การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตตามลักษณะเฉพาะส่วนบุคคลของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง : การทบทวนวรรณกรรมแบบกำหนดขอบเขต*

Main Article Content

ธานินทร์ ล้วนรัตน์
วันนา จินดาเพิ่ม

บทคัดย่อ

โรคหลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพระดับโลกที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดในศตวรรษที่ 21 โดยพบผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 13 ล้านรายต่อปี สำหรับประเทศไทยพบว่าปัญหามีความรุนแรงมากขึ้น จากอัตราการเกิดโรคในผู้ป่วยรายใหม่ รวมถึงการกลับเข้ารักษาซ้ำในโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นถึงโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดผิดปกติ แนวโน้มดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบสาธารณสุขของไทย และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดนโยบายเชิงกลยุทธ์ เพื่อส่งเสริมการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การหยุดสูบบุหรี่ และการมีกิจกรรมทางกาย ล้วนมีบทบาทสำคัญในการลดโอกาสเกิดโรคซ้ำและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว


ปัจจุบันแนวคิดเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต ถูกนำมาบูรณาการในการรักษาผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (non-communicable diseases) เพื่อส่งเสริมการจัดการตนเองที่เหมาะสมโดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตตามลักษณะส่วนบุคคล ซึ่งประกอบด้วย การรับประทานอาหาร การมีกิจกรรมทางกาย การนอนหลับ การจัดการความเครียด การงดสูบบุหรี่ และการมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม กรอบแนวคิดดังกล่าวเน้นการปรับรูปแบบการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับสภาพร่างกาย จิตใจ สังคมและวัฒนธรรมเฉพาะส่วนบุคคล แม้ว่าแนวคิดนี้จะได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับสากล แต่บริบทของประเทศไทยยังมีการศึกษาจำกัด ดังนั้น การทบทวนวรรณกรรมแบบกำหนดขอบเขตในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตตามลักษณะเฉพาะส่วนบุคคลของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพื่อนำไปพัฒนาเป็นรูปแบบในการส่งเสริมวิถีชีวิตส่วนบุคคลในอนาคต


การศึกษาครั้งนี้ใช้ระยะเวลาศึกษา 12 เดือน ระหว่างเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ถึง กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 สืบค้นบทความจากฐานข้อมูล PubMed, Scopus, และ ScienceDirect ครอบคลุมช่วงปี พ.ศ. 2557–2567 เกณฑ์การคัดเลือกคือ 1) งานวิจัย และงานทบทวนวรรณกรรม (การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์อภิมาน การทบทวนวรรณกรรมแบบบรรยาย) ที่เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และ 2) งานวิจัยที่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างชัดเจน บทความที่ไม่สามารถเข้าถึงฉบับเต็มได้จะถูกตัดออก คัดเลือกบทความโดยผู้ประเมิน 2 คนอย่างเป็นอิสระ และใช้ผู้ประเมินคนที่ 3 ในกรณีมีข้อขัดแย้ง การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) การสังเคราะห์เชิงพรรณนา (descriptive synthesis) และข้อมูลเชิงสถิติเบื้องต้น ประเมินคุณภาพของงานวิจัยด้วย PRISMA-ScR


ผลการวิเคราะห์งานวิจัยจำนวน 17 ฉบับ แบ่งเป็นงานวิจัย 5 ฉบับ งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ 4 ฉบับ และงานทบทวนวรรณกรรมแบบบรรยาย 8 ฉบับ ผลการศึกษาพบว่า พบว่า การรับประทานอาหารและการมีกิจกรรมทางกายเป็นองค์ประกอบที่ได้รับความสำคัญสูงสุดในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพภายหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร คือคำนึงถึงปริมาณพลังงานที่เพียงพอในแต่ละวัน และการรับประทานอาหารตามแนวทางเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งอุดมไปด้วยผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนที่ดี และไขมันที่มีประโยชน์ สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูงหรือเบาหวาน แนะนำให้ลดปริมาณเกลือและน้ำตาล นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบากจำเป็นต้องได้รับการดูแลด้านโภชนาการเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการสำลักและการเกิดโรคปอดอักเสบจากการสำลัก การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นอีกประเด็นที่สำคัญ เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว การอยู่นิ่งเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อลีบ ข้อยึดติด และแผลกดทับ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่นอนติดเตียง การส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกาย พบว่าสามารถส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้


