การประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันของโรงพยาบาลในจังหวัดตาก
คำสำคัญ:
ความเหมาะสมในการใช้ยาปฏิชีวนะ, โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน, แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะบทคัดย่อ
ความเป็นมา: แนวทางการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะที่แตกต่างกัน และพื้นที่อาศัย (ฝั่งตะวันตกและตะวันออกของจังหวัดตาก) น่าจะมีผลต่อการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
วิธีวิจัย: การวิจัยเชิงปริมาณที่เก็บข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลในจังหวัดตาก โดยนำข้อมูลมาประเมินความเหมาะสมตาม 4 แนวทาง ได้แก่ 1) แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (antibiotics smart use; ASU) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2) แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (rational drug use; RDU) คู่มือการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล กระทรวงสาธารณสุข 3) แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในผู้ใหญ่ สมาคมแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย 4) แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาโรคท้องร่วงเฉียบพลันในเด็ก พ.ศ. 2562 สมาคมกุมารเวชศาสตร์ทางเดินอาหารและตับ แล้วนำผลมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างแนวทางและระหว่างพื้นที่ ด้วย Chi square test
ผลการวิจัย: ข้อมูลผู้ป่วยนอกที่มารับบริการจำนวน 12,212 ครั้ง แบ่งเป็นกลุ่มอายุ ≤ 5 ปี กลุ่มอายุ 6-15 ปีและกลุ่มอายุ > 15 ปี มีผลประเมินการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมตามแนวทาง ASU สูงกว่าแนวทางอื่น ๆ ที่ร้อยละ 73.50, 73.20 และ 64.00 ตามลำดับ พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของผลประเมินการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมระหว่างแนวทาง ASU กับ RDU และแนวทาง ASU กับแนวทางของสมาคมกุมารเวชศาสตร์ทางเดินอาหารและตับในกลุ่มอายุ 6-15 ปี และ แนวทาง ASU กับแนวทางของสมาคมโรคระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทยในกลุ่มอายุ > 15 ปี (p-value < 0.05) และพบว่าในทุกกลุ่ม โรงพยาบาลในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของจังหวัดตาก มีการใช้ยาอย่างเหมาะสมทั้ง 4 แนวทางสูงกว่าโรงพยาบาลในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัดตากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05)
สรุปผล: ผลการประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาปฏิชีวนะตามแนวทาง พบว่าในทุกกลุ่มอายุมีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมตามแนวทาง ASU สูงกว่าแนวทางอื่น ๆ และโรงพยาบาลในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของจังหวัดตาก มีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมทั้ง 4 แนวทางสูงกว่าโรงพยาบาลในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัดตากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
GBD Diarrhoeal Diseases Collaborators. Estimates of global, regional, and national morbidity, mortality, and aetiologies of diarrhoeal diseases: a systematic analysis for the global burden of disease study 2015. Lancet Infect Dis. 2017;17(9):909-48. doi: 10.1016/S1473-3099(17)30276-1.
กองระบาดวิทยา. สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรคประจำปี 2563. [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2564 [สืบค้นเมื่อ 20 ส.ค. 2564]; สืบค้นจาก: https://apps-doe.moph.go.th/boeeng/download/AW_AESR_2563_MIX.pdf
Osatakul S, Puetpaiboon A. Appropriate use of empirical antibiotics in acute diarrhoea: a cross-sectional survey in southern Thailand. Ann Trop Paediatr. 2007;27(2):115-22. doi: 10.1179/146532807X192480.
Howteerakul N, Higginbotham N, Dibley MJ. Antimicrobial use in children under five years with diarrhea in a central region province, Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health. 2004;35(1):181-7. PMID: 15272767.
ดุสิตา ตู้ประกาย. การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมสำหรับโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในผู้ป่วยนอกศูนย์สุขภาพชุมชนในเขตเมือง. พุทธชินราชเวชสาร [อินเตอร์เน็ต]. 2562 [สืบค้นเมื่อ 22 ส.ค. 2563];36(3):274-81. สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/BMJ/article/view/243487
Supcharassaeng S, Suankratay C. Antibiotic prescription for adults with acute diarrhea at King Chulalongkorn Memorial hospital, Thailand. J Med Assoc Thai. 2011;94(5):545-50. PMID: 21675442.
พิสนธ์ จงตระกูล. แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคท้องร่วงเฉียบพลัน. ใน: นิธิมา สุ่มประดิษฐ์, เขมวดี ขนาบแก้ว, บรรณาธิการ. แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล โรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจส่วนบนและอวัยวะใกล้เคียง ท้องร่วงเฉียบพลัน แผลเลือดออก. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข; 2554. หน้า 11-4.
คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล. การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบในผู้ป่วยนอกโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน. ใน: ชัยรัตน์ ฉายากุล, พิสนธ์ จงตระกูล, วินัย วนากูล, พาขวัญ ปุณณุปูรต, เพ็ญกาญจน์ กาญจนรัตน์, กิติยศ ยศสมบัติ และคณะ, บรรณาธิการ. คู่มือการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล [อินเตอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข; 2558. หน้า 89-90. [สืบค้นเมื่อ 20 ก.พ. 2564] สืบค้นจาก: https://ndp.fda.moph.go.th/rational-drug-use/rdu-manual
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสมาคมโรคระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในผู้ใหญ่. พิมพ์ครั้งที่ 2 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2546 [สืบค้นเมื่อ 20 ก.พ. 2564]. สืบค้นจาก: https://www.gastrothai.net/th/guideline-detail.php?content_id=33
สมาคมกุมารเวชศาสตร์ทางเดินอาหารและตับ. แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาโรคท้องร่วงเฉียบพลันในเด็ก พ.ศ. 2562 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพมหานคร: สมาคมกุมารเวชศาสตร์ทางเดินอาหารและตับ; 2562 [สืบค้นเมื่อ 24 ก.พ. 2564]. สืบค้นจาก: https://www.pthaigastro.org/Document/hz0tpx1bdldozf11z5minfimCPG_Blue.pdf
สุรัสวดี กลิ่นชั้น, คณุตม์ ทองพันชั่ง. การวิเคราะห์เชิงพรรณนาข้อมูลระบบเฝ้าระวังอหิวาตกโรค (cholera) ทั้ง 5 มิติของการดำเนินงาน. ใน: เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย, กนกทิพย์ ทิพย์รัตน์, พิมพ์ภา เตชะกมลสุข, บรรณาธิการ. สรุปแนวทางการวิเคราะห์ระบบเฝ้าระวัง 5 กลุ่มโรค 5 มิติ ปี พ.ศ. 2559 [อินเตอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2559. หน้า 21-7. [สืบค้นเมื่อ 15 ก.พ. 2564] สืบค้นจาก: http://thaincd.com/document/file/download/paper-manual/แนวทางการวิเคราะห์_5_มิติ_5_กลุ่มโรค.pdf
World Health Organization. WHO guidelines for sampling of pharmaceutical products and related materials. In: WHO Expert Committee on specifications for pharmaceutical preparations: thirty-ninth report. WHO technical report series no. 929, annex 4. Geneva: World Health Organization; 2005 [cited 2021 Sep 24]. Available from: https://www.who.int/publications/m/item/trs-1025-annex-4
WHO. A manual for the treatment of diarrhea: for use by physicians and other senior health workers. Geneva: World Health Organization; 1990.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล(ประเทศไทย)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาลทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสาร (สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)) อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) โดย ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) และบุคลากรในสมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

.png)