การทำให้ปัสสาวะเป็นด่างในภาวะพิษจากซาลิไซเลต
คำสำคัญ:
aspirin, salicylates, sodium bicarbonate, urine alkalinizationบทคัดย่อ
Urine alkalinization คือ การทำให้ปัสสาวะเป็นด่างเพื่อให้สารที่เป็นกรดอ่อนเกิดการแตกตัวและถูกเร่งขับออกไปทางปัสสาวะได้ ใช้ในการรักษาภาวะพิษจากสารหลายชนิดเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดอาการที่รุนแรงขึ้น salicylates เป็นสารที่ใช้วิธี urine alkalinization ในการรักษาภาวะพิษเช่นกัน ในกรณีของ salicylates เกินขนาดพบว่ามีความเป็นพิษต่อร่างกายหลายระบบไม่ว่าจะเป็นทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ ระบบประสาทหรือส่งผลต่อการสร้างพลังงานของเซลล์ เภสัชจลนศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปมีผลต่อความรุนแรงและระยะเวลาความเป็นพิษด้วย อาการพิษที่พบในผู้ป่วยที่ได้รับสารแบบเรื้อรังมักไม่มีความจำเพาะจึงทำให้ยากต่อการวินิจฉัย ซึ่งแตกต่างจากผู้ป่วยที่ได้รับสารแบบเฉียบพลันที่มีประวัติการรับสารและอาการนำที่ช่วยให้สังเกตได้ เช่น อาเจียน หายใจเร็ว มีเสียงในหู พบ respiratory alkalosis ร่วมกับ metabolic acidosis เป็นต้น สำหรับการรักษาภาวะพิษจากซาลิไซเลต คือ ให้การรักษาทั่วไป การลดการปนเปื้อน และแนะนำให้ทำ urine alkalinization ในผู้ที่ได้รับ salicylates มาในปริมาณสูงโดยใช้โซเดียมไบคาร์บอเนตร่วมกับติดตาม pH ของปัสสาวะให้อยู่ที่ 7.5-8 โดยที่ pH ของเลือดไม่เกิน 7.55 ทั้งนี้ระหว่างการทำ urine alkalinization ต้องติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายซึ่งไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้หรือไม่ประสบผลสำเร็จในการรักษา อาจต้องพิจารณาถึงการฟอกเลือดร่วมด้วย
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาลเผยแพร่ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ในรูปแบบที่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา - ห้ามใช้เพื่อการค้า - ห้ามแก้ไขดัดแปลง เวอร์ชั่น 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0) สามารถแจกจ่ายและนำบทความไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาได้แต่ต้องระบุการอ้างอิงถึงบทความจากเว็บไซต์วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล ไม่สามารถนำบทความไปใช้เพื่อการพาณิชย์ใด ๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล และกรณีมีการนำบทความไปเรียบเรียงใหม่ เปลี่ยนแปลงเนื้อหา หรือเสริมเติมแต่งเนื้อหาของบทความ ท่านไม่สามารถนำบทความที่ปรับแต่งไปเผยแพร่ได้ในทุกกรณี
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แต่งแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) และบุคลากรในสมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้แต่งแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้แต่งแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

.png)