Development of the Primary Health Care System in Chaloemphrakiat District after the Transferal of Sub-district Health Promoting Hospital to the Provincial Administrative Organization
Keywords:
Development of the primary health care system, Transfer of the sub-district health promoting hospital to local government organizationAbstract
The objective of this action research was to analyze current situations, development, and evaluation of Chaloempharakiat primary health care system after the transfer of the subdistrict health promoting hospital to Nakhon Ratchasima Provincial Administrative Organization (PAO). Samples were 8 executives from the district level, 20 practitioners from the district level, 20 practitioners from the subdistrict level, 50 practitioners from the community level, and 5 groups of clients totaling 75 persons. Instruments used included document analyses, in-depth interviews, focus group discussions, expert opinions, area follow-up visits, service recipient satisfaction and quality of life questionnaires. Quantitative data analysis was done using descriptive statistics
Results showed that 1) results from the context analysis of the current situation showed the overall average at a high level (=3.92, SD=0.62), the input factors at a moderate level (
=3.57, SD=0.58), process at a moderate level (
=3.64, SD=0.56) and product at a high level (
=0.65, SD=0.48). Barriers included increased works but inadequate personnel; 2) according to the system development, success factors included strong leadership, readiness for development, systematic and integrated management, partner participation and actions according to plans and goals. The developed model for the primary health care system consisted of 1 goal, 4 issues, and 15 measures; and 3) overall satisfaction was at a high level (
=4.05, SD=0.47), while the quality of life of service recipients was at a moderate level (
=3.39, SD=0.64). It was recommended that partners’ participation should be built with more communication channels.
References
กระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข). นนทบุรี : สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์สำนักงานปลัด กระทรวงสาธารณสุข; 2559.
อำพล จินดาวัฒนะ. ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปชีวิตและสังคม. สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ.กรุงเทพฯ: พิมพลักษณ์ 2555.
ศุภชัย ยาวะประภาษ, ปิยากร หวังมหาพร. นโยบายสาธารณะ ระดับท้องถิ่นไทย (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: บริษัทจุดทองจำกัด; 2555.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550. ราชกิจจานุเบกษา. (ตอนที่ 47ก). 24 สิงหาคม 2550 หน้า 115-116. กรุงเทพฯ : คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา; 2550.
สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ, บรรณาธิการ. การสาธารณสุขไทย พ.ศ. 2542-2543. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์; 2545.
ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล, สุภา เพ่งพิศ, สมชาย วิริดิรมย์กุล, นภาพร วาณิชย์กุล, สุชาดา ภัทรมงคลฤทธิ์, และคณะ. รายงานโครงการวิจัยติดตามประเมินผลนโยบายทีมหมอครอบครัว. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2559.
สมยศ ศรีจารนัย, พิชญาภัสสร์ วรรณศิริกุล ปารณัฐ สุขสุทธิ์ และคณะ. วิจัยประเมินผลการดําเนินงานตามนโยบายทีมหมอครอบครัว. กรุงเทพฯ :ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; มปป.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ : จามจุรีโปรดักท์; 2561.
Waltz CF, Strickland O, Lenz ER, Waltz CF. Measurement in Nursing and Health Research. New York: Springer; 2005.
กิตติคุณ บัวบาน. การประเมินผลโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในเครือข่ายเด็กไทยฟันดี ตำบลขะเนจื้อ อำเภอระมาด จังหวัดตาก. วารสารทันตสาธารณสุข. 2561; 23(1):12-25.
นิฤมล กมุทชาติ, สงครามชัย ลีทองดี, สุรพร ลอยหา. รูปแบบการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ตามนโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพระดับอำเภอ อำเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2558;18(3):183-93.
นฤมล บุญโสภิณ, วรางคณา จันทร์คง, ช่อทิพย์ บรมธนรัตน์. การพัฒนารูปแบบทีมหมอครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุติดบ้าน ของตำบลวังสวาบ อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2561; 12(1):172-81.
อุดม อัศวุฒมางกูร, อารยา ประเสริฐชัย, ช่อทิพย์ บรมธนะรัตน์. การประเมินผลการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดปทุมธานี. วารสารศูนย์การแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า. 2560;34(2):124-34.
ยงยุทธ พงษ์ภาพ. การจัดการเรียนเพื่อเสริมสมรรถนะการบริหารจัดการระบบสุขภาพอำเภอ (District Health System Management Learning. สมุทรสาคร : APPA Printing Group; 2557.
Stufflebeam DL. The relevance of the CIPP evaluation model for educational Accountability. Journal of Research and Development in Education. 1971;5:19-25.
สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. ทีมหมอครอบครัว (Family Care Team): ประชาชนอุ่นใจ มีญาติทั่วไทยเป็นหมอครอบครัว. กรงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2559.
ปิยะ เทพปิยะวงศ์. แนวพัฒนาการดําเนินงานทีมหมอครอบครัวและความพึงพอใจของกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการดูแลระยะยาว อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ. วารสารสุขศึกษา. 2558;38(130):17-26.
วัสนา ศรีวิชัย. การสำรวจการดำเนินงานคลินิกหมอครอบครัว ในจังหวัดตาก: ความคาดหวัง การได้รับ บริการสุขภาพ และความพึงพอใจ ของผู้ป่วย กลุ่มเป้าหมายและผู้ดูแล. บูรพาเวชสาร. 2561;5(1):64 -82.
อุดมลักษณ์ เวชชพิทักษ์, ศศิพร โลจายะ, ดุจเดือน ตั้งเสถียร. การประเมินผลการดําเนินงานคลินิกหมอครอบครัว จังหวัดปทุมธานี ปีงบประมาณ 2560. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย. 2561;8(3): 450-66.
สุพัตรา ศรีวณิชชากร, ทัศนีย์ ญาณะ, พฤกษา บุกบุญ, ปิยฉัตร ตระกูลวงษ์. ผลการสํารวจสถานการณ์การดําเนินงานและความคิดเห็นต่อนโยบายการพัฒนาทีมหมอครอบครัว. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2558.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2025 REGIONAL HEALTH PROMOTION CENTER 9 JOURNAL

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9