โดยสรุป การทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารและการมีกิจกรรมทางกายเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง สามารถลดภาวะแทรกซ้อนและป้องกันการเกิดโรคซ้ำ โดยเฉพาะในผู้ป่วยวัยทำงานที่ต้องกลับไปดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม การศึกษาเกี่ยวกับเวชศาสตร์วิถีชีวิตในประเทศไทยยังมีปริมาณน้อย โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และบุคลากรทางสุขภาพ ส่งผลให้การดำเนินการในพื้นที่ชนบทหรือกลุ่มเปราะบางยังไม่ทั่วถึง จึงจำเป็นต้องมีงานวิจัยในอนาคตที่มุ่งเน้นการเข้าใจประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชาวไทยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในบริบททางสังคมและระบบบริการสุขภาพที่เป็นจริง โดยเฉพาะในด้านการพยาบาล การศึกษาครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างสมรรถนะของพยาบาลในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต โดยการบูรณาการส่งเสริมสุขภาพเข้ากับกระบวนการพยาบาล และช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างวิชาชีพที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ในด้านการศึกษาพยาบาล ควรเพิ่มเติมสมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการตนเอง การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้โดยคำนึงถึงความแตกต่างด้านวัฒนธรรม


คำสำคัญ : การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต ลักษณะเฉพาะส่วนบุคคล โรคหลอดเลือดสมอง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
ล้วนรัตน์ ธ, จินดาเพิ่ม ว. การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตตามลักษณะเฉพาะส่วนบุคคลของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง : การทบทวนวรรณกรรมแบบกำหนดขอบเขต*. Nurs Res Inno J [อินเทอร์เน็ต]. 24 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 17 กันยายน 2026];32(2). available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RNJ/article/view/276271
ประเภทบทความ
บทความทบทวนวรรณกรรม

เอกสารอ้างอิง

Lindsay MP, Norrving B, Sacco RL, Brainin M, Hacke W, Martins S, et al. World Stroke Organization (WSO):Global stroke fact sheet 2019.Int J Stroke.2019;14(8):806-817. doi:10.1177/1747493019881353

Tiamkao S. Trends in mortality among patients with acute stroke. Thai J Neurol. 2022;39.

Tepsuwan J, Venus L, Tipa T. The effects of recurrent prevention program for stroke patients at a tertiary level hospital in Nakhon Pathom province. J Thai Stroke Soc.2018;17(1):5-18.

Agianto A, Yulise B, Agustina R, Rizany I. Identification risk factors of stroke: literature review.Ber Ked.2023;18(2):233-50.

Bailey RR. Lifestyle modification for secondary stroke prevention. Am J Lifestyle Med. 2018;12(2):140-7.

Tricco AC, Lillie E, Zarin W, O’Brien KK, Colquhoun H, Levac D, et al. PRISMA extension for scoping reviews (PRISMA-ScR): checklist and explanation.Ann Intern Med.2018;169(7):467-73.

Mapoure YN, Tchaleu NB, Kengne Fotsing JM, Luma HN. Acute stroke patients with newly diagnosed diabetes mellitus have poorer outcomes than those with known diabetes and those without diabetes. BMC Neurol.2018;18:52. doi:10.1186/s12883-018-1052-4.

Lennon O, Hall P, Blake C, Byrne M. Lifestyle interventions for secondary disease prevention in stroke and transient ischaemic attack: systematic review. Eur J Prev Cardiol. 2014;21(8):1026–39. doi:10.1177/2047487313486694.

