การชะลอความเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3-5 ที่คลินิกชะลอไตเสื่อม ณ โรงพยาบาลทั่วไปแห่งหนึ่ง

ผู้แต่ง

  • รัฐสภา ครองชัยกมล นิสิตปริญญาโท คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • พีรยา ศรีผ่อง กลุ่มวิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • ภัทรินทร์ กิตติบุญญาคุณ กลุ่มวิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • รณกฤต ลิ้มวราภัส กลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลกบินทร์บุรี

คำสำคัญ:

โรคไตเรื้อรัง, การบริบาลทางเภสัชกรรม, ความร่วมมือในการใช้ยา, ทีมสหวิชาชีพ, แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

บทคัดย่อ

ความเป็นมา: การบริบาลทางเภสัชกรรมของเภสัชกรร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ทำให้ชะลอการเสื่อมของไตและยืดเวลาการเข้าบำบัดทดแทนไต

วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินผลลัพธ์ตามตัวชี้วัดของแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขาโรคไตปี 2564 ร่วมกับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในคลินิกชะลอไตเสื่อม

วิธีวิจัย: การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3B-5 ในโรงพยาบาลทั่วไป ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 – กันยายน พ.ศ. 2565 เก็บข้อมูลทั่วไป และผลทางห้องปฏิบัติการตามผลลัพธ์ตัวชี้วัดสาขาไตปี 2564 จำนวน 13 ตัวชี้วัด จากการสอบถามผู้ดูแลและผู้ป่วย ฐานข้อมูลเวชระเบียน ร่วมกับการประเมินความร่วมมือในการใช้ยาโดยการนับเม็ดยาคงเหลือและแบบประเมินพฤติกรรมการใช้ยาในคนไทย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย: การประเมินตัวชี้วัดสาขาไต 13 ตัวชี้วัด ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3B-5 จำนวน 112 คน พบว่า มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยมีผลผ่านตามเกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดสาขาไต 6 ตัวชี้วัด ได้แก่ BP <140/90 mmHg มีการลดลงของ eGFR <5 mL/min/1.73 m2 ต่อปี, serum K < 5.5 mEq/L, serum PO4 ≤ 4.6 mg%, มีการตรวจ urine protein และได้รับการประเมิน UPCR ในส่วนของยา ACEI/ARB และ statin พบว่ามีประมาณร้อยละ 70 ของผู้ป่วยเท่านั้นที่ได้รับ ในขณะที่มีผู้ป่วยเพียงร้อยละ 60 ที่ผ่านเกณฑ์ serum HCO3 > 22 mEq/L ผลการประเมินความร่วมมือในการใช้ยาพบว่า มีความร่วมมือในการใช้ยาร้อยละ 50.9

สรุปผล: ตัวชี้วัดของแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาโรคไต ในคลินิกชะลอไตเสื่อมที่มีการดูแลผู้ป่วยด้วยกระบวนการบริบาลทางเภสัชกรรมของเภสัชกรร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ที่ผ่านตามเกณฑ์ได้แก่ BP <140/90 mmHg การได้รับ ACEI/ARB การลดลงของ eGFR <5 mL/min/1.73 m2 ต่อปี Hb > 10 g/dL, Hct > 33%, HbA1c 6.5-7.5%, ได้รับยากลุ่ม statin, serum K < 5.5 mEq/L การตรวจ urine protein ได้รับการประเมิน UPCR, UPCR < 500 mg/g creatinine และ serum PO4 ≤ 4.6 mg%

ประวัติผู้แต่ง

รัฐสภา ครองชัยกมล, นิสิตปริญญาโท คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ภ.บ.

