ปัจจัยทำนายความตั้งใจในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในมารดาหลังคลอด
Main Article Content
บทคัดย่อ
การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมารดาหลังคลอดทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา รวมถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ลดลง หากมารดาหลังคลอดมีการติดเชื้อโควิด 19 อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการดูแลบุตร การให้นมมารดา การพร่องสัมพันธภาพและความผูกพันระหว่างมารดาและบุตร เนื่องจากมารดาหลังคลอดลดการสัมผัสใกล้ชิด หรือเว้นระยะห่างจากบุตร รวมถึงก่อให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด แม้ว่าจะมีการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 ในประชากรทั่วไปและสตรีตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการศึกษาในกลุ่มมารดาหลังคลอดยังมีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะการศึกษาที่มุ่งวิเคราะห์ปัจจัยที่สามารถทำนายความตั้งใจในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 ในระยะหลังคลอด ดังนั้นการศึกษาปัจจัยทำนายที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 ในมารดาหลังคลอดจึงมีความสำคัญเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับการพัฒนาแนวทางส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้ออย่างเหมาะสม
การศึกษาในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบความสัมพันธ์เชิงทำนาย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายความตั้งใจในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 ในมารดาหลังคลอด โดยนำทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนมาเป็นกรอบแนวคิดในการศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาหลังคลอด อายุ 18 ปีขึ้นไป เลี้ยงดูบุตรและอยู่หอผู้ป่วยเดียวกัน สามารถอ่านและเข้าใจภาษาไทย จำนวน 202 ราย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบการสุ่มตามความสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยแบบสอบถามจำนวน 5 ชุด ได้แก่ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบประเมินทัศนคติเชิงพฤติกรรม ประกอบด้วย แบบสอบถามความเชื่อเชิงพฤติกรรม และ แบบสอบถามการประเมินผลลัพธ์ของพฤติกรรม 3) แบบประเมินบรรทัดฐานเชิงอัตวิสัย ประกอบด้วย แบบสอบถามความเชื่อเชิงบรรทัดฐาน และ แบบสอบถามแรงจูงใจที่จะคล้อยตาม 4) แบบประเมินการรับรู้ในการควบคุมพฤติกรรม ประกอบด้วยแบบสอบถามความเชื่อเกี่ยวกับการควบคุมตนเอง และแบบสอบ ถามการรับรู้พลังอำนาจ 5) แบบสอบถามความตั้งใจที่จะปฏิบัติพฤติกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน และการถดถอยพหุคูณ เพื่อหาปัจจัยทำนายความตั้งใจในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 ในมารดาหลังคลอด
ผลการวิจัย พบว่า การรับรู้ในการควบคุมพฤติกรรม (β = .57, p < .001) บรรทัดฐานเชิงอัตวิสัย (β = .17, p = .002) และทัศนคติเชิงพฤติกรรม (β = .15, p = .009) สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจที่จะปฏิบัติพฤติกรรมได้ร้อยละ 63.30 (R² = .63, F = 113.71, p < .001) ซึ่งการรับรู้ในการควบคุมพฤติกรรมเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำนายความตั้งใจที่จะปฏิบัติพฤติกรรมของมารดาหลังคลอด ดังนั้น บุคลากรด้านสาธารณสุขควรส่งเสริมความสามารถของมารดาหลังคลอดในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโดยจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อที่เพียงพอ ให้คำแนะนำที่เหมาะสม และจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัติตัว ในการป้องกันการติดเชื้อขณะดูแลและให้นมบุตร รวมทั้งการพัฒนาโปรแกรมโดยการเสริมสร้างแรงสนับสนุนจากบุคคลสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกในครอบครัวในการให้ความรู้ทางด้านสุขภาพและการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม การสร้างเสริมทัศนคติเชิงบวกแก่มารดาหลังคลอด ทำให้มารดาหลังคลอดตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของการปฏิบัติตัวในการป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 รวมถึงการแนะนำให้มารดาหลังคลอดฉีดวัคซีนหรือส่งเสริมให้รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศถ่ายเท และการล้างมือหรือสวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งการพัฒนาระบบแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อติดตามพฤติกรรมและให้ความรู้แก่มารดาหลังคลอด อันจะนำไปสู่การส่งเสริมผลลัพธ์ด้านสุขภาพของมารดาหลังคลอด
คำสำคัญ : โควิด 19 ความตั้งใจ มารดาหลังคลอด ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน การแพร่กระจายเชื้อ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในรามาธิบดีพยาบาลสาร ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือเพื่อกระทำการใด ใด จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากรามาธิบดีพยาบาลสารก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Coronavirus disease (COVID-19): Situation report, 2023 [Internet]. Geneva:World Health Organization; 2023 [cited 2025 Oct 16].Available from: https://www.who.int/emergencies/diseases/novel-coronavirus-2019
Allotey J, Stallings E, Bonet M, Yap M, Chatterjee S,Kew T, et al. Clinical manifestations, risk factors, and maternal and perinatal outcomes of coronavirus disease 2019 in pregnancy: living systematic review and meta-analysis.BMJ. 2020;370:m3320. doi: 10.1136/ bmj.m3320.
