ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง ในสตรีกลุ่มวัยทำงาน อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, สตรีวัยทำงานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self-Examination: BSE) และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยทางสังคมกับการปฏิบัติ BSE ของสตรีวัยทำงาน กลุ่มตัวอย่างคือสตรีอายุ 20–59 ปี ที่อาศัยอยู่ในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 418 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ โดยมีแบบสอบถามทั้งหมด 3 ส่วน ประกอบด้วย 1) ข้อมูลคุณลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง 2) ความรอบรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านม และ 3) พฤติกรรมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองและค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพ เท่ากับ 0.84 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามพฤติกรรม เท่ากับ 0.80
ผลการวิจัยพบว่า สตรีวัยทำงานส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ คิดเป็นร้อยละ 54.3 ตรวจเป็นครั้งคราวร้อยละ 45.0 และตรวจน้อยมากเพียงร้อยละ 0.7 ปัจจัยส่วนบุคคล ที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ได้แก่ สถานภาพสมรส อาชีพและความรอบรู้ด้านสุขภาพ (p<0.05) ในขณะที่อายุ ระดับการศึกษา และประวัติครอบครัวที่เคยป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยทางสังคมและลักษณะส่วนบุคคลบางประการมีอิทธิพลต่อการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีวัยทำงาน ดังนั้น การพัฒนาโครงการส่งเสริมสุขภาพควรมุ่งเน้นการสร้างแรงสนับสนุนทางสังคมและการพัฒนาทักษะการตรวจที่ถูกต้อง เพื่อเพิ่มความสม่ำเสมอในการตรวจและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
Deng T, Zi H, Guo XP, Luo LS, Yang YL, Hou JX, et al. Global, Regional, and National Burden of Breast Cancer, 1990-2021, and Projections to 2050: A Systematic Analysis of the Global Burden of Disease Study 2021. Thorac Cancer. 2025 May;16(9):e70052. doi: 10.1111/1759-7714.70052. PMID: 40320297; PMCID: PMC12050159.
World Health Organization. Breast cancer [Internet]. Geneva: WHO; 2024 [cited 2025 Apr]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/breast-cancer
National Breast Cancer Foundation. Breast cancer facts & statistics 2026 [Internet]. [cited 2025 Apr]. Available from: https://www.nationalbreastcancer.org/breast-cancer-facts/
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในสตรีไทย ปี 2565 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2568 เม.ย.]. เข้าถึงได้จาก: https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/140366/
กระทรวงสาธารณสุข. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2568 เม.ย.]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th
Nutbeam D. Health promotion glossary. Health Promot. 1986 May;1(1):113-27. doi: 10.1093/heapro/1.1.113.
Rezaeian M, Tabasi Z, Khosravi M. The association of health literacy with breast cancer knowledge, perception and screening behavior. Asian Pac J Cancer Prev. 2018;19(8):2357–61. doi:10.22034/APJCP.2018.19.8.2357
ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี. การสำรวจความรู้และพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองของสตรีไทย อายุ 30–70 ปี ในเขตบริการสุขภาพที่ 10. อุบลราชธานี: ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี; 2562.
Nutbeam, D. Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int. 2000;15(3):25967.
Cochran WG. Sampling Techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.
ขนิษฐา แสงคำ, สุมัทนา กลางคาร, ศิรภัสร์ โคตรสีวงษ์, รุจิรา โนนสะอาด. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่บ้านเขียบ ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน. 2567;10(3):152-63.
ศิริพร จิตรเอื้อ, ฉันทนา จันทวงศ์, นิสากร กรุงไกรเพชร. ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีวัยผู้ใหญ่ตอนต้นเทศบาลเมืองขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 2560;34(1):40-53.
Jiraniramai S, Pinyopornpanish K, Wongpakaran N, Angkurawaranon C, Champion VL, Chitapanarux I, et al. Association between sociodemographic factors and health beliefs related to breast cancer screening behavior among Northern Thai women: a hospital-based study. Sci Rep. 2024 Mar 31;14(1):7596. doi: 10.1038/s41598-024-58155-y.
Taneepanichskul S, Chuemchit M, Wongsasuluk P, Sirichokchatchawan W, Hounnaklang N, Zongram O, et al. Practice, confidence and continuity of breast self-examination among women in Thailand during COVID-19 pandemic: a cross-sectional study. BMJ Open. 2023 Aug 1;13(8):e071306. doi: 10.1136/bmjopen-2022-071306.
Polit DF, Beck CT. Nursing Research: Generating and Assessing Evidence for Nursing Practice. 11th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer; 2021.
Suwankhong D, Liamputtong P. Breast cancer awareness among southern Thai women. Asian Pac J Cancer Prev. 2020;21(1):273-9.
Promthet S, Pientong C, Ekalaksananan T, Moore MA, Sripa B, Pisani P, et al. Factors associated with breast self-examination among Thai women living in rural areas in Northeastern Thailand. Asian Pac J Cancer Prev. 2010;11(5):1187-91.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9