พีรยา ศรีผ่อง , กลุ่มวิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ภ.บ.(บริบาลทางเภสัชกรรม), ปร.ด.(การบริบาลทางเภสัชกรรม)

ภัทรินทร์ กิตติบุญญาคุณ , กลุ่มวิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ภ.บ., ภ.ม.(เภสัชกรรมคลินิก), Ph.D.(Primary Care Pharmacy)

รณกฤต ลิ้มวราภัส, กลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลกบินทร์บุรี

พ.บ., วว. สาขาอายุรศาสตร์, อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคไต

เอกสารอ้างอิง

Kovesdy CP. Epidemiology of chronic kidney disease. Kidney Int Suppl. 2022;12(1):7-11. doi: 10.1016/j.kisu.2021.11.003.

กรมควบคุมโรค. สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรคประจำปี 2566 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2566 [สืบค้นเมื่อ 20 มี.ค. 2567]. สืบค้นจาก: https://apps-doe.moph.go.th/boeeng/annual.php

Mason NA. Polypharmacy and medication-related complications in the chronic kidney disease patients. Curr Opin Nephrol Hypertens. 2011;20(5):492-7. doi: 10.1097/MNH.0b013e328349c261.

กองบริหารการสาธารณสุข. แนวทางการจัดการด้านยาตาม service plan สาขาโรคหัวใจและไต [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2563 [สืบค้นเมื่อ 25 ส.ค. 2568]. หน้า 23–24. สืบค้นจาก: https://dmsic.moph.go.th/index/detail/8490

Raiisi F, Stewart D, Fernandez LF, Salgado TM, Mohamed MF, Cunningham S. Clinical pharmacy practice in the care of chronic kidney disease patients: a systematic review. Int J Clin Pharm. 2019;41(7):630-66. doi: 10.1007/s11096-019-00816-4.

Burnier M, Pruijm M, Wuerzner G, Santschi V. Drug adherence in chronic kidney diseases and dialysis. Nephrol Dial Transplant. 2015;30(1):39-44. doi: 10.1093/ndt/gfu015.

Sakthong P, Sonsa-Ardjit N, Sukaarnjanaset P, Munpan W, Suksanga P. Development and psychometric testing of the medication taking behavior tool in Thai patients (MTB-Thai). Int J Clin Pharm. 2016;38(2):438-45. doi: 10.1007/s11096-016-0275-8.

วสันต์ พนธารา. ผลการชะลอความเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ระยะที่ 3 และ ระยะที่ 4 ในคลินิกโรคไตเรื้อรังโรงพยาบาลตากฟ้า. วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 2 ม.ค. 2566];17(2):43–51. สืบค้นจาก: https://thaidj.org/index.php/SMJ/article/view/9377

วรรณคล เชื้อมงคล, ปิยวดี สุขอยู่, นลินี เครือทิวา. ผลการให้คําปรึกษาด้านยาแก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ได้รับการบําบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางช่องท้องต่อความร่วมมือในการใช้ยาที่คลินิกบําบัดทดแทนไต โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรุงเทพมหานคร. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน. 2557;10(3):339-53. doi: 10.14456/ijps.2014.26.

Long JM, Kee CC, Graham MV, Saethang TB, Dames FD. Medication compliance and the older hemodialysis patient. ANNA J. 1998;25(1)43-9: PMID: 9543907.

Kefale B, Engidaw MT, Tesfa D, Molla M, Yismaw MB. Management practice and drug related problems and its contributing factors among cervical cancer patients at oncologic center in Ethiopia: a hospital-based retrospective study. Ther Clin Risk Manag. 2022;18(1):643-55. doi: 10.2147/TCRM.S364923.

Sontakke S, Budania R, Bajait C, Jaiswal K, Pimpalkhute S. Evaluation of adherence to therapy in patients of chronic kidney disease. Indian J Pharmacol. 2015;47(6):668-71. doi: 10.4103/0253-7613.169597.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31-08-2025

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ครองชัยกมล ร, ศรีผ่อง พ, กิตติบุญญาคุณ ภ, ลิ้มวราภัส ร. การชะลอความเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3-5 ที่คลินิกชะลอไตเสื่อม ณ โรงพยาบาลทั่วไปแห่งหนึ่ง. Thai J Hosp Pharm [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2025 [อ้างถึง 5 ธันวาคม 2025];35(2):182-9. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJHP/article/view/272423

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