ปัจจัยทำนายการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ของผู้ที่มีโรคหลอดเลือดสมอง

Main Article Content

เสาวนิตย์ งามยิ่งยืน
นพวรรณ พินิจขจรเดช
สุนทรี เจียรวิทยกิจ

บทคัดย่อ

โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในระดับโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยเฉพาะในกลุ่มประชากรสูงอายุและผู้ที่มีพฤติกรรมสุขภาพเสี่ยง โดยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองของประชากรโลก ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และที่สำคัญคือ การสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ จากหลักฐานเชิงประจักษ์พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 2 เท่า และความเสี่ยงนี้เพิ่มขึ้นตามปริมาณและระยะเวลาที่สูบบุหรี่ โดยสารนิโคตินและคาร์บอนมอนอกไซด์จากบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดแดงตีบ แข็งตัว และเลือดไหลเวียนไม่ดี ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดและภาวะหลอดเลือดสมองตีบตัน นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังทำให้ระดับคอลเลสตอรอลชนิดไม่ดีและความดันโลหิตสูงขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มความรุนแรงของโรค


ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองที่ยังคงสูบบุหรี่ มีแนวโน้มกลับเป็นซ้ำและเสียชีวิตสูงกว่าผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ถึงสองเท่า การเลิกสูบบุหรี่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นเป้าหมายในการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการกลับเป็นซ้ำ เพิ่มโอกาสการฟื้นตัว ลดภาระโรค และเพิ่มคุณภาพชีวิต อย่างไรก็ตามการเลิกสูบบุหรี่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ที่ต้องมีความตั้งใจและการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ให้สำเร็จ จากการทบทวนวรรณกรรมพบปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่เจตคติ การได้รับการสนับสนุน และการควบคุมพฤติกรรมเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ต่อเนื่อง มีผลต่อความสำเร็จในการเลิกสูบบุหรี่ โดยการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกบุหรี่ คือ การแสดงออกของการกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ได้แก่ ไม่ซื้อบุหรี่ ไม่พกอุปกรณ์ที่ใช้ในการสูบบุหรี่ไว้กับตัว หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะนำไปสู่การสูบบุหรี่ รวมถึงการลดจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน จึงกล่าวได้ว่าหากบุคคลมีการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ที่ดี ก็จะเป็นกระบวนการสำคัญที่ขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จในการเลิกสูบบุหรี่ การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาในระยะของการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกบุหรี่


กรอบแนวคิดในการศึกษานี้คือทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนของอัจเซน ที่กล่าวว่าการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพของบุคคลเกิดจากปัจจัยหลักได้แก่ เจตคติต่อพฤติกรรม คือความเชื่อเกี่ยวกับผลดี ผลเสียของพฤติกรรม การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง คือแรงกดดันทางสังคมหรือความคาดหวังของบุคคลสำคัญต่อพฤติกรรม การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม และความตั้งใจในการปฏิบัติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยในการทำนายการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ ด้วยเจตคติต่อการเลิกบุหรี่ การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม และความตั้งใจในการเลิกสูบบุหรี่ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองที่ยังคงสูบบุหรี่จำนวน 116 คน ที่มารับบริการแผนกผู้ป่วยนอก ณ สถาบันประสาทวิทยา ระหว่างเดือนกันยายน พ.ศ. 2565 ถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2566 ตามเกณฑ์การคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง คือ อายุ 18 ปีขึ้นไป ยังคงสูบบุหรี่ในระยะ 6 เดือนก่อนเข้าร่วมวิจัย เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบข้อมูลส่วนบุคคล แบบทดสอบการรู้คิดบกพร่อง แบบสอบถามเจตคติต่อการเลิกสูบบุหรี่ แบบสอบถามการคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม แบบสอบถามความตั้งใจ และแบบสอบถามการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ โดยให้ผู้เข้าร่วมวิจัยตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุ


กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 87.9 อายุตั้งแต่ 18-85 ปีอายุเฉลี่ย 54 ปี มีระดับการศึกษาตั้งแต่มัธยมศึกษาขึ้นไป ร้อยละ 74.14 อาชีพพนักงานหรือรับจ้าง ร้อยละ 85.34 เป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 49.13 และโรคเบาหวาน ร้อยละ 35.34 มีบุคคลในครอบครัวสูบบุหรี่ ร้อยละ 30.17 สูบบุหรี่มานาน 2-50 ปี มีภาวะติดนิโคตินระดับต่ำ ร้อยละ 56.03 และระดับปานกลาง ร้อยละ 22.41 การวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุพบว่า เจตคติ การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม และความตั้งใจในการเลิกบุหรี่ ร่วมกันทำนายการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) โดยแบบจำลองสามารถจำแนกผลลัพธ์ได้ถูกต้องร้อยละ 69 การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม มีอิทธิพลสูงสุดในการทำนายการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ (OR = 1.06, 95% CI = 1.02–1.10, p = .004)  ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปประยุกต์ในการพัฒนารูปแบบการดูแลเพื่อการเลิกสูบบุหรี่ โดยมุ่งเน้นที่ การส่งเสริมการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ที่เหมาะสมต่อเนื่องและเกิดความสำเร็จในการเลิกสูบบุหรี่ และเกิดผลลัพธ์ที่ดี


