Canagliflozin กับการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2
คำสำคัญ:
โรคเบาหวานชนิดที่ 2, canagliflozin, SGLT2 inhibitors, Type 2 diabetesบทคัดย่อ
Canagliflozin เป็นยารักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่ม sodium-glucose co-transporter 2 inhibitors ออกฤทธิ์ยับยั้ง sodium-glucose co-transporter 2 receptor ที่หลอดไตส่วนต้น ทำให้ลดการดูดซึมกลับของกลูโคสที่ผ่านการกรองและลดระดับการกระตุ้นที่น้อยที่สุดที่มีผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลูโคสของไต และมีผลเพิ่มการขับถ่ายของกลูโคสทางปัสสาวะ ทำให้ความเข้มข้นของน้ำตาลในพลาสมาที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นลดลง โดยไม่มีผลกระตุ้นการหลั่งอินซูลินของตับอ่อน ปริมาณน้ำตาลที่ถูกขับออกทางปัสสาวะจะขึ้นกับระดับน้ำตาลที่สูงเกินในกระแสเลือดและอัตราการกรองของไต จึงมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิด hypoglycemia เมื่อใช้เป็นยาเดี่ยว แต่มีโอกาสเกิด hypoglycemia สูงขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับยาฉีดอินซูลินหรือยาที่กระตุ้นให้เกิดการหลั่งอินซูลิน จึงควรลดขนาดยาฉีดอินซูลินหรือยาที่กระตุ้นให้เกิดการหลั่งอินซูลิน canagliflozin จะถูกเมแทบอไลซ์ผ่านกระบวนการ O-glucuronidation เป็นหลักและ CYP3A4 บางส่วน จึงเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาที่มีผลต่อ CYP3A4 ได้น้อย ขนาดยาที่แนะนำคือรับประทาน canagliflozin วันละ 1 ครั้ง ก่อนอาหาร อาการไม่พึงประสงค์ที่พบส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับกระเพาะปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ ได้แก่ การติดเชื้อของท่อทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ อาการปัสสาวะมากและบ่อยผิดปกติ มีรายงานว่า canagliflozin ลดความเสี่ยงในการเกิด MI, stroke และ cardiovascular death ได้ จึงมีข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มี cardiovascular disease
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาลเผยแพร่ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ในรูปแบบที่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา - ห้ามใช้เพื่อการค้า - ห้ามแก้ไขดัดแปลง เวอร์ชั่น 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0) สามารถแจกจ่ายและนำบทความไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาได้แต่ต้องระบุการอ้างอิงถึงบทความจากเว็บไซต์วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล ไม่สามารถนำบทความไปใช้เพื่อการพาณิชย์ใด ๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล และกรณีมีการนำบทความไปเรียบเรียงใหม่ เปลี่ยนแปลงเนื้อหา หรือเสริมเติมแต่งเนื้อหาของบทความ ท่านไม่สามารถนำบทความที่ปรับแต่งไปเผยแพร่ได้ในทุกกรณี
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แต่งแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) และบุคลากรในสมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้แต่งแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้แต่งแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

.png)