ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความร่วมมือในการใช้ยาโดยใช้แอปพลิเคชันไลน์ ในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ โรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, ความร่วมมือในการใช้ยา, ผู้สูงอายุ, โรคความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความร่วมมือในการใช้ยาโดยใช้แอปพลิเคชันไลน์ในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อความร่วมมือในการใช้ยาพบว่า ความรู้เกี่ยวกับโรค ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และการสนับสนุนจากครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญ ผู้สูงอายุส่วนหนึ่งมีพฤติกรรมลืมรับประทานยา และขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ระยะที่ 2 พัฒนาโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ นำผลจากระยะที่ 1 มาออกแบบและพัฒนาโปรแกรม ทดสอบในกลุ่มขนาดเล็กและปรับปรุงเนื้อหา โปรแกรมประกอบด้วยระบบแจ้งเตือนการรับประทานยาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ วิดีโอให้ความรู้ และอินโฟกราฟิกเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง ระยะที่ 3 ประเมินผลโปรแกรมใช้การวิจัยกึ่งทดลอง เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 35 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมผ่านแอปพลิเคชันไลน์เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ขณะที่กลุ่มเปรียบเทียบได้รับบริการตามมาตรฐานของโรงพยาบาล ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพและความร่วมมือในการใช้ยาสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) และค่าเฉลี่ยระดับความดันโลหิตลดลงจาก 142.03/90.88 เป็น 131.23/84.06 มิลลิเมตรปรอท อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ดังนั้นโปรแกรมนี้จึงสามารถเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาและลดระดับความดันโลหิตในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถประยุกต์ และขยายผลสู่การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่นในหน่วยบริการสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. World Health Statistics 2019: Monitoring health for the SDGs, sustainable development goals [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2019 [cited 2029 MAR 3]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/
Singh S, Shankar R, Singh GP. Prevalence and Associated Risk Factors of Hypertension: A Cross-Sectional Study in Urban Varanasi. Int J Hypertens. 2017;2017:5491838. doi: 10.1155/2017/5491838.
Musini VM, Tejani AM, Bassett K, Puil L, Wright JM. Pharmacotherapy for hypertension in adults 60 years or older. Cochrane Database Syst Rev. 2019 Jun 5;6(6):CD000028. doi: 10.1002/14651858.CD000028.pub3. Update in: Cochrane Database Syst Rev. 2025 Oct 9;10:CD000028. doi: 10.1002/14651858.CD000028.pub4.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการพัฒนาและประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนไทย. นนทบุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ; 2561.
World Health Organization. Adherence to long-term therapies: Evidence for action [Internet]. Geneva: WHO; 2003 [cited 2026 MAR 3]. Available from: https://iris.who.int/handle/10665/42682
กลุ่มเทคโนโลยี ระบาดวิทยา และมาตรการชุมชน กองโรคไม่ติดต่อ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พ.ศ. 2564. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2564.
กระทรวงสาธารณสุข. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center: HDC) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 2569 มีนาคม 3]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3):607-10
Polit DF, Beck CT. Nursing Research: Principles and methods. 7th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2004.
Cohen J. Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
Bloom BS. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971.
Sabaté E, editor. Adherence to long-term therapies: Evidence for action. Geneva: World Health Organization; 2003.
วิจิตตรา หน่อแก้ว, ประจวบ แหลมหลัก, น้ำเงิน จันทรมณี. ความสัมพันธ์ของความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2565;10(1):1-20.
Czaja SJ, Loewenstein D, Schulz R, Nair SN, Perdomo D. A videophone psychosocial intervention for dementia caregivers. Am J Geriatr Psychiatry. 2013 Nov;21(11):1071-81. doi: 10.1016/j.jagp.2013.02.019.
วิมล โรมา, สายชล คล้อยเอี่ยม. รายงานการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป พ.ศ. 2562. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2562.
จิราพรรณ ไมแรส, ศิริรัตน์ ปานอุทัย, ณัฐธยาน์ สุวรรณคฤหาสน์. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้เรื่องยาและความร่วมมือในการใช้ยาในผู้สูงอายุโรคเรื้อรังหลายโรค. วารสารสถาบันบำราศนราดูร. 2565;16(2):25-36.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9