Wastnedge E, Reynolds RM, Boeckel SR, Stock SJ,Denison FC, Maybin JA, et al. Pregnancy and COVID-19.Physiol Rev. 2021;101(1):303-18. doi:10.1152/physrev.00024.2020.
Chen H, Guo J, Wang C, Luo F, Yu X, Zhang W, et al.Clinical characteristics and intrauterine vertical transmission potential of COVID-19 infection in pregnant women: a retrospective review of medical records. Lancet.2020;395(10226):809-15.
Mullins E, Evans D, Viner R, O’Brien P, Morris E.Coronavirus in pregnancy and delivery: rapid review.Ultrasound Obstet Gynecol. 2020;55(5):586-92. doi:10.1002/uog.22014.
Dong L, Tian J, He S, Zhu C, Wang J, Liu C, et al. Possible vertical transmission of SARS-CoV-2 from an infected mother to her newborn. JAMA. 2020;323(18):1846-8.doi.org/10.1001/jama.2020.4621.
World Health Organization. Breastfeeding and COVID-19: scientific brief [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2020 [cited 2025 Oct 16].Available from: https://www.who.int/news-room/commentaries/detail/breastfeeding-and-covid-19
Yaowarat N, Mungkhamanee S, Wihokharn P. Factors predicting of covid 19 prevention behavior among postpartum mothers. Journal of Health and Nursing Education. 2022;28(1):e258069. (in Thai)
Ajzen I. The theory of planned behavior. Organ Behav Hum Decis Process. 1991;50(2):179-211.
Kim SY, Kang HS, Kim M. Factors influencing COVID-19 vaccination intentions and the moderating effect of perceived behavioral control among pregnant women: a cross-sectional study applying the revised Theory of Planned Behavior. Womens Health Nurs. 2025 Jan;31(1):34-45. doi.org/10.4069/whn.2025.02.06.
Alshehri AM, Almogbel YS, Alsahali SM, Alosaily YA,Almohaimeed GM, Alotayk LI, et al. Factors associated with asthma medication adherence in parents with asthmatic children: theory of planned behaviour.Healthcare. 2025;13(13):1613. doi: 10.3390/ healthcare 13131613.
Wu AMS, Lau JTF, Ma YL, Cheng KM, Lau MMC. A longitudinal study using parental cognitions based on the theory of planned behavior to predict childhood influenza vaccination. J Infect Public Health. 2020;13(7):970-9.doi: 10.1016/j.jiph.2020.04.009.
Polit DF, Beck CT. Nursing research: generating and assessing evidence for nursing practice. 11th ed.Philadelphia: Wolters Kluwer; 2021.
Kaewjaiboon J, Pechkwang D, Kawila T, Punwong V,Jansuk K. Factors related to COVID-19 infection prevention behavior among pregnant women. Journal of Health and Nursing Education. 2023;29(2):e262729.(in Thai)
Saokeaw S, Narmkul P, Saisombut N. Factors influenced with prevention behaviors for Coronavirus disease 2019 infection in teenage pregnancy. UBRU Journal for Public Health Research. 2023;12(3):71-81. (in Thai)
Kabmala P, Maka Y, Kowatcharakul S. Knowledge,attitudes, and preventive behaviors toward coronavirus disease 2019 infection among pregnant women attending an antenatal clinic at a general hospital in Chiang Mai province.Journal of Nursing and Public Health Research.2025;5 (1) :e271570. (in Thai)
Sukontrakoon P, Phumonsakul S, Gerdprasert S, Prohm S, Sawatpanich A. Associations among knowledge,attitudes, health behaviors, and stress of pregnant women in Thailand during the new coronavirus-2019.Ramathibodi Nursing Journal. 2022;28 (2):170 -82.(in Thai)
Lee EY, Chien LY, Chang YS, Hong SA, Coca KP.Acceptance of the COVID-19 vaccine among postpartum women in five countries. Womens Health Rep.2025;6(1):482-92. doi: 10.1089/whr.2024.0202.