Effects of a Health Behavior Modification Program on Liver Fluke Disease Prevention in Risk Groups Kham Ta Kla District, Sakon Nakhon Province
Keywords:
Liver fluke prevention, Health behavior modification program, Health belief model, Liver fluke risk groupAbstract
The objectives of this two-group quasi-experimental, pre- and post-test design, applying a health belief model were to develop and evaluate a health behavior modification program for liver fluke prevention in at risk groups in Kham Ta Kla District, Sakon Nakhon Province. Samples consisted of 72 liver fluke at-risk individuals aged 40-59 years in Kham Ta Kla District Sakon Nakhon Province, divided into an experimental group and a comparison group, 36 individuals per group, using a multistage random sampling technique. Intervention was an 8-week liver fluke prevention behavior modification program for at-risk groups. Questionnaires were used to collect data. Data were analyzed using descriptive statistics, including frequencies, percentages, min, max, means, standard deviations, medians and interquartile range. Inferential statistics used were Wilcoxon signed-rank test within the experimental group and Mann-Whitney U test for between groups, with a significance level set at 0.05.
Results showed the comparison within the experimental group before and after the experiment: perceived risk opportunities (z=-4.499, p<0.001), effect size=0.75; perceived severity (z=-5.040, p<0.001), effect size=0.84; perceived benefits of disease prevention and treatments (z=-3.911, p<0.001), effect size=0.65; perceived barriers (z=-3.738, p<0.001), effect size=0.62; and disease prevention behaviors (z=-4.379, p<0.001) effect size=0.73; all were significantly different at the p=0.05 level with large effect sizes. The results from the study showed that a health behavior modification program was effective in increasing awareness and disease prevention behaviors. The program should be applied in other areas with liver fluke risk groups.
References
ศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึง เมื่อ 2568 กันยายน 25]. เข้าถึงได้จาก http://www.lfcrc.kku.ac.th
โกศล รุ่งเรืองชัย. พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 2568 สิงหาคม 14]. เข้าถึงได้จาก http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=779
วิชิต รุ่งพุทธิกุล. ปัจจัยที่มีอิทธิพลอการเกิดภาวะพังผืดรอบท่อน้ำดีในประชากร ตำบลวังทอง อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ. วารสารวิชาการ สคร. 9. 2561;24(2):36-45.
ณัฐิกา วรรณแก้ว. การจำแนกชนิดของภาพอัลตราซาวด์ตับและท่อน้ำดีจากโครงการ CASCAP ในเขต อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี ช่วงปีงบประมาณ 2557-2558. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10. 2560;15(2):5-18.
สุรพล เวียงนนท์, กฤติกา สุวรรณรุ่งเรือง, สุพจน์ คำสะอาด. มะเร็งท่อน้ำดีในจังหวัดขอนแก่น. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2555;27(ฉบับพิเศษ):326-30.
บรรจบ ศรีภา. อุบัติการณ์โรคพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดี. วารสารสำนักบริหารการวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2550;2(3):13-5.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานปองกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพสำหรับพื้นที่ ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์;2563.
โครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (CASCAP). รายงาน Primary prevention คัดกรองพยาธิใบไม้ตับด้วยการตรวจอุจจาระและปัสสาวะ. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึง เมื่อ 2567 กันยายน 22]. เข้าถึงได้จาก https://cloud.cascap.in.th/report84/main-y67
โรงพยาบาลคำตากล้า จังหวัดสกลนคร. สรุปผลการดำเนินงานประจำปี 2567. [เอกสารไม่ได้ตีพิมพ์]. สกลนคร:โรงพยาบาลคำตากล้า; 2567.
กองโรคติคต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานประจำปี 2564. กรุงเทพฯ: กองโรคติคต่อทั่วไป; 2565.
จิตรานนท์ โกสีย์รัตนาภิบาล, กิตติยา ไกรยราช. ความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับของประชากรกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดสกลนคร. วารสารโรงพยาบาลนครพนม. 2566;10(2):1-17.
อรุญ จิรวัฒน์กุล. การปรับขนาดตัวอย่างเพิ่มสำหรับผู้ไม่ตอบแบบสำรวจ.วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2553;19(5):675-6.
Rosenstock IM. The health belief model and preventive health behavior. Health Education Monographs. 1974; 2(4):354-86. doi: 10.1177/109019817400200405
Cohen J. Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
ศุภกานต กันสูง, สุคนธทิพย บัวแดง. ผลของการสร้างการมีส่วนร่วมและแรงสนับสนุนทางสังคมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกันและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับและโรคมะเร็งท่อน้ำดีของประชาชน ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ. 2566;2(3):130-44.
สมาน อารีย์. ผลของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับของประชาชนกลุ่มเสี่ยงตำบลบุสูง อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2566;8(3):417-28.
พลอยไพลิน ทับทิม, รุจิรา ดวงสงค์. ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2557;7(1):25-34.
นิภาพร ปัญญาทิพย์. ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อโรคพยาธิ ใบไม้ตับ ในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่. [วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา สาธารณสุขศาสตร์]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2564.
จุน หน่อแก้ว, นาฏนภา หีบแก้ว ปัดชาสุวรรณ, จิรายุทธ์ เชื้อตานาม, ประภาธิดา ศรีจันลา, กมลพัชร วิสุทธิภักดี, ชวัลญ์ญา รัตนพิทูลย์. ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาศักยภาพแกนนําชุมชนป้องกันโรคพยาธิใบไม้ในตับอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา. วารสารสุขศึกษา. 2565;45(2):101-15.
ปัญญาพร ชมบ้านแพ้ว, ปวีณา ลิมปิทีปรากร. ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงของประชาชน ตำบลโคกสะอาด อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิชาการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา. 2565;29(1):27-40.
เจนฐิฏสิริ ตระกูลทาเสนาะ, ศิวพร อึ้งวัฒนา, เดชา ทำดี. ผลของโปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ ของประชากรกลุ่มเสี่ยงในชุมชน. พยาบาลสารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2567;51(1):128-40.
เทพพร มังธานี. วัฒนธรรมไท-ลาวกับการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี กรณีศึกษาลุ่มน้ำสงครามตอนกลาง. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2562; 27(55):60-82.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2026 REGIONAL HEALTH PROMOTION CENTER 9 JOURNAL

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9