ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อเป้าหมายในชีวิตของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
เป้าหมายในชีวิต, นักศึกษาพยาบาล, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสํารวจครั้งนี้ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อเป้าหมายในชีวิตของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 1-4 จำนวน 264 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามเป้าหมายชีวิต แบบประเมินความเครียด แบบสอบถามสัมพันธภาพระหว่างนักศึกษากับผู้ปกครอง และแบบสอบถามสัมพันธภาพระหว่างนักศึกษากับเพื่อน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า เป้าหมายในชีวิตของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า นักศึกษาพยาบาล มีเป้าหมายในชีวิตในภาพรวมทั้ง 4 ชั้นปี อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 65.50 และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อเป้าหมายในชีวิตของนักศึกษาพยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ได้แก่ ปัจจัยด้านความเครียด (r=-0.348) ปัจจัยด้านสัมพันธภาพระหว่างนักศึกษากับผู้ปกครอง (r=0.328) และปัจจัยด้านสัมพันธภาพระหว่างนักศึกษากับเพื่อน (r=0.313) ซึ่งผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การสร้างเป้าหมายชีวิตที่มั่นคงของนักศึกษาพยาบาล มีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทางครอบครัวและเพื่อน รวมถึงการจัดการกับความเครียด การพัฒนากิจกรรมหรือโปรแกรมที่ส่งเสริมทักษะการจัดการความเครียด การเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ปกครองและเพื่อน ตลอดจนการให้คำปรึกษาเชิงบวก จึงมีความสำคัญต่อการส่งเสริมให้นักศึกษาพยาบาลสามารถกำหนดเป้าหมายในชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Burrow AL, Hill PL. Purpose as a form of identity capital for positive youth adjustment. Dev Psychol. 2011 Jul;47(4):1196-1206. doi: 10.1037/a0023818.
Lo R. A longitudinal study of perceived level of stress, coping and self-esteem of undergraduate nursing students: an Australian case study. J Adv Nurs. 2002 Jul;39(2):119-26. doi: 10.1046/j.1365-2648.2000.02251.x.
Padilla-Walker LM, Carlo G, Memmott-Elison MK. Longitudinal Change in Adolescents' Prosocial Behavior Toward Strangers, Friends, and Family. J Res Adolesc. 2018 Sep;28(3):698-710. doi: 10.1111/jora.12362.
Jose PE, Ryan N, Pryor J. Does Social Connectedness Promote a Greater Sense of Well-Being in Adolescence Over Time. Journal of Research on Adolescence. 2012;22(2):235-51. doi: 10.1111/j.1532-7795.2012.00783.x
กัญญ์สิริ จันทร์เจริญ, สุกันยา นัครามนตรี. ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคมกับทักษะชีวิตของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2559;3(2):85-99.
Parsaei R, Roohafza H, Feizi A, Sadeghi M, Sarrafzadegan N. How Different Stressors Affect Quality of Life: An Application of Multilevel Latent Class Analysis on a Large Sample of Industrial Employees. Risk Manag Healthc Policy. 2020 Aug 20;13:1261-1270. doi: 10.2147/RMHP.S256800.
Bronk KC. Purpose in life: A critical component of optimal youth development. Dordrecht: Springer; 2014.
Yamane T. Statistics: An Introductory Analysis. 2nd ed. New York: Harper and Row; 1967.
พิมพ์พนิต ภาศรี, กาญจน์สุนภัส บาลทิพย์, อังศุมา อภิชาโต, อาภรณ์ทิพย์ บัวเพ็ชร. เป้าหมายชีวิตของนักเรียนในภาคใต้. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2564;41(1):104-14.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. แบบวัดความเครียด กรมสุขภาพจิต [อินเตอร์เน็ต]. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ 2568 มิถุนายน 2]. เข้าถึงได้จาก: https://kkhos.moph.go.th/kkhos/data_office/SPST20.pdf
สุภิศา จิตต์สม, ภรภัทร เฮงอุดมทรัพย์, พิชามญชุ์ อินทะพุฒ. ปัจจัยด้านจิตสังคมที่มีอิทธิพลต่อการถูกรังแกผ่านโลกไซเบอร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล.2565;38(3):249-61.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9