ประสิทธิผลของการใช้ตารางปรับขนาดยา norepinephrine และการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการบริหารยา norepinephrine
คำสำคัญ:
norepinephrine, noradrenaline, infusion guideบทคัดย่อ
ที่มาของปัญหา: Norepinephrine (NE) เป็นยา high alert drug ที่มีปริมาณการใช้และมูลค่าการใช้สูงในโรงพยาบาลพระพุทธบาท พบการใช้ยาและการปรับขนาดยา NE ของแต่ละหอผู้ป่วยมีความแตกต่างกัน โดยทั้งหมดเป็นการใช้ยาความเข้มข้นในระดับสูง คือ 40 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร มีเพียงร้อยละ 7.65 ของคำสั่งใช้ยาที่มีการระบุขนาดยาเริ่มต้น (ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมต่อนาที หรือ มิลลิลิตรต่อชั่วโมง) เนื่องจากไม่มีแนวทางของคำสั่งใช้ยาที่ชัดเจน จึงส่งผลให้การใช้ขนาดยาไม่เหมาะสมและแตกต่างกัน โดยพบรายงานอุบัติการณ์การเกิดหลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบ (phlebitis) เฉลี่ยร้อยละ 5.73
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้ตารางปรับขนาดยา NE เป็นแนวทางในทางเวชปฏิบัติและการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่สัมพันธ์กับการบริหารยา NE
วิธีวิจัย: การศึกษาแบบกึ่งทดลอง เก็บข้อมูลไปข้างหน้าในผู้ป่วยที่ได้รับยา NE ในโรงพยาบาลพระพุทธบาทระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2560 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 วิเคราะห์ผลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและ Z-test for proportions
ผลการวิจัย: ในช่วงเวลาที่ศึกษา พบคำสั่งใช้ยา NE ทั้งหมดในผู้ป่วยจำนวน 187 ราย โดยมีสัดส่วนการใช้ยาร้อยละ 92.51 ในหอผู้ป่วยอายุรกรรม หอผู้ป่วยกึ่งวิกฤตและหอผู้ป่วยวิกฤต คำสั่งใช้ยาของแพทย์มีการระบุให้ใช้ยาตามแนวทางร้อยละ 76.47 ผู้ป่วยได้รับการปรับขนาดยาตามแนวทางคำสั่งใช้ยา โดยร้อยละ 80.74 ใช้ความเข้มข้นมาตรฐาน คือ 32 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และร้อยละ 19.26 ใช้ความเข้มข้น 40 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร พบรายงานการเกิดหลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบจากการบริหารยา NE ร้อยละ 1.6 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับก่อนใช้ตารางปรับขนาดยา (p-value = 0.03) ข้อมูลจากแบบสอบถามพยาบาลจำนวน 65 คน พบว่าทุกคนทราบและปฏิบัติตามแนวทาง โดยมีความพึงพอใจต่อการใช้ตารางปรับขนาดยา NE ในระดับมากร้อยละ 32 และระดับมากที่สุดร้อยละ 68
สรุปผล: การใช้ตารางปรับขนาดยา NE ช่วยให้การสั่งใช้ยา/ปรับขนาดยาเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ง่ายต่อการปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติมีความพึงพอใจและช่วยลดอุบัติการณ์หลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบได้
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาลเผยแพร่ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ในรูปแบบที่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา - ห้ามใช้เพื่อการค้า - ห้ามแก้ไขดัดแปลง เวอร์ชั่น 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0) สามารถแจกจ่ายและนำบทความไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาได้แต่ต้องระบุการอ้างอิงถึงบทความจากเว็บไซต์วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล ไม่สามารถนำบทความไปใช้เพื่อการพาณิชย์ใด ๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล และกรณีมีการนำบทความไปเรียบเรียงใหม่ เปลี่ยนแปลงเนื้อหา หรือเสริมเติมแต่งเนื้อหาของบทความ ท่านไม่สามารถนำบทความที่ปรับแต่งไปเผยแพร่ได้ในทุกกรณี
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แต่งแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) และบุคลากรในสมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้แต่งแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้แต่งแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

.png)