การพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมพัลโมนารีผ่านทางสายสวนหัวใจ

Main Article Content

ชุติกาญจน์ ไชยเวช

บทคัดย่อ

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (congenital heart disease) เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขที่พบได้บ่อยในเด็ก หนึ่งในความผิดปกติที่สำคัญคือความผิดปกติของทางออกของหัวใจห้องล่างขวา (right ventricular outflow tract) ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักได้รับการผ่าตัดแก้ไขตั้งแต่วัยทารกหรือวัยเด็ก อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ป่วยเติบโตขึ้น อาจเกิดภาวะเสื่อมของลิ้นหัวใจพัลโมนารีหรือท่อทางออกของหัวใจห้องล่างขวาที่ใส่ทดแทนไว้ ส่งผลให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำหลายครั้ง การผ่าตัดเปิดหัวใจซ้ำมีความเสี่ยงสูง และต้องใช้เวลาพักฟื้นเป็นระยะเวลานาน ในปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจแต่กำเนิดที่มีความผิดปกติของลิ้นหัวใจพัลโมนารีด้วยวิธีการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมพัลโมนารีผ่านทางสายสวนหัวใจ (transcatheter pulmonary valve replacement: TPVR) กำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสามารถทดแทนการผ่าตัดแบบเปิดได้ในบางกรณี ลดระยะเวลาการพักฟื้น ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม TPVR เป็นหัตถการที่มีความซับซ้อนมีค่าใช้จ่ายสูงเนื่องจากลิ้นหัวใจเทียมมีมูลค่าสูงมากและยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิการรักษาขั้นพื้นฐานในประเทศไทย ทำให้การเข้าถึงการรักษามีจำกัด นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ การอุดตันของหลอดเลือด หรือภาวะเลือดออกในระหว่างหรือหลังการทำหัตถการได้ ดังนั้น พยาบาลจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ให้ครอบคลุมในทุกระยะของการรักษา ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ การเข้าถึงสิทธิการรักษา เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดระหว่างทำหัตถการ หลังทำหัตถการและให้คำแนะนำเมื่อกลับบ้าน เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุดและผู้ป่วยมีความปลอดภัย


บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมพัลโมนารีผ่านสายสวน โดยครอบคลุมบทบาทพยาบาลทั้งในระยะก่อน ระหว่าง และหลังการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ รวมถึงนำเสนอกรณีศึกษาประกอบเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติจริง โดยในระยะก่อนการทำหัตถการ พยาบาลต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้กับผู้ป่วยและครอบครัว ให้คำแนะนำอย่างชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา ผลที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ของการรักษา ความเสี่ยง รวมถึงสิทธิในการรักษา ตลอดจนการเตรียมร่างกายให้พร้อม ในระยะที่ผู้ป่วยเข้ารับการสวนหัวใจ พยาบาลมีหน้าที่ในการจัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ให้พร้อมใช้งานอย่างปลอดเชื้อ สนับสนุนทีมแพทย์ในการปฏิบัติหัตถการ รวมถึงติดตามสัญญาณชีพ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ค่าออกซิเจนในเลือด การไหลเวียนเลือดอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันและตรวจพบภาวะแทรกซ้อนได้อย่างทันท่วงที พยาบาลยังมีบทบาทสำคัญในการประสานงานดูแลร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วยในระหว่างการทำหัตถการ สำหรับระยะหลังการสวนหัวใจ พยาบาลต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน การติดตามการฟื้นตัวของผู้ป่วย การดูแลแผล การประเมินสัญญาณชีพ รวมทั้งให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับการดูแลตนเองหลังกลับบ้าน


บทความนี้นำเสนอกระบวนการพยาบาลแบบองค์รวมผ่านกรณีศึกษาผู้ป่วยเด็กหญิงโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิด pulmonary atresia ร่วมกับ ventricular septal defect ที่เคยได้รับการผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียม (right ventricle to pulmonary artery conduit: RV-PA conduit) และจำเป็นต้องเข้ารับการเปลี่ยนลิ้นหัวใจพัลโมนารีเทียมทางสายสวนเนื่องจากมีภาวะหลอดเลือดเทียมตีบระดับปานกลางส่งผลให้มีอาการเหนื่อยง่าย กระบวนการพยาบาลถูกออกแบบมาเพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุมในทุกระยะ ในระยะก่อนทำหัตถการ การพยาบาลมุ่งเน้นการให้ข้อมูลด้านการรักษาและเตรียมความพร้อมเพื่อลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยรวมถึงผู้ปกครอง ระยะระหว่าง และหลังทำหัตถการ มุ่งเน้นการเฝ้าระวังอาการและภาวะแทรกซ้อนตามมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งผลลัพธ์พบว่าลิ้นหัวใจเทียมทำงานได้ตามปกติ จุดเด่นของกรณีศึกษานี้ คือ บทบาทของพยาบาลที่ขยายขอบเขตไปสู่การดูแลระยะฟื้นฟูหลังจำหน่าย พยาบาลได้ให้การสนับสนุนด้านจิตสังคมเพื่อจัดการกับความวิตกกังวลของผู้ป่วยเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านกิจกรรมทางกาย โดยให้คำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนบทบาทและแนะนำกิจกรรมทางเลือกที่ปลอดภัยจากการกระทบกระแทก ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยรักษาสัมพันธภาพกับกลุ่มเพื่อนและปรับตัวเข้าสู่สังคมได้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพระยะยาว ทั้งการมาตรวจติดตามอาการ การรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง และการดูแลสุขอนามัยช่องปากอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจเทียม ท้ายที่สุดการพยาบาลที่ครอบคลุมมิติทางกายและจิตใจนี้ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี


การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมพัลโมนารีผ่านสายสวน (TPVR) เป็นนวัตกรรมการรักษาที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจแต่กำเนิด ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและชะลอการผ่าตัดใหญ่ซ้ำซ้อน ความสำเร็จของการรักษานี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยบทบาทของพยาบาลผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นองค์รวมในทุกระยะ ตั้งแต่การให้ความรู้และเตรียมความพร้อม การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการวางแผนจำหน่ายและส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว 


คำสำคัญ : การสวนหัวใจ การพยาบาลผู้ป่วยเด็ก ลิ้นหัวใจเทียม เปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมพัลโมนารี

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
ไชยเวช ช. การพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมพัลโมนารีผ่านทางสายสวนหัวใจ. Nurs Res Inno J [อินเทอร์เน็ต]. 24 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 17 กันยายน 2026];32(2). available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RNJ/article/view/275061
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

McElhinney D, Hennesen J. The Melody® valve and Ensemble® delivery system for transcatheter pulmonary valve replacement. Ann N Y Acad Sci.2013;1291(1):77–85.

Kirawittaya T. Right sided heart obstructive lesions. In:Sirichongkolthong B, Durongphisitkun K, Vijarnsorn C,Vithessonthi K, Panamonta M, Gengsakul A, editors.Pediatric cardiology. 1ˢᵗ ed.Bangkok:Igrouppress; 2012.p. 181–5. (in Thai)

Vergales J, Wanchek T, Novicoff W, Kron I, Lim D.Costanalysis of percutaneous pulmonary valve implantation compared to surgical pulmonary valve replacement.Catheter Cardiovasc Interv. 2013;82(7):1147–53.

Durongpisitkul K, Dangrungroj E, Chungsomprasong P,Vijarnsorn C, Chanthong P,Pacharapakornpong T,et al.Outcomes of transcatheter pulmonary valve replacement and surgical pulmonary valve replacement: a cohort analysis. J Soc Cardiovasc Angiogr Interv. 2022;1 (5):100408.

American Heart Association.Correction to:Heart disease and stroke statistics 2019 update: a report from the American Heart Association. Circulation. 2020;141(2):e529.

Gatlin S,Kim D,Mahle W. Cost analysis of percutaneous pulmonary valve replacement. Am J Cardiol.2011;108(4):572–4.

Satawiriya M, Chandavimol M, Limsuwan A. Melody transcatheter pulmonary valve replacement:a singlecenter case series in Southeast Asia. BMC Cardiovasc Disord.2024;24:301.

Markham R, Challa A, Kyranis S, Nicolae M, Murdoch D, Savage M, et al. Outcomes following Melody transcatheter pulmonary valve implantation for right ventricular outflow tract dysfunction in repaired congenital heart disease: first reported Australian single centre

experience. Heart Lung Circ. 2017;26(10):1085–93.

Goldstein B, McElhinney D, Gillespie M, et al. Early outcomes from a multicenter transcatheter self-expanding pulmonary valve replacement registry.J Am Coll Cardiol.2024;83(14):1310–21.

Jones TK, et al. Longterm outcomes after melody transcatheter pulmonary valve replacement in the US investigational device exemption trial. Circ Cardiovasc Interv. 2022;15(1):e010852.

Chau AK. Transcatheter pulmonary valve replacement in congenital heart diseases. Pediatr Investig. 2022;6 (4):280–90.

Chungsomprasong P, Durongphisitkun K. Interventional cardiac catheterization in congenital heart disease from children to adult.In:Sirichongkolthong B,Durongphisitkun K, Vijarnsorn C, Vithessonthi K, Panamonta M,Gengsakul A, editors. Pediatric cardiology. 1st ed.Bangkok: Igrouppress; 2012.p. 423–51. (in Thai)

Patel ND,Levi DS,Cheatham JP,Qureshi SA,Shahanavaz S, Zahn EM. Transcatheter pulmonary valve replacement:a review of current valve technologies. J Soc Cardiovasc Angiogr Interv. 2022;1(6):100452.

Bartra S. Transcatheter pulmonary valve replacement in patients with congenital heart disease. Crit Care Nurse.2018;38(1):30–6.

Inthorn J, Phanthurat P. Nursing care of diagnostic and intervention cardiac catheterization.In:Sirichongkolthong B, Durongphisitkun K, Vijarnsorn C, Vithessonthi K,Panamonta M,Gengsakul A,editors.Pediatric cardiology.1st ed. Bangkok : Igrouppress ; 2012.p.515–21.(inThai)

Awanun P. Nursing manual for patients with coronary artery disease undergoing cardiac catheterization and balloon angioplasty with stent implantation. Bangkok:Division of Cardiovascular Nursing,Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University; 2016. (in Thai)

Khambadkone S,Bonhoeffer P.Pulmonary valve disease:transcatheter pulmonary valve implantation with the Melody valve. In:Sievert H, Qureshi S,Wilson N, Hijazi Z, editors. Interventions in structural, valvular, and congenital heart disease. 2nd ed. Boca Raton: Taylor and Francis Group; 2015.p. 323–9.

LourtetHascoët J, et al. Infective endocarditis after transcatheter pulmonary valve implantation in patients with congenital heart disease: distinctive features. Arch Cardiovasc Dis. 2023;116(3):159–66.

LeRoy S, Elixson E,O’BrienP, Tong E, TurpinS,Uzark K. Recommendations for preparing children and adolescents for invasive cardiac procedures. Circulation.2003;108(20):2550–64.