ปัจจัยที่มีผลต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ในหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลมหาสารคาม
คำสำคัญ:
ปัจจัย, อัตราการมาฝากครรภ์, การฝากครรภ์ครั้งแรกหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์และอัตราการมาฝากครรภ์ครั้งแรกหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ในหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่าง คือ หญิงตั้งครรภ์อายุ 18 ปีขึ้นไปที่มาฝากครรภ์ครั้งแรกที่โรงพยาบาลมหาสารคามในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 จำนวน 145 ราย โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ และการมาฝากครรภ์ครั้งแรกหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ด้วยสถิติ Chi-square test หากละเมิดเงื่อนไขใช้สถิติ Fisher’s exact test ในการทดสอบ และและวิเคราะห์หลายตัวแปรโดยใช้สถิติ Logistic regression กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ p-value<0.05 การศึกษาพบว่า อัตราการมาฝากครรภ์ครั้งแรกหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ในหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลมหาสารคาม เท่ากับร้อยละ 20.00 และปัจจัยที่มีผลต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ คือ ความเพียงพอของรายได้และรายจ่ายของครอบครัวต่อเดือน (aOR 0.063, 95%CI 0.009-0.442, p=0.005) ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปต่อยอดการศึกษาเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ลึกขึ้น และทำโครงการเพื่อส่งเสริมการมาฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ต่อไป
เอกสารอ้างอิง
UNICEF. Antenatal care [Online]. 2024 [cited 2026 May 24]. Available from: https://data.unicef.org/topic/maternal-health/antenatal-care/
World Health Organization. WHO recommendations on antenatal care for a positive pregnancy experience. Geneva: World Health Organization [Online]. 2016 [cited 2026 May 24]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789241549912
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ร้อยละหญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ครั้งแรกก่อนหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 2569 พฤษภาคม 24]. เข้าถึงได้จาก: https://dashboard.anamai.moph.go.th/dashboard/anc12/index?year=2025
สุวิมล สุรินทรัพย์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมาฝากครรภ์ล่าช้าของหญิงตั้งครรภ์พื้นที่โซนตะวันชิงพลบ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน [วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการการสร้างเสริมสุขภาพ]. ปทุมธานี: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2559.
ฉัตรกมล พีรปัญญาวรานันท์. การได้รับการฝากครรภ์ที่มีคุณภาพของสตรีตั้งครรภ์ในประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประชากรศาสตร์]. กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2562.
Puthussery S, Tseng P, Sharma E, Harden A, Leah L. Late antenatal care initiation and neonatal outcomes in an ethnically diverse maternal cohort. Eur J Public Health. 2022 Oct 25;32(Suppl 3):ckac130.243. doi: 10.1093/eurpub/ckac130.243.
อังคณา สูงส่งเกียรติ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการฝากครรภ์ล่าช้าในหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการ ณ ศูนย์แพทย์ชุมชนโรงพยาบาลกระบี่. วารสารกระบี่เวชสาร 2561;1(2):13-23.
หทัยรัตน์ รังสรรค์สฤษดิ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการมาฝากครรภ์ล่าช้ากว่า 12 สัปดาห์ของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ครั้งแรกในสถานบริการของรัฐเขตอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น 2563;1(3):12-25.
Boka A, Alemu M, Gela D. Delayed antenatal care and associated factors among pregnant women attending health facilities in Addis Ababa, Ethiopia. African Journal of Midwifery and Women's Health 2023;17(3):1-11.
Ebonwu J, Mumbauer A, Uys M, Wainberg ML, Medina-Marino A. Determinants of late antenatal care presentation in rural and peri-urban communities in South Africa: A cross-sectional study. PLoS One. 2018 Mar 8;13(3):e0191903. doi: 10.1371/journal.pone.0191903.
Sema A, Alemayehu T, Belay Y, Desalew A, Tekle Y, Roba KT. Late initiation of antenatal care and its associated factors among pregnant women in dire Dawa, Eastern Ethiopia. East Afr J Public Health 2020;4:47-58.
มุกดา สนจีน, อังสินี กันสุขเจริญ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการฝากครรภ์ครั้งแรกไม่ครบตามเกณฑ์ของหญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอดบุตรที่โรงพยาบาลแก่งกระจาน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี 2565;5(3):39-52.
มรกต สุวรรณวนิช. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการฝากครรภ์ไม่ครบตามเกณฑ์ของหญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอดบุตรที่โรงพยาบาลราชบุรี. วารสารแพทย์เขต 4-5. 2563;39(4):648-54.
พงษ์ศักดิ์ จันทร์งาม, อทิตยา สุวรรณสาร. ปัจจัยที่มีผลต่อการเข้ารับการฝากครรภ์ครั้งแรกล่าช้าของหญิงตั้งครรภ์โรงพยาบาลชุมแพ. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย 2565;12(2):373-88.
Tolossa T, Turi E, Fetensa G, Fekadu G, Kebede F. Association between pregnancy intention and late initiation of antenatal care among pregnant women in Ethiopia: a systematic review and meta-analysis. Syst Rev. 2020 Aug 20;9(1):191. doi: 10.1186/s13643-020-01449-9.
Best JW. Research in education. 3rd ed. New York:Prentice-Hall; 1977.
Thomson RM, Igelström E, Purba AK, Shimonovich M, Thomson H, McCartney G, Reeves A, Leyland A, Pearce A, Katikireddi SV. How do income changes impact on mental health and wellbeing for working-age adults? A systematic review and meta-analysis. Lancet Public Health. 2022 Jun;7(6):e515-e528. doi: 10.1016/S2468-2667(22)00058-5.
Aday LA, Andersen R. A framework for the study of access to medical care. Health Serv Res. 1974 Fall;9(3):208-20.
พิมลพรรณ ต่างวิวัฒน์, ฐิติภรณ์ ตวงรัตนานนท์, จุฬาวรรณ เขมทอง. การวิเคราะห์สถานการณ์แนวทางการฝากครรภ์ประเทศไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2565;31(5):809-25.
จันทรรัตน์ เจริญสันติ. การพยาบาลและการผดุงครรภ์:สตรีในระยะตั้งครรภ์. พิมพ์ครั้งที่ 3. เชียงใหม่: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2565.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9