การพยาบาลปริศัลยกรรม: การผ่าตัดคลอดร่วมกับการผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องในสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะรกเกาะลึก
Main Article Content
บทคัดย่อ
ภาวะรกเกาะลึก เป็นภาวะแทรกซ้อนทางสูติศาสตร์ที่มีความรุนแรงและเป็นสาเหตุสำคัญของการตกเลือดหลังคลอด การตัดมดลูกฉุกเฉิน และการเสียชีวิตของมารดา พยาธิสรีรวิทยาของภาวะรกเกาะลึกเกิดจาก chorionic villi แทรกตัวผิดปกติผ่าน decidua basalis เข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อมดลูก ส่งผลให้รกไม่สามารถลอกตัวออกจากผนังมดลูกหลังทารกคลอดตามกลไกปกติ ความเสี่ยงของการเกิดภาวะรกเกาะลึกเพิ่มขึ้น พบในสตรีตั้งครรภ์ที่มีประวัติการผ่าตัดคลอด การขูดมดลูก การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก หรือหัตถการอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดแผลเป็นภายในโพรงมดลูก อัตราการผ่าตัดคลอดทั่วโลกเพิ่มขึ้นส่งผลให้อุบัติการณ์ของภาวะรกเกาะลึกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจำนวนครั้งของการผ่าตัดคลอดเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป
สหพันธ์สูตินรีเวชและสูตินรีเวชนานาชาติ จำแนกภาวะรกเกาะลึกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1) placenta accreta รกยึดติดกับผนังมดลูกโดยไม่ลุกลามเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อมดลูก 2) placenta increta เนื้อรกลุกลามเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อมดลูก และ 3) placenta percreta เนื้อรกทะลุผ่านชั้นเยื่อหุ้มมดลูกและลุกลามเข้าสู่อวัยวะข้างเคียง โดยแบ่งย่อยเป็นระดับ 3A, 3B, และ 3C ตามระดับการลุกลามเข้าสู่เยื่อหุ้มมดลูก กระเพาะปัสสาวะ หรืออวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน จำแนกระดับความรุนแรงของโรคมีความสำคัญต่อการวางแผนการรักษา การเตรียมความพร้อมของทีมสหสาขาวิชาชีพ การจัดสรรทรัพยากร และการวางแผนการพยาบาลปริศัลยกรรม การจำแนกระดับความรุนแรงของโรคอย่างถูกต้องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ในการผ่าตัด
มาตรฐานการรักษาภาวะรกเกาะลึก คือ การผ่าตัดคลอดร่วมกับการตัดมดลูกและทิ้งรกไว้ในโพรงมดลูกโดยหลีกเลี่ยงการดึงรก เพื่อลดภาวะตกเลือดรุนแรงหลังคลอด และลดอัตราการเสียชีวิตของมารดา การผ่าตัดนี้มีความซับซ้อนสูงและมีความเสี่ยง ได้แก่ การเสียเลือดปริมาณมาก การบาดเจ็บต่ออวัยวะข้างเคียง เวลาการผ่าตัดนาน และได้รับเลือดปริมาณมาก ความสำเร็จในการรักษาควรวางแผนก่อนการผ่าตัดอย่างรอบคอบ โดยเตรียมเลือดและส่วนประกอบของเลือด ทรัพยากรทางศัลยกรรม และทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ สูติแพทย์ วิสัญญีแพทย์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ รังสีแพทย์ กุมารแพทย์ พยาบาลปริศัลยกรรม พยาบาลวิสัญญี เจ้าหน้าที่คลังเลือด และบุคลากรสุขภาพอื่น ๆ การปฏิบัติงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ส่งเสริมความปลอดภัยของมารดาและทารกแรกเกิด
บทความวิชาการมีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์หลักฐานเชิงประจักษ์ในปัจจุบันและนำเสนอแนวปฏิบัติการพยาบาลปริศัลยกรรมในสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะรกเกาะลึกที่เข้ารับการผ่าตัดคลอดร่วมกับการตัดมดลูก ข้อเสนอแนะของแนวปฏิบัติงานจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เวชปฏิบัติสากล และองค์ความรู้ในปัจจุบันด้านการพยาบาลปริศัลยกรรม เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบในระยะก่อนผ่าตัด ระยะผ่าตัด และระยะหลังผ่าตัด เนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยง การคัดกรองสตรีตั้งครรภ์ การวินิจฉัยก่อนคลอดด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์และการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การจำแนกระดับความรุนแรงของโรคตามเกณฑ์ของ International Federation of Gynecology and Obstetrics (FIGO) การวางแผนการรักษาร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ การเตรียมเลือดและส่วนประกอบของเลือด เครื่องมือและอุปกรณ์ศัลยกรรมเฉพาะทาง ความพร้อมของห้องผ่าตัด การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าตัด การพยาบาลหลังผ่าตัดในห้องพักฟื้น และการส่งต่อผู้ป่วยไปยังหอผู้ป่วยวิกฤตอย่างปลอดภัย โดยเน้นมาตรฐานการสื่อสารการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยอย่างถูกต้อง และการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อความต่อเนื่องและคุณภาพในการดูแลผู้ป่วย
