ผลของโปรแกรมชะลอไตเสื่อมต่อความรู้และผลลัพธ์ทางคลินิก ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และความดันโลหิตสูงที่มีโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ในโรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

ผู้แต่ง

  • นันทนา ชัยภักดี, พ.บ. กลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ
  • สุภาพ แจ้งคำ, พย.บ. กลุ่มงานการพยาบาล โรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

คำสำคัญ:

โปรแกรมชะลอไตเสื่อม, โรคไตเรื้อรัง, ความรู้เรื่องการดูแลตนเอง

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดผลก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมชะลอไตเสื่อมต่อความรู้และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และความดันโลหิตสูงที่มีโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงกันยายน 2568 กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และความดันโลหิตสูงที่มีโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ในโรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 260 คน ซึ่งถูกสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วยแบบประเมินความรู้เรื่องการดูแลตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อม และการประเมินผลลัพธ์ทางคลินิก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการทดสอบ Paired t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05

ผลการศึกษาพบว่า หลังได้รับโปรแกรมชะลอไตเสื่อม กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เรื่องการดูแลตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และผลลัพธ์ทางคลินิก เช่น Systolic blood pressure, Diastolic blood pressure และ Hemoglobin A1c ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เมื่อวิเคราะห์การทำงานของไตด้วยค่า Serum creatinine และ estimated Glomerular filtration rate พบว่า หลังได้รับโปรแกรมชะลอไตเสื่อม กลุ่มตัวอย่างมีระดับ Serum creatinine และ estimated Glomerular filtration rate ไม่แตกต่างกับก่อนได้รับโปรแกรมชะลอไตเสื่อม

ผลการศึกษานี้บ่งชี้ว่า โปรแกรมชะลอไตเสื่อมมีประสิทธิผลในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง เนื่องจากสามารถชะลอความเสื่อมของไตลงได้ และยังสามารถลดระดับน้ำตาลสะสมในเลือด ลดความดันโลหิตในเลือดได้ ดังนั้นควรนำโปรแกรมดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

ประวัติผู้แต่ง

นันทนา ชัยภักดี, พ.บ., กลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ

สุภาพ แจ้งคำ, พย.บ., กลุ่มงานการพยาบาล โรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

เอกสารอ้างอิง

ณัฐธิวรรณ พันธ์มุง, หทัยชนก ไชยวรรณ, อลิสรา อยู่เลิศลบ, ขนิษฐา ศรีสวัสดิ์, บรรณาธิการ. คู่มือการจัดการโรคไตเรื้อรัง (CKD) สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.). นนทบุรี: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์; ม.ป.ป.

กมลทิพย์ วิจิตรสุนทรกุล, บรรณาธิการ. ระบาดวิทยาและการทบทวนมาตรการป้องกันโรคไตเรื้อรัง. นนทบุรี: กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2567.

ไทยโพสต์. รุกตรวจคนไทย 7.2 ล้านคนหาความเสี่ยงโรคไต หลังติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ธันวาคม 12]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaipost.net/news-update/884104/

กลุ่มงานการพยาบาล โรงพยาบาลหนองบัวแดง. ข้อมูลโรคไตเรื้อรังประจำปี 2565-2568 [เอกสารอัดสำเนา]. ชัยภูมิ: โรงพยาบาลหนองบัวแดง; 2568.

ธัญญารัตน์ ธีรพรเลิศรัฐ, บรรณาธิการ. ความรู้เรื่องโรคไตสำหรับประชาชน. นนทบุรี: เฮลธ์ เวิร์ค จำกัด; 2556.

นิพิฐพนธ์ สนิทเหลือ, วัชรพร สาตร์เพ็ชร์, ญาดา นภาอารักษ์. การคำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป G*POWER. วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ. 2562; 5(1): 496-507.

กัณฑพล ทับหุ่น, สุธาทิพย์ ภัทรกุลวณิชย์, อาทิมา มากผาสุก, บรรณาธิการ. คู่มือความรู้การชะลอไตเสื่อมและป้องกันโรคไตเรื้อรังสำหรับประชาชน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษณกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2568.

Bloom BS, Madaus G, Hastings JT. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971.

สุจิตรา ภักดิ์จรุง. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อการชะลอความเสื่อมของไตระยะ 3 โรงพยาบาลคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน. 2566; 8(3): 712-7.

วรรณศรี ชาญพนา, ศักดิ์นรินทร์ หลิมเจริญ, ณัฐรดา แฮคำ. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเอง ต่อความรู้ พฤติกรรมการจัดการตนเอง และอัตรากรองของไต ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะไตเรื้อรังระยะที่ 3 ถึงระยะที่ 4. วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง. 2568; 10(1): 313-32.

ชลาภัทร คำพิมาน, พัฒนชัย รัชอินทร์. ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชะลอไตเสื่อมของผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ที่มีภาวะไตเสื่อมระยะที่ 1 ถึง 3 ตำบลดงขวาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม. วารสารโรงพยาบาลนครพนม 2560; 4(2): 42-9.

จันทนี นิลพัฒน์. ผลของโปรแกรมชะลอไตเสื่อมต่อพฤติกรรมการรับรู้ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่สามคลินิกโรคไต โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสาธารณสุข. 2567; 2(1): 1-13

Lameijer A, Fokkert MJ, Edens MA, Slingerland RJ, Bilo HJG, van Dijk PR. Determinants of HbA1c reduction with FreeStyle Libre flash glucose monitoring (FLARE-NL 5). J Clin Transl Endocrinol. 2020 Dec;22:100237. doi:10.1016/j.jcte.2020.100237.

นิภา กะมะรี. ผลของโปรแกรมชะลอไตเสื่อมต่อความรู้ พฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ในโรงพยาบาลเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2568; 6(2): 231-42.

Canoy D, Nazarzadeh M, Copland E, Bidel Z, Rao S, Li Y, Rahimi K. How much lowering of blood pressure is required to prevent cardiovascular disease in patients with and without previous cardiovascular disease? Curr Cardiol Rep. 2022;24(7):851-860. doi:10.1007/s11886-022-01706-4.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

06-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ชัยภักดี น., & แจ้งคำ ส. (2026). ผลของโปรแกรมชะลอไตเสื่อมต่อความรู้และผลลัพธ์ทางคลินิก ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และความดันโลหิตสูงที่มีโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ในโรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 20(3), 1069–1081. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/280795

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย