ผลการฝึกกิจกรรมแบบเฉพาะเจาะจงแบบเป็นวงจร (Task-oriented Circuit Training) ต่อความสามารถด้านการทรงตัว และการเดินในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก
คำสำคัญ:
การฝึกกิจกรรมแบบเฉพาะเจาะจง, การฝึกแบบเป็นวงจร, การทรงตัว, การเดิน, ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกบทคัดย่อ
บทนำและวัตถุประสงค์: ความบกพร่องด้านการทรงตัวเป็นปัญหาสำคัญในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม การฝึกกิจกรรมแบบเฉพาะเจาะจงแบบเป็นวงจร (Task-oriented circuit training) เป็นแนวทางฟื้นฟูที่เน้นการฝึกซ้ำในกิจกรรมที่ใกล้เคียงกับชีวิตประจำวัน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของการฝึกดังกล่าวต่อความสามารถด้านการทรงตัว การเดิน และการดำเนินกิจวัตรประจำวันในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก
วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่ม (Randomized controlled trial) ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 32 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 16 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรม Task-oriented circuit training ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการฝึกกายภาพบำบัดแบบมาตรฐาน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ ประเมินผลก่อนและหลังการทดลองด้วย Berg Balance Scale (BBS), การทดสอบ 10-Meter Walk Test (10MWT) และ Barthel Index วิเคราะห์ข้อมูลโดยปรับค่าพื้นฐานก่อนการทดลอง
ผลการศึกษา: หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนน BBS สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Mean difference=7.34 คะแนน; 95%CI: 4.50-10.18; p<0.001) ความเร็วในการเดินจาก 10MWT ดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (Median difference=0.045 m/s; 95%CI: 0.006-0.083; p=0.024) และคะแนน Barthel Index สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (Mean difference=2.89 คะแนน; 95%CI: 1.94-3.83; p<0.001)
สรุป: การฝึกกิจกรรมแบบเฉพาะเจาะจงแบบเป็นวงจรมีประสิทธิผลในการพัฒนาความสามารถด้านการทรงตัว การเดิน และการดำเนินกิจวัตรประจำวันในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้
ในงานฟื้นฟูทางคลินิกได้
เอกสารอ้างอิง
กุสุมา สุวรรณบูรณ์. การพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน จังหวัดชุมพร. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. 2561;14(3):3-15.
ศรารินทร์ พิทธยะพงษ์. สถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรคการดูแลผู้ป่วยหลังการเกิดโรคหลอดเลือดสมองระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลสู่บ้าน. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย. 2561;11(2):26-39.
ปิยาภรณ์ หอมกลิ่น. ประสิทธิผลของการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกึ่งเฉียบพลัน ในหน่วยงานกายภาพบำบัด กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู. Mahidol R2R e-Journal. 2564;8(3):74-82.
ภาพวิจิตร เสียงเสนาะ, เฟื่องฟ้า ขอบคุณ. การทบทวนวรรณกรรม: การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในด้านการเดิน การทรงตัว การใช้งานแขนและมือด้วยการฝึกแบบเฉพาะเจาะจง. J Thai Stroke Soc. 2565;21(2):26-43.
Bandura A. Self-efficacy: The exercise of control. New York, NY, US: W H Freeman/Times Books/Henry Holt & Co; 1997.
Flansbjer UB, Holmbäck AM, Downham D, Patten C, Lexell J. Reliability of gait performance tests in men and women with hemiparesis after stroke. J Rehabil Med. 2005 Mar;37(2):75-82. doi: 10.1080/16501970410017215.
เก้ากานดา เฮงบำรุง. ผลการฝึกการทรงตัวแบบดั้งเดิมและการฝึกการทรงตัว โดยใช้ Visual Biofeedback ต่อความสามารถด้านการทรงตัว ในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. 2567;18(2):563-75.
Jonsdottir J, Cattaneo D. Reliability and validity of the dynamic gait index in persons with chronic stroke. Arch Phys Med Rehabil. 2007 Nov;88(11):1410-5. doi: 10.1016/j.apmr.2007.08.109.
Sulter G, Steen C, De Keyser J. Use of the Barthel index and modified Rankin scale in acute stroke trials. Stroke. 1999 Aug;30(8):1538-41. doi: 10.1161/01.str.30.8.1538.
Yang YR, Wang RY, Lin KH, Chu MY, Chan RC. Task-oriented progressive resistance strength training improves muscle strength and functional performance in individuals with stroke. Clin Rehabil. 2006 Oct;20(10):860-70. doi: 10.1177/0269215506070701.
Lee MH, Lee DY. Effects of Task-Oriented Training on Gait Outcomes and Balance in Individuals with Stroke: A Systematic Review and Meta-Analysis of Randomized Controlled Trials. J Clin Med. 2025 Dec 11;14(24):8766. doi: 10.3390/jcm14248766.
Kim K, Jung SI, Lee DK. Effects of task-oriented circuit training on balance and gait ability in subacute stroke patients: a randomized controlled trial. J Phys Ther Sci. 2017 Jun;29(6):989-992. doi: 10.1589/jpts.29.989.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9