การสังเคราะห์วรรณกรรมและเวชปฏิบัติ พบว่าความสำเร็จของการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะรกเกาะลึกมิใช่ความเชี่ยวชาญของสูติแพทย์เท่านั้น แต่มาจากการบูรณาการแนวปฏิบัติของทีมสหสาขาวิชาชีพและการพยาบาลปริศัลยกรรมที่สอดคล้องกันตลอดกระบวนการรักษา โดยพยาบาลปริศัลยกรรมมีหน้าที่รับผิดชอบสำคัญในการประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ การเตรียมผู้ป่วย การบริหารทรัพยากร การตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมือและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เลือดและส่วนประกอบของเลือด การประสานงานและการสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมผ่าตัด การประเมินและป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้ทัน การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การส่งต่อข้อมูลสำคัญของผู้ป่วยอย่างถูกต้อง และการพยาบาลอย่างต่อเนื่องในระยะหลังผ่าตัด
การปฏิบัติตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการสื่อสารระหว่างวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสำคัญในการลดความคลาดเคลื่อนทางคลินิก เพิ่มความพร้อมของทีมรักษา ลดภาวะแทรกซ้อนจากการตกเลือด ส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วย และเพิ่มผลลัพธ์ทางสุขภาพของมารดาและทารก ความรู้จากบทความนี้สามารถประยุกต์ใช้ในการพัฒนามาตรฐานด้านการพยาบาลปริศัลยกรรม การพัฒนาสมรรถนะของพยาบาลปริศัลยกรรม การกำหนดความพร้อมของทีมสหสาขาวิชาชีพ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ การสร้างแนวปฏิบัติทางคลินิก และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลปริศัลยกรรมที่ยั่งยืน
สรุปการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะรกเกาะลึกจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพและการพยาบาลปริศัลยกรรมอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมระยะก่อนผ่าตัด ระยะผ่าตัด และระยะหลังผ่าตัด การประเมินความเสี่ยงอย่างแม่นยำ การเตรียมความพร้อมของทีมสหสาขาวิชาชีพ เลือดและส่วนประกอบของเลือด ทรัพยากรและอุปกรณ์เฉพาะทางศัลยกรรม ร่วมกับการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และการประยุกต์ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ทั้งหมดเป็นองค์ประกอบของการพยาบาลปริศัลยกรรมคุณภาพสูง ช่วยลดภาวะตกเลือด การตัดมดลูกฉุกเฉิน การเสียชีวิตของมารดา เพิ่มความปลอดภัยของมารดาและทารก และยกระดับคุณภาพการพยาบาลปริศัลยกรรมด้านสูติศาสตร์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพระดับสากล การปฏิบัติตามมาตรฐานการพยาบาลปริศัลยกรรมตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วย ยกระดับคุณภาพของบริการทางสุขภาพ และสนับสนุนการพัฒนางานพยาบาลสูติศาสตร์อย่างยั่งยืนในโรงพยาบาลตติยภูมิ
คำสำคัญ : การผ่าตัดคลอดร่วมกับตัดมดลูกทางหน้าท้อง การพยาบาลปริศัลยกรรม ภาวะรกเกาะลึก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในรามาธิบดีพยาบาลสาร ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือเพื่อกระทำการใด ใด จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากรามาธิบดีพยาบาลสารก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
Le LV, Handa VL, editors. Te Linde’s operative gynecology. 13th ed. Philadelphia (PA): Wolters Kluwer;2023.
Depke M, Brennan BG, Dielentheis KA, Talavera F, Isaacs C, Smith JR. Management of the third stage of labor[Internet]. New York (NY): WebMD LLC; 2025 [cited 2025 Aug 14]. Available from: https://emedicine.medscape.com/article/275304-overview
Jauniaux E, Jurkovic D, Hussein AM, Burton GJ. New insights into the etiopathology of placenta accreta spectrum. Am J Obstet Gynecol. 2022;227(3):384-91.
American College of Obstetricians and Gynecologists.Placenta accreta spectrum [Internet]. Washington (DC):American College of Obstetricians and Gynecologists;2018 [cited 2025 Aug 4]. Available from: https://www.acog.org/clinical/clinical-guidance/obstetric-care-consensus/articles/2018/12/placenta-accreta-spectrum
Mogos MF, Maxa T, Watts J, Laylor UJ, Emerson SH,Gillyard Cheairs T. Update on trends in placenta accreta syndrome and its impact on maternal-fetal morbidity in the United States. Womens Health Rep (New Rochelle).2025;6(1):988-1000. doi:10.1177/268848
Department of Obstetrics and Gynecology, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital. Statistical report on pregnant women with placenta accreta spectrum receiving care at Ramathibodi Hospital, 2021-2025. Bangkok:Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University; 2025. Internal report. (in Thai)
Ahmed KA, GadElrab MT, Mohamed SRM, Ibrahim OA.Maternal and fetal outcome in placenta accreta spectrum(PAS): a prospective study at Minia University Maternity Hospital. Minia J Med Res. 2025;36(2):142-9.
Department of Obstetrics and Gynecology, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University.Placenta accreta spectrum management [Internet].Bangkok: Mahidol University; 2023 [cited 2025 Aug 5]. Available from: https://www.rama.mahidol.ac.th/rama-km/ cat/main/CKM05/755 (in Thai)
American College of Obstetricians and Gynecologists.Practice Bulletin No. 183: Postpartum hemorrhage. Obstet Gynecol. 2017;130 (4):e168-86. doi:10.1097/AOG.0000000000002351
Subcommittee on Professional Standards 2019-2021,Royal Thai College of Obstetricians and Gynaecologists.Clinical practice guideline for the prevention and management of postpartum hemorrhage. Bangkok: Royal Thai College of Obstetricians and Gynaecologists; 2020.(in Thai)
Einerson BD, Healy AJ, Lee A, Warrick C, Combs CA,Hameed AB. Society for Maternal-Fetal Medicine special statement: Emergency checklist, planning worksheet, and system preparedness bundle for placenta accreta spectrum.Am J Obstet Gynecol. 2024;230(1 Suppl):B2-B11.
Jauniaux E, Ayres-de-Campos D; FIGO Placenta Accreta Diagnosis and Management Expert Consensus Panel.FIGO consensus guidelines on placenta accreta spectrum disorders: Introduction. Int J Gynaecol Obstet.2018;140(3):261-4.
Blanks L, Jones NW. A placenta accreta spectrum review:focusing on antenatal care and surgical approach. Obstet Gynaecol Reprod Med. 2026;36(2):55-62.
Jauniaux E, Chantraine F, Silver RM, Langhoff-Roos J;FIGO Placenta Accreta Diagnosis and Management Expert Consensus Panel. FIGO consensus guidelines on placenta accreta spectrum disorders: Epidemiology. Int J Gynaecol Obstet. 2018;140(3):265-73.
Jauniaux E, Chantraine F, Silver RM, Langhoff-Roos J;FIGO Placenta Accreta Diagnosis and Management Expert Consensus Panel. FIGO classification for the clinical diagnosis of placenta accreta spectrum disorders. Int J Gynaecol Obstet. 2019;146(1):20-4. doi:10.1002/ijgo.12761
American College of Obstetricians and Gynecologists.Obstetric Care Consensus No. 7: Placenta accreta spectrum. Obstet Gynecol. 2018;132(6):e259-75.
Jauniaux E, Bhide A, Kennedy A, Woodward P, Hubinont C, Collins S; FIGO Placenta Accreta Diagnosis and Management Expert Consensus Panel. FIGO consensus guidelines on placenta accreta spectrum disorders: Prenatal diagnosis and screening. Int J Gynaecol Obstet.2018;140(3):274-80.
Givens M, Valcheva I, Einerson BD, Rogozinska E,Jauniaux E. Evaluation of maternal serum protein biomarkers in the prenatal evaluation of placenta accreta spectrum: a systematic scoping review. Acta Obstet Gynecol Scand. 2024;103(12):2335-47. doi:10.1111/ aogs.14918
Department of Obstetrics and Gynecology, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University.Clinical tracer: placenta accreta management. Bangkok:Ramathibodi Hospital; 2025. Internal guideline. (in Thai)
Royal Thai College of Obstetricians and Gynaecologists.RTCOG clinical practice guideline: management of placenta accreta spectrum [Internet]. Bangkok: RTCOG;2024 [cited 2025 Aug 4]. Available from: https://www.rtcog.or.th/files/1728030741_232a0c4de87a672992ee. pdf