English C, Hillier S, Bernhardt J. Secondary prevention of stroke: a telehealth-delivered physical activity and diet pilot study. Stroke. 2024;55(1):110–7. doi:10.1161/STROKEAHA.123.042321.

Maalouf M, Youssef L, El Osta N. Eating behaviors,lifestyle, and ischemic stroke: A Lebanese case-control study. Front Nutr. 2023;10. doi:10.3389/fnut.2023.1135210,

Govori V, Rexha B, Jusufi G. Updated perspectives on lifestyle interventions as secondary stroke prevention measures: A narrative review. Prev Med Rep.2024;37:102388. doi:10.1016/j.pmedr.2024.102388.

Connor KI, Kee F, Thompson DR, Cupples ME, Donnelly M, Heron N. A review of the quality and content of mobile apps to support lifestyle modifications following stroke.Disabil Rehabil. 2021;43(6):819-28. doi:10.1080/09638288.2019.1639416.

Chiangkhong A, Suwanwong C, Wongrostrai Y. Lifestyle,clinical, and occupational risk factors of recurrent stroke among the working-age group: a systematic review and meta-analysis. Heliyon. 2023;9 (3) : e13949. doi:10.1016/ j.heliyon.2023.e13949.

Shani M, Mann S, Guttman D, Melamed Y. Lifestyle and behavioural factors are associated with stroke recurrence.Acta Neurol Scand. 2021;143(6):600–8.Doi:10.1111/ane.13421.

Faiz WM, Khalid W, Ahmed M. Stroke-related knowledge and lifestyle behavior among stroke survivors.Pak J Med Sci. 2019;35(3):763–8. doi:10.12669/pjms.35.3.754.

Mead GE, Hankey GJ, Wolfe CDA. A systematic review and synthesis of global stroke guidelines on secondary prevention. Int J Stroke. 2023;18(3):327–38.doi:10.1177/17474930221147856.

Shankari S, Jayanthi S, Rajendran A. Modifiable factors associated with non-adherence to secondary prevention medications among stroke survivors. J Neurosci Rural Pract. 2020;11(2): 271–6. doi:10.1055/s-0040-1701464.

Sylaja PN, Pandian JD, Kaul S, Srivastava MP. Secondary prevention of stroke by a primary health care approach:The India experience. Stroke. 2021;52(7):e456–e63.doi:10.1161/STROKEAHA.120.033214.

Brouwer-Goossensen D, Smelt AFH, de Wit NJ,Trappenburg JCA. Motivational interviewing in a nurse-led outpatient clinic improves adherence to secondary prevention after stroke. BMC Neurol. 2022;22:173. doi:10.1186/s12883-022-02705-y.

American College of Lifestyle Medicine. What is lifestyle medicine? [Internet]. Chesterfield (MO): The College;[cited 2025 Nov 11]. Available from: https://lifestylemedicine.org/about-lifestyle-medicine/

Zyriax BC, Windler E. Lifestyle changes to prevent cardio- and cerebrovascular disease at midlife. J Cardiovasc Dev Dis. 2023;10(3):95. doi:10.3390/jcdd10030095.

Turan TN, Fang J, George MG. Relationship between risk factor control and compliance with a lifestyle modification program in stroke survivors. J Stroke Cerebrovasc Dis.2018;27(9):2507–14.doi:10.1016/ j. j stroke cerebrovas dis.2018.05.021.

Doshi P, Hingle M, Skolarus LE, Brown DL. Stroke survivors’ preferences for post-stroke self-management programs. Arch Phys Med Rehabil. 2023; 104(2):278–85. doi:10.1016/j.apmr.2022.10.004.

Towfighi A, Cheng EM, Hill VA, Barry F, Lee M, Valle NP, et al. Results of a pilot trial of a lifestyle intervention for stroke survivors: healthy eating and lifestyle after stroke. J Stroke Cerebrovasc Dis.2020;29(12):105323. doi:10.1016/j.jstrokecerebrovasdis.2020.105323.