ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • กานต์ธีรา ประกอบกิจ นักวิชาการสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองโดน อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
  • เรืองลดา ธนูชัย นักวิชาการสาธารณสุข โรงพยาบาลรัตนบุรี อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์
  • นภาพร ห่วงสุขสกุล อาจารย์ สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

คำสำคัญ:

วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก, มะเร็งปากมดลูก, นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับวัคซีน ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดอุบลราชธานี ศึกษาโดยมีทฤษฎี Health Belief Model (HBM) และ Social Support เป็นกรอบแนวคิดหลัก โดยกลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพศหญิง ในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 322 คน เลือกวิธีการสุ่มตัวอย่างโดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยสถิติ Chi-square ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05

ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 16 17 ปี และกำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการประเมินความรู้ความเข้าใจ พบว่าภาพรวมของระดับความรู้อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 71.7 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)=14.2 ในด้านความเชื่อเกี่ยวกับสุขภาพ พบว่าภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (equation=3.32 SD=0.105) สำหรับแรงสนับสนุนทางสังคมพบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (equation= 3.43 SD=0.095) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ และการรับรู้ถึงประโยชน์ของวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจเข้ารับวัคซีน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (χ²=19.236, p<0.05) จากการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดอุบลราชธานี สามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนางานให้บริการวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการและเป็นแนวทางและประโยชน์กับผู้ที่กำหนดนโยบาย เพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาการให้บริการวัคซีนในกลุ่มเป้าหมาย

เอกสารอ้างอิง

สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. มะเร็งปากมดลูก [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2567 สิงหาคม 18]. เข้าถึงได้จาก: https://pr.moph.go.th

เทพอุทิศ กั้วสิทธิ์, เทพลักษ์ ศิริธนะวุฒิชัย, อุมาภรณ์ กั้วสิทธิ์, ดวงธิดา ช่างย้อม. ผลการตรวจคัดกรองและความชุกของมะเร็งปากมดลูกของสตรีที่มารับการตรวจในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2566;20(2):116-25.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. มะเร็ง [อินเตอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 2567 กันยายน 18]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nice.go.th

โรงพยาบาลอุบลราชธานี. สถิติโรคมะเร็ง [อินเตอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 2567 ตุลาคม 20]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nice.go.th

World Health Organization. WHO updates recommendations on HPV vaccination schedule [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2022 Dec 20 [cited 2026 Aug 19]. Available from: https://www.who.int/news/item/20-12-2022-WHO-updates-recommendations-on-hpv-vaccination-schedule

พรทิพย์ ชีวะพัฒน์, กฤษณา พูลเพิ่ม. วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก: สถานการณ์ปัจจุบันและบทบาทพยาบาล. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย. 2563;13(1):39-49.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์การดำเนินงานให้วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV ตามนโยบายเร่งรัดการให้วัคซีน HPV 1 ล้านโดสภายใน 100 วัน. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2566.

Becker MH. The health belief model and sick role behavior. Health Educ Monogr. 1974;2(4):409-19. doi:10.1177/109019817400200407.

สิทธิศักดิ์ เครือพิมาย, พรศิริ พันธสี. วัคซีนป้องกันเชื้อ HPV: บทบาทพยาบาลในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคมะเร็งจากเชื้อ HPV. วารสาร มฉก.วิชาการ. 2562;23(1):132-45.

Rosenstock IM. Historical Origins of the Health Belief Model. Health Educ Monogr. 1974;2(4):328-35.

Cobb S. Social support as a moderator of life stress. Psychosom Med. 1976;38(5):300-14.

Yamane T. Statistics: An introductory analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row; 1973.

Bloom BS. Learning for mastery. Los Angeles: University of California, Center for the Study of Evaluation of Instructional Programs; 1968.

อารยา สังบัวแก้ว, อัครวรรธ จิตเย็น, พิมพ์ประไพ แก้วเขียว. ผลของโปรแกรมส่งเสริมแรงจูงใจต่อการรับรู้การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกของสตรีที่มีผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกผิดปกติ. ลำปาง: โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2567.

Best JW. Research in education. 4th ed. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1981.

Cited in: เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์. ข้อคำนึงในการสร้างเครื่องมือประเภทมาตรประมาณค่า (Rating Scale) เพื่องานวิจัย [อินเทอร์เน็ต]. 2552 [เข้าถึงเมื่อ 2567 กันยายน 15]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ms.src.ku.ac.th/schedule/files/2553/Oct/1217086.doc

พลากร สืบสำราญ, ธันยาการย์ ศรีวรมาศ, ลำไพร โสภา. ความรู้และทัศนคติต่อการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้ปกครองของเด็กหญิงอายุระหว่าง 11-13 ปี ในเขตพื้นที่ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร. ใน: การประชุมวิชาการการพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน ครั้งที่ 4 ประจำปี 2557; 11-13 มิถุนายน 2557; ขอนแก่น. หน้า 478-83.

พนิดา จันทโสภีพันธ์, ณัฐวรรณ สุวรรณ, ยุพิน เพียรมงคล, จตุพล ศรีสมบูรณ์. ความรู้และพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV และมะเร็งปากมดลูกของนักศึกษาหญิง: ข้อเสนอแนะต่อการสอนเพศศึกษาและนโยบายสุขภาพ. วารสารสภาการพยาบาล. 2554;26(3):48-63.

Ratanasiripong NT, Sri-Umporn S, Kathalae D, Hanklang S, Ratanasiripong P. Human papillomavirus (HPV) vaccination and factors related to intention to obtain the vaccine among young college women in Thailand. J Health Res. 2018;32(2):142-51.

ทวิภัค หาญคำภา, รัตน์ศิริ ทาโต. ปัจจัยทำนายการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อ HPV ในนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เขตกรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลเกื้อการุณย์. 2557; 21(2):97-112

Kumar P, Ray A, Hora R, Kumari A, Singh K, Mehra R, et al. Social Determinants of Human Papillomavirus Vaccine Uptake Among Adolescent Girls in Low-Middle-Income Countries: A Systematic Review & Meta-Analysis. Inquiry. 2025 Jan-Dec;62:469580251399368. doi: 10.1177/00469580251399368.

Mullin T, Von Ah D. Factors Influencing HPV Vaccination Uptake in Adolescents: Evidence to Guide Clinical Practice. Worldviews Evid Based Nurs. 2026 Feb;23(1):e70120. doi: 10.1111/wvn.70120.

Brewer NT, Gottlieb SL, Reiter PL, McRee AL, Liddon N, Markowitz L, Smith JS. Longitudinal predictors of human papillomavirus vaccine initiation among adolescent girls in a high-risk geographic area. Sex Transm Dis. 2011 Mar;38(3):197-204. doi: 10.1097/OLQ.0b013e3181f12dbf.

Khalil GE, Fisher CL, Chi X, Hansen MD, Sanchez G, Gurka MJ, Staras SAS. The Role of Personal Social Networks in Parental Decision-Making for HPV Vaccination: Examining Support and Norms Among Florida Parents. Vaccines (Basel). 2025 Jun 21;13(7):667. doi: 10.3390/vaccines13070667.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

02-10-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ประกอบกิจ ก., ธนูชัย เ., & ห่วงสุขสกุล น. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 21(1), 319–332. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/284338

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย