีนาคม 18]. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/FpzqB
กรมควบคุมมลพิษ. สถานการณ์และการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงของประเทศไทย ปี 2565. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; 2566.
IQAir AirVisual. รายงานสถานการณ์คุณภาพโลก พ.ศ. 2568 [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2567 ธันวาคม 27]. เข้าถึงได้จาก: https://www.iqair.com/th/
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ. เช็คฝุ่น ระบบติดตาม PM2.5 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2568 มกราคม 2]. เข้าถึงได้จาก: https://pm25.gistda.or.th
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ การป่วยด้วยโรคจากมลพิษทางอากาศ [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2568 มกราคม 20]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-subcatalog/9c647c1f31ac73f4396c2cf987e7448a
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). ฝุ่น PM2.5 เป็นสารก่อมะเร็ง เสี่ยงเสียชีวิตสูงตายปีละ 7 หมื่นคน [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.); 2565 [เข้าถึงเมื่อ 2568 มีนาคม 12]. เข้าถึงได้จาก: https://shorturl.asia/lGh1R
กุลวดี โรจน์ไพศาลกิจ. ความสัมพันธ์ของกิจกรรมทางกายกับสุขภาวะทางจิต สังคม และจิตวิญญาณของผู้สูงอายุสามกลุ่มวัย. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า 2559;33(4):300-13.
จรินทร โคตพรม, ณฐมน โจมแพง, ประภากร ศรีสง่า, ณัติยา พรหมสาขา ณ สกลนคร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ของผู้สูงอายุในพื้นที่มลพิษข้ามแดน. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล 2567;40(3):35-45.
ศรีเสาวลักษณ์ อุ่นพรมมี, ขนิษฐา ดีเริ่ม, ยุพาพร หอมสมบัติ. ความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุจังหวัดนครราชสีมา. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2563;14(33):88-106.
Lyons S, Nolan A, Carthy P, Griffin M, O'Connell B. Long-term exposure to PM2.5 air pollution and mental health: a retrospective cohort study in Ireland. Environ Health. 2024 Jun 10;23(1):54. doi: 10.1186/s12940-024-01093-z.
ปราติหาร์ย มีคุณ, อุ่นเรือน เล็กน้อย. หมอกควัน: ความเปราะบางและผลกระทบทางสังคมในระดับครัวเรือน. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ 2564;10(1):78-91.
Nutbeam D. The evolving concept of health literacy. Soc Sci Med. 2008 Dec;67(12):2072-8. doi: 10.1016/j.socscimed.2008.09.050.
สรวิชญ์ สิทธิยศ. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสื่อสารสุขภาพเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกัน PM2.5 ของกลุ่มเยาวชนในช่วงปัญหาหมอกควันรุนแรง: กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านภูเงิน ตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา [การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา; 2565.
หัทยา มาลัยเจริญ, ธานินทร์ สุธีประเสริฐ, ธนิฏฐา ทองนาค, วัชรินทร์ โกมลมาลัย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของประชาชนตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม. 2565;2(3):82-97.
อรรณพ จงเจริญ. ประสิทธิผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา 2567.12(3):15-28.
อภิชา น้อมศิริ, วิศรี วายุรกุล, อลิสสา รัตนตะวัน. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรด้านความเชื่อของบุคคลกับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เสี่ยง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;9(6):307-17.
Kim HJ, Moon N, Heo SJ, Kwark MJ. Effects of Environmental Health Literacy-Based Interventions on indoor air quality and urinary concentrations of polycyclic aromatic hydrocarbons, volatile organic compounds, and cotinine: A randomized controlled trial. Atmospheric Pollution Research 2024;15(1):1-9.
ลพานุ บุญเกิด, อมราพร สรุการ. ผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 ในนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา. 2567;16(2):92-117.
มัตติกา ยงอยู่. ความรอบรู้ในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในเขตสุขภาพที่ 5 [อินเทอร์เน็ต]. ราชบุรี: ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 2568 กุมภาพันธ์ 9]. เข้าถึงได้จาก: https://hpc5.go.th/rcenter/_fulltext/20221223153805_4419/20230106143602_3102.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9