คำสำคัญ : พฤติกรรมตามแผน การปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ การเลิกบุหรี่ โรคหลอดเลือดสมอง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
งามยิ่งยืน เ, พินิจขจรเดช น, เจียรวิทยกิจ ส. ปัจจัยทำนายการปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวเลิกสูบบุหรี่ของผู้ที่มีโรคหลอดเลือดสมอง. Nurs Res Inno J [อินเทอร์เน็ต]. 29 เมษายน 2026 [อ้างถึง 18 กันยายน 2026];32(1). available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RNJ/article/view/275566
ประเภทบทความ
Research Articles

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. The top 10 causes of death [Internet]. 2020 [cited 2025 Apr 24]. Available from:https://www.who.int/ news-room/fact-sheets/detail/the-top-10-causes-of-death

Feigin VL, Brainin M, Norrving B, Martins SO, Pandian J, Lindsay P, et al. World stroke organization: global stroke fact sheet 2025. Int J Stroke. 2025;20(2):132-44. doi:10.1177/17474930241308142.

World Health Organization. WHO report on the global tobacco epidemic 2019. Geneva: WHO; 2019.

Pan B, Jin X, Jun L, Qiu S, Zheng Q, Pan M. The relationship between smoking and stroke: a meta-analysis.Medicine (Baltimore). 2019 Mar;98(12): e14872.doi:10.1097/MD.0000000000014872.

Punyakunlaset S, Chansatitporn N, Vatanasomboon P.Factors affecting level of intention to quit smoking among police officers in the central region, Thailand. Journal of Health Science of Thailand. 2019;28(6):1029–39.(in Thai)

Paha Kh, Prechawong S. Attitude, subjective norms,perceive behavioral control, and intention to quit smoking in police officers. JPNHS [Internet]. 2014 Sep 7 [cited 2025 May 14];6(1):157–69. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/policenurse/article/

view/22038

Yoosookcharoen J. Predictors of intention to quit smoking among patients with noncommunicable disease in Thammasat University Hospital [Master’s thesis].Bangkok: Thammasat University; 2017. (in Thai)

Matrakul M. Factors predicting intention to quit of hand-rolled cigarettes smokers in Chiangrai province [Master’s thesis]. Bangkok: Mahidol University; 2012. (in Thai)

Ramkhuan Ch. Factors related to smoking cessation behavior among patients after coronary artery bypass graft.Thai Journal of Cardio-Thoracic Nursing. 2016;27(2):2–16. (in Thai)

Yangpaksee P, Srithongphet J, Chaiyakiat Ch, Bundit N,Chayakul T, Eangchuan N, et al. Factors predicting the intention to quit smoking among military officers in Bangkok. Thai Journal of Nursing. 2019;68(2):9–16.(in Thai)

Ajzen I. From intention to action: A theory of planned behavior. In: Kuhl J, Beckmann J, editors. Action-control:from cognition to behavior. Heidelberg: Springer; 1985.p. 11–39.

Ajzen, I. Perceived behavioral control, self-efficacy,locus of control, and the theory of planned behavior. J applsoc psychol. 2002;32(4) :665–83.

Brooke P, Bullock R. Validation of a 6-item cognitive impairment test with a view to primary care usage. Int Jgeriatric psychiatry. 1999;14:936–40.

Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3:A flexible statistical power analysis program for the social,behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods. 2007;39(2):175–91.

Aree-Ue S, Youngcharoen P. The 6-item cognitive function test-Thai version: Psychometric property testing.Ramathibodi Nursing Journal. 2020;26(2):188–202.(in Thai)

Niamkunchon J. Effects of a smoking cessation promotion program based on the transtheoretical model on smoking behavior among medical ward patients [Master’s thesis].Bangkok: Chulalongkorn University; 2005. (in Thai)

Prochaska JO, DiClemente CC. Stages and processes of self-change of smoking: toward an integrative model of change. J Consult Clin Psychol. 1983;51(3):390-5.doi:10.1037/0022-006X.51.3.390.

Jinaphan N. Factors associated with willingness to stop smoking of NCDs patients in Sam Ngam district, Phichit province. Phichit Public Health Research and Academic Journal. 2021;2(2):8-19. (in Thai)

Phoophong S, Krainuwat K, Nakagasien P. Predicting factors of intention to quit smoking among employees in public health centers, Bangkok Metropolitan Administration. Nursing Science Journal of Thailand.2020;38(3):63-77. (in Thai)

Saithanwanitkul M, Suttharangsee W, Chanchong W.Factors predicting intention to quit smoking among psychiatric patients with depression. Nursing Science Journal of Thailand. 2019;37(4):54-65. (